ความเห็น


ผู้ชายใช้ผู้หญิงเป็นกันชน..โบราณเขาถือนะน้องครูจิ๋ว..ถ้าพบตัวเลิกคบไปได้เลย..ขืนสมาคมด้วยเดี๋ยวเราจะเป็นกันชน..อิๆๆๆสวัสดียามเช้าและส่งความระลึกถึงมาให้เสมอ

เอาอีกคำมาฝาก.....

รัฐกันชน

นักวิชาการด้านการต่างประเทศกล่าวว่า ความจริงแล้ว คำว่า รัฐกันชนมาจากคำภาษาอังกฤษที่ว่า buffer state ซึ่งคนแปลก็แปลออกมาได้ตรงความหมาย เพราะคำว่า buffer นั้น ความหมายแรกก็คือ ตัวกันชน, เครื่องกันชน, เครื่องรับน้ำหนัก, เครื่องรับแรงปะทะ, แป้นปะทะรวมทั้ง สารที่ทำให้ทั้งกรดและด่างเป็นกลางได้ด้วย และ state ก็คือ รัฐตรงตัวอยู่แล้ว

ส่วน buffer state ในความหมายทางการปกครองนั้น หมายถึง รัฐเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างรัฐใหญ่ซึ่งไม่ถูกกันหรือเรียกตรงกันว่า รัฐกันชนหรือ รัฐกันกระทบ

อาจารย์ทางภูมิศาสตร์ - ประวัติศาสตร์ยังอธิบายว่า สถานภาพของรัฐกันชนนั้นมีทั้งที่ประกาศให้เห็นชัดเจนก็มี หรือเข้าใจกันเป็นนัยๆ โดยไม่มีการประกาศเป็นทางการก็มี

            สมมุติว่า ระหว่างไทยกับพม่านั้น แท้จริงแล้วมีรัฐของชนกลุ่มน้อย เช่น รัฐฉานหรือไทยใหญ่ (Shan State) คั่นอยู่ในพรมแดนบางช่วง ทำให้ไทยกับพม่าช่วงนั้นจริงๆ แล้วพรมแดนไม่ชิดติดกันเสียเลยทีเดียว ดังนี้ก็เป็นความเข้าใจทั่วไปได้ แต่ไม่เคยมีใครประกาศเป็นทางการเท่านั้น

            ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีของไทยปูด - เอ๊ย - ขอประทานโทษ - พูดคำว่า “รัฐกันชน” ออกมาพร้อมกับคำปรารภเชิง “ปราม” ว่า “อย่าโอเวอร์รีแอกต์” นั้น จะทำให้นักวิชาการหรือนักการทูตต่างประเทศนำไปตีความ เกิดผลประการใดนั้น มิใช่หน้าที่ของ “สุดสงวน” หรือ “สกุลไทย” จะนำมาวิพากษ์วิจารณ์ ณ ที่นี้ เพราะเรา “มอง (แต่) ภาษา” ในเชิง “สร้างสรรค์” เท่านั้นแล

ค้ดลอกบางส่วนที่น่าสนใจจาก..http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetailsql.asp?stcolumnid=1703&stissueid=2502&stcolcatid=2&stauthorid=17

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี