GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กันชน(ศัพท์ใหม่)ที่ใครๆไม่อยากเป็น

กันชนที่ดีมีไว้ปกป้องเหมือนกับคำว่าอำนาจ....

กันชน(ศัพท์ใหม่)ที่ใครๆไม่อยากเป็น

               คำว่า”กันชน”บางสังคมอาจจะเคยได้ยิน บางสังคมอาจจะไม่เคยได้ยิน แต่ความหมายเป็นไปได้ทั้งทางที่ดีและทางไม่ดี ถ้านำมาใช้ในทางที่ดีแล้ว คล้ายๆกับคำว่า “อำนาจ” ซึ่งคำว่าอำนาจนำมาใช้เพื่อปกป้องก็ดี....นำมาใช้ไปในทางที่ทำลายก็ได้...คำว่าอำนาจถ้านำมาใช้เพื่อปกป้องก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยกันทั่วหน้า......แต่วันนี้ขอเสนอว่าคำว่า ”กันชน” นำมาใช้ในทางที่ไม่ดีแล้วอาจจะทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือเสียชื่อเสียงไปในทางที่ไม่ดีเพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น”กันชน”ถูกนำไปเป็นกันชนโดยไม่รู้ตัว อย่างนี้ไม่ดีค่ะ...แต่ถ้านำมาใช้ในทางที่ดีก็คืออำนาจในทางฝ่ายดีนั่นเองค่ะ

                ตัวอย่างเช่น......ชายคนหนึ่งเมื่อนั่งคุยกับเพื่อนๆหลายๆคนแต่อ้างชื่อถึงผู้หญิงคนหนึ่งในทางที่ไม่ดีทั้งๆที่ในใจตัวเองรู้สึกว่ามีความรู้สึกผิด(ผิดวินัยในตนเอง)เพราะไม่มีวินัยเท่าที่ควรแต่ไปพูดกับเพื่อนๆว่า “ผู้หญิงคนนั้นได้กระทำความผิดอย่างนั้นอย่างนี้(คือพูดง่ายๆว่าโยนความผิดไปให้ผู้หญิงคนนี้โดยที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย ทั้งๆที่ตนเองทำความผิดด้วยตนเอง”พูดง่ายๆว่าโยนความผิดให้คนอื่นๆทั้งๆที่ตนเอง ไม่มีวินัยในตนเอง “เขาเรียกว่าผู้หญิงคนนี้ เป็น“กันชน” โดยใช้คำพูดเพื่อให้ตนเองพ้นผิด(ผิดวินัยในตนเอง)

ขอให้โชคดีค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 385143
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 14
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

ความเห็น (14)

                            *** ไม่ชอบเป็นกันชนให้ใคร....นะคะ ***
                           
                                       

                                   

สวัสดีค่ะ คุณK.Pually

กันชน(การปกป้อง)ดีดี...ถ้านำไปใช้ในทางที่ดีก็ช่วยปกป้องคุ้มภัยได้ค่ะ

กันชนผุๆพังๆนำไปใช้กับรถ...ก็กั้นไว้ไม่ได้ค่ะ

เปรียบเสมือนอำนาจนะ...ถ้านำไปปกป้องก็ดีค่ะ...ถ้านำไปใช้ในทางทำลาย...ก็มีแต่เสียหายค่ะ

"กันชน" ป้องกันให้คนอื่น

แต่ตัว"กันชน"เอง เสียหายแน่นอนค่ะ

ดังนั้น อย่าพยายามให้ตัวเราเป็น"กันชน"

ผู้ชายใช้ผู้หญิงเป็นกันชน..โบราณเขาถือนะน้องครูจิ๋ว..ถ้าพบตัวเลิกคบไปได้เลย..ขืนสมาคมด้วยเดี๋ยวเราจะเป็นกันชน..อิๆๆๆสวัสดียามเช้าและส่งความระลึกถึงมาให้เสมอ

เอาอีกคำมาฝาก.....

รัฐกันชน

นักวิชาการด้านการต่างประเทศกล่าวว่า ความจริงแล้ว คำว่า รัฐกันชนมาจากคำภาษาอังกฤษที่ว่า buffer state ซึ่งคนแปลก็แปลออกมาได้ตรงความหมาย เพราะคำว่า buffer นั้น ความหมายแรกก็คือ ตัวกันชน, เครื่องกันชน, เครื่องรับน้ำหนัก, เครื่องรับแรงปะทะ, แป้นปะทะรวมทั้ง สารที่ทำให้ทั้งกรดและด่างเป็นกลางได้ด้วย และ state ก็คือ รัฐตรงตัวอยู่แล้ว

ส่วน buffer state ในความหมายทางการปกครองนั้น หมายถึง รัฐเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างรัฐใหญ่ซึ่งไม่ถูกกันหรือเรียกตรงกันว่า รัฐกันชนหรือ รัฐกันกระทบ

อาจารย์ทางภูมิศาสตร์ - ประวัติศาสตร์ยังอธิบายว่า สถานภาพของรัฐกันชนนั้นมีทั้งที่ประกาศให้เห็นชัดเจนก็มี หรือเข้าใจกันเป็นนัยๆ โดยไม่มีการประกาศเป็นทางการก็มี

            สมมุติว่า ระหว่างไทยกับพม่านั้น แท้จริงแล้วมีรัฐของชนกลุ่มน้อย เช่น รัฐฉานหรือไทยใหญ่ (Shan State) คั่นอยู่ในพรมแดนบางช่วง ทำให้ไทยกับพม่าช่วงนั้นจริงๆ แล้วพรมแดนไม่ชิดติดกันเสียเลยทีเดียว ดังนี้ก็เป็นความเข้าใจทั่วไปได้ แต่ไม่เคยมีใครประกาศเป็นทางการเท่านั้น

            ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีของไทยปูด - เอ๊ย - ขอประทานโทษ - พูดคำว่า “รัฐกันชน” ออกมาพร้อมกับคำปรารภเชิง “ปราม” ว่า “อย่าโอเวอร์รีแอกต์” นั้น จะทำให้นักวิชาการหรือนักการทูตต่างประเทศนำไปตีความ เกิดผลประการใดนั้น มิใช่หน้าที่ของ “สุดสงวน” หรือ “สกุลไทย” จะนำมาวิพากษ์วิจารณ์ ณ ที่นี้ เพราะเรา “มอง (แต่) ภาษา” ในเชิง “สร้างสรรค์” เท่านั้นแล

ค้ดลอกบางส่วนที่น่าสนใจจาก..http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetailsql.asp?stcolumnid=1703&stissueid=2502&stcolcatid=2&stauthorid=17

สวัสดีค่ะ ครูป.1

พูดถึงทั่วๆไป...ไม่ได้เจาะจงว่าผู้ชาย-ผู้หญิงคนใด น่าเห็นใจผู้หญิงคนนั้นค่ะ...เราเพียงแต่ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนค่ะ...จากบันทึกนี้นะ

คนดี คนเก่งเขาสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์บนโลกได้...พวกเขาชอบความสงบเท่านั้นเพราะพวกเขามีความดีงาม คุณธรรม ความยุติธรรม ศีลธรรม มนุยธรรมและสัจธรรมในตนเองค่ะ

 

สวัสดีค่ะ ครูอ้อยเล็ก

อ๋อ...ที่ครูอ้อยให้ความเห็นมาก็ถูกต้องค่ะแต่ที่เขียนบันทึกมา

ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐกันชนค่ะ...

แต่ถ้าอ่านไว้ก็ดี...เพื่อประดับความรู้ค่ะ...ขอบคุณนะ

 

สวัสดีค่ะ พี่ครูจิ๋ว ภัทรานิษฐ์

ขอบคุณค่ะ.. เป็นบันทึกที่ทันสมัยทันเหตุการณ์นะคะ..  ชอบเม้นท์นี้ของคุณครูอ้อยเล็กด้วยค่ะ..  ผู้ชายใช้ผู้หญิงเป็นกันชน..โบราณเขาถือนะน้องครูจิ๋ว..ถ้าพบตัวเลิกคบไปได้เลย..ขืนสมาคมด้วยเดี๋ยวเราจะเป็นกันชน..  สมัยไหนๆ ก็ถือทั้งนั้นค่ะ  อิ อิ    ขอบคุณค่ะ..   มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ  ระลึกถึงเสมอค่ะ..    Faith faith

สวัสดีค่ะ คุณMoon smiles on Venus&Jupiter

ไม่มีใครต้องการความชั่วร้ายเข้ามาในชีวิตหรอกนะคะ....

สักวันหนึ่งฟ้าต้องสว่าง...แต่ตามธรรมชาติแล้ว...มีเมฆมาบัง...ก็เป็นเรื่อง

ธรรมดา...นั่นคือเรื่องของเมฆและท้องฟ้า...แต่ถ้าเป็นเรื่องของเพชร....ก็คือ

เพชรในตม...เพชรถึงตกตมอย่างไร...ก็คงยังเป็น

เพชร...คนดีมีเยอะ...ระยะทางพิสูจน์ม้า...กาลเวลาพิสูจน์คน...อดทนเข้าไว้น้อง

เป็นกำลังใจให้คนดีดีค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครู ดิฉันชอบคติพจน์ของคุณครูจังเลย อ่านแล้วโดนใจวัยรุ่นมากมายเลยค่ะ ใช้เป็นข้อคิดและคติสอนใจ “””ในการ ดำรงชีวิต ในยามที่ต้องห่างไกลบ้านมา เพื่อมาศึกษาหาความรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยในตอนนี้ ได้ดีมากเลยค่ะ...........

สวัสดีค่ะ คุณลลนา ฉิมพาลี

ขอบใจที่เข้ามาชม...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

เข้ามาอ่านและชื่นชม

สวัสดีค่ะ ผศ.ดร. เมธา สุพงษ์

อาจารย์สบายดีนะคะ....เดี๋ยวเข้าไปชมค่ะ

ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์ค่ะ

  • เป็นบันทึกที่แฝงแง่คิดดีๆไว้มากเลยค่ะ
  • ตัวอย่างที่พี่ครูจิ๋วยกมาก็เห็นได้อย่างชัดเจน
  • ไม่อยากเป็นกันชนให้ใคร
  • และไม่อยากให้ใครมาใช้เราเป็นกันชนค่ะ
  • ขอบพระคุณบันทึกดีๆเช่นนี้นะคะพี่ครูจิ๋ว
  • คิดถึงเสมอค่ะ.

สวัสดีค่ะ คุณครูแป๋ม

ขอบคุณที่เข้ามาทักทายสม่ำเสมอค่ะ