ความกล้าที่จะสอน คือ ความกล้าที่จะเปราะบาง
ในหนังสือ"โลก ปัญญา จิต ที่วิศิษฐ์ลิขิตเอง"ของคุณวิศิษฐ์ วังวิญญู
มีหลายส่วนที่ผมชอบมากครับ เกี่ยวกับ "ครู" ผมจะนำสองตอนมาหลอมรวมเข้าด้วยกันครับ ระหว่างตอน "กล้าสอน" และ "ครูผู้เปราะบาง"
ผมจะขอคัดลอกมาก่อนครับ ก่อนจะลงความคิดเห็น
.................
"ครูอย่างครูเก่า จะมี "มาดของครู" มาดของครูนี้ เด็กจะเกรงกลัว และ มีอำนาจลี้ลับที่จะสะกดเด็กให้อยู่ในอำนาจได้ สามารถจัดการห้องเรียนได้เรียบร้อย กล่าวคือ เด็กจะเคารพเชื่อฟังครู แต่ครูคนใหม่ยังไม่มีอำนาจอันนี้ ครูคนใหม่ยังเป็นครูธรรมดา ที่เปราะบาง ที่อ่อนแอ บางที เอานักเรียนไม่อยู่ ไปร้องไห้หน้าห้องเรียน แต่แล้วเด็กจะรักและให้ความร่วมมือ เด็กจะรักครูคนใหม่ และ รักวิชาที่ครูสอน"
"พาล์มเมอร์ได้กล่าวถึง inner tracher หรือ ครูผู้อยู่ข้างในตัวเรา เราต้องค้นหาครูที่อยู่ภายในนี้ ครูภายใน เชื่อมโยงอยู่กับเด็กน้อยผู้เปราะบาง สรรพคุณของเด็กน้อยผู้เปราะบางที่ดำรงตนอยู่ภายในของเราว่า เด็กน้อยมีความสามารถที่จะสนิทสนม เมื่อเราเปราะบาง เรายอมรับความกลัวและความอ่อนแอของเรา เด็กก็จะให้ความรู้สึกสนิทชิดใกล้ ราวกับว่าเรายังเป็นครูคนใหม่ตลอดเวลา"
"เด็กน้อยผู้เปราะบาง สามารถที่จะให้และรับความสนิทสนม คือ มีความสามารถที่จะรักนั่นเอง เมื่อตัวตนอื่นๆ ที่ภาพภายนอก คือ ความเข้มแข็งเข้ามาห้อมล้อมหวงกั้นเอาไว้ ไม่ให้เด็กน้อยต้องเจ็บปวด ชีวิตของเขาเริ่มเย็นชาและห่างจากผู้คน หมดความสามารถที่จะสนิทสนมกับใครๆ เราจะเหงาหงอย ชีวิตจืดชืดน่าเบื่อ"
"ในชีวิตครู เรารีบกลบเกลื่อนความเป็นไปของเด็กน้อยเร็วเกินไป เมื่อนักเรียนพบกับครูที่เพิ่งเข้ามาใหม่ เราจะรักครูคนนั้นทันที ครูใหม่ผู้เปราะบาง แต่ครั้นอยู่ไปนานๆ ครูผู้เปราะบางนั้นก็หายตัวไป กลายเป็นคุณครูผู้สามารถควบคุมสถานการร์ทุกอย่าง ครูกับเด็กก็เริ่มห่างเหิน สายใยที่เคยเชื่อมโยงก็ขาดสะบั้น"
"พาล์มเมอร์ บอกว่า การเป็นครูดีที่แท้ มีอยู่สามประการ คือ1 องค์ความรู้ 2 วิธีการสอน และ 3. ตัวตนของครูว่าครูจะเข้าถึงโลกภายในของตัวเอง และ สามารถสร้างความกลมกลืนกับโลกภายในของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน พาล์มเมอร์ ให้ความสำคัญกับองค์คุณข้อสามมากที่สุด หากไม่ผ่านข้อที่สาม องค์คุณสองอย่างแรกก็ไร้พลัง"
"พาล์มเมอร์บอกว่า เราต้องกล้าเข้าไปสัมผัสกับความเปราะบางและเข้าไปทำงานกับสิ่งนั้น"
"ความกล้าที่จะสอน คือ ความกล้าที่จะเปราะบาง"
............................
ครับ ก็ขอคัดลอกมาเฉพาะประเด็นสำคัญ
จากแนวคิดดังกล่าว หัวใจที่สำคัญของการเป็นครูที่ดี อยู่ที่การ "กล้าที่จะเปราะบาง" ครับ
การกล้าที่จะเปราะบาง คือ การแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องสร้างกำแพงแห่งอำนาจด้วยบุคลิกภาพการวางตัว และ การควบคุม
การกล้าที่จะเปราะบาง คือ กล้าที่จะผิดพลาด กล้าที่จะไม่สมบูรณ์ กล้าที่จะยอมรับว่าไม่รู้
แต่ในสภาพจริง คุณครูหลายท่าน ไม่กล้าที่จะเปราะบางครับ มักจะวางมาดเข้ม แสดงว่าเป็นผู้รู้ ผู้สมบูรณ์แบบ ผู้มีอำนาจ ผู้อยู่เหนือกว่านักเรียนในทุกๆ เรื่อง
ความไม่กล้าเปราะบางของคุณครู จึงเป็นกำแพงขวางกั้นการเชื่อมต่อระหว่างนักเรียนและครู
ในทางตรงกันข้าม ความเปราะบางของครู จึงเป็นความกล้าหาญที่แท้จริงที่จะทลายกำแพงแห่งอำนาจและการควบคุม ให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างครูกับเด็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเด็กเชื่อมต่อกับครูได้ ก็จะไปสู่การเชื่อมต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล
ผมว่า "ความเปราะบาง" ใช้ได้กับทุกสายงานเลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ ครู
Facilitator ต้องแสดงตัวตนแห่งความเปราะบางจึงจะเชื่อมต่อกับผู้ร่วมเวทีได้
ผู้บริหาร ต้องแสดงตัวตนแห่งความเปราะบาง จึงจะเชื่อมต่อกับ บุคลากรได้
นักวิชาการ ต้องแสดงตัวตนแห่งความเปราะบาง จึงจะเชื่อมต่อกับคนอื่นได้
พ่อแม่ ต้องแสดงความเปราะบาง จึงจะเชื่อมต่อกับลูกได้
การเชื่อมต่อกับคนอื่น ต้องเชื่อมต่อด้วย "ความเปราะบาง" ครับ
ไม่ใช่ด้วยการวางมาด อวดตัว อวดอำนาจ อวดศักดา



สวัสดีครับ
กล้าที่จะเปราะบางเพื่อที่จะเรียนรู้
ผมไปเจอในร้านหนังสือและซื้อมาครับ จะทยอยอ่านเพราะคงค้างไม่ได้อ่านอีกหลายเล่มเลยครับ...
เพราะเปราะบางจึงไร้สิ่งขวางกั้น
การเป็นครูต้องรู้ใจเปิดใจเข้าหาเด็ก
เป็นผู้นำเป็นผู้ใหญ่ก็เปรียบเหมือนต้นไม้
คนที่ด้อยกว่าเหมือนต้นหญ้า
"ต้นไม้ต้องไปหาต้นหญ้า" จำหลวงพ่อมาอีกทีค่ะ
สวัสดีค่ะ
ครับ กล้าที่จะเปราะบางเพื่อที่จะเรียนรู้
เล่มนี้ ตอนนี้ผมตลุยอ่านอยู่ครับ เพราะมีเล่มอื่น วางรออยู่เหมือนกัน
ขอบคุณครับ
* เพราะแข็งกร้าวจึงห่างเหิน เพราะเปราะบางจึงไร้สิ่งขวางกั้น
(ครับ เรื่องนี้ ใช้ได้ในทุกกรณีเลยนะครับ ทั้งครู ผู้บริหาร นักวิชาการ พ่อแม่)
* การเป็นครูต้องรู้ใจเปิดใจเข้าหาเด็ก
(ครูต้องเปิดใจตัวเองครับ เด็กจึงจะเข้าหา)
* เป็นผู้นำเป็นผู้ใหญ่ก็เปรียบเหมือนต้นไม้ คนที่ด้อยกว่าเหมือนต้นหญ้า
"ต้นไม้ต้องไปหาต้นหญ้า" จำหลวงพ่อมาอีกทีค่ะ
(ต้นไม้ต้องไปหาหญ้า ประมาณว่า ต้องใช้ความเปราะบางเชื่อมต่อ)
ขอบคุณมากครับ
ครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับอัตตา ครูต้องวางอัตตาลง เพื่อเรียนรู้ร่วมกับศิษย์ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเยี่ยมชม
สวัสดีค่ะท่านรองฯ
ขอบคุณสาระดีๆ ท่านรองฯได้หนังสือมาหลายเล่มเลยนคะ ไว้จะทะยอยอ่าน ขอบคุณค่ะ;)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ชอบมากๆกับ-คำสำคัญที่ว่า-ความกล้าที่จะสอน คือ ความกล้าที่จะเปราะบาง-
- อำนาจลี้ลับที่จะสะกดเด็กให้อยู่ในอำนาจได้ -สะดุดกับคำนี้ค่ะ
ทำอย่างไรถึงจะให้มีอำนาจลี้ลับคะอาจารย์
ขอบคุณกับมุมคิดดีดีค่ะ
ความลี้ลับที่จะสะกดเด็กให้อยู่ในอำนาจได้ มีความหมายในทางลบครับ คือ ครูที่ทำให้เด็กกลัว เด็กอยู่ในอำนาจ จะไม่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ครับ
สวัสดีค่ะท่านรองฯ
มาชวนท่านรองฯไปเยี่ยมบรรดารองฯๆที่http://gotoknow.org/blog/0815444794/384582
ขอบคุณที่แบ่งปันบันทึกนะคะ...
การกล้าที่จะเปราะบาง คือ กล้าที่จะผิดพลาด กล้าที่จะไม่สมบูรณ์ กล้าที่จะยอมรับว่าไม่รู้
แต่บางครั้งดิฉันเอง ไม่กล้าที่จะเปราะบางเหมือนกันคะ..อิอิ...55+... มักจะวางมาดเข้ม แบบผู้มีอำนาจ...5555+ต้องเปลี่ยนแล้วล่ะค่ะ...คริ...คริ...คริ...
* ผมเอง บางครั้ง ชอบทำ "มาดเข้ม" บรรยากาศออกมาไม่ดีเลยครับ
* แต่ถ้าผมทำตัวเป็นกันเอง สบายๆ บรรยากาศดีมากเลยครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านรองที่เคารพ
* ข้อความในหนังสือโดน มากๆๆๆๆ เลยค่ะ
ขอสารภาพกับท่านรองเลยค่ะว่า....
* สมัยเป็นครูฝึกสอน โดนเด็กแกล้งดื้อใส่.... ตอนอาจารย์นิเทศก์ ทำให้ดูเหมือนว่าเราควบคุมชั้นเรียนไม่ได้ จะดุเด็ก..ก็ไม่ได้ (เป็นข้อห้าม...เด็ดขาด) ครูจุ๋มร้องไห้ซะไม่มี.... สุดท้ายลูกศิษย์คนนั้น กลายลูกศิษย์ที่ผูกกันแนบแน่นจนทุกวันนี้.....
* ณ ปัจจุบันกลายเป็นครูผู้สูงวัย ฒ.ผู้เฒ่า ก็ใช้เทคนิควิธี ลูกล่อลูกชน อบรมกันแบบใจถึงใจ มอบความรักก่อนมอบความรู้... ลูกศิษย์ไม่ทำให้ครูจุ๋มร้องไห้อีกแล้ว..
* ซึ้งมัยคะท่านรอง ฮ่า..... เป็นความจริงนะขอบอก....
* ชวนท่านรองไปสารภาพความจริงบางอย่างกับหนูหน่อยนะคะ... อยากฟังท่านรองสารภาพค่ะ....
http://gotoknow.org/blog/pink-diary1/384580?page=3
ยกเรื่องจริงมาเลย ดีมากครับ
* สมัยเป็นครูฝึกสอน โดนเด็กแกล้งดื้อใส่.... ตอนอาจารย์นิเทศก์ ทำให้ดูเหมือนว่าเราควบคุมชั้นเรียนไม่ได้ จะดุเด็ก..ก็ไม่ได้ (เป็นข้อห้าม...เด็ดขาด) ครูจุ๋มร้องไห้ซะไม่มี.... สุดท้ายลูกศิษย์คนนั้น กลายลูกศิษย์ที่ผูกกันแนบแน่นจนทุกวันนี้.....
* ณ ปัจจุบันกลายเป็นครูผู้สูงวัย ฒ.ผู้เฒ่า ก็ใช้เทคนิควิธี ลูกล่อลูกชน อบรมกันแบบใจถึงใจ มอบความรักก่อนมอบความรู้... ลูกศิษย์ไม่ทำให้ครูจุ๋มร้องไห้อีกแล้ว..
ขอบคุณประสบการณ์ดีๆที่นำมาฝากครับ
สวัสดีครับท่านรองฯวิชชา
"การกล้าที่จะเปราะบาง คือ กล้าที่จะผิดพลาด กล้าที่จะไม่สมบูรณ์ กล้าที่จะยอมรับว่าไม่รู้ "
ชัดเจนมากครับ
* ผมคุยกับเพื่อนครูที่สนิทกัน ใช้คำหนักๆว่า เป็นครูที่ดี ต้องกล้า "ปัญญาอ่อน" ครับ
* ตอนผมเป็นครู ผมยังปัญญาอ่อนกับเด็กเลยครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะsmall man
การกล้าที่จะเปราะบางคือ กล้าที่จะผิดพลาด กล้าที่จะไม่สมบูรณ์ กล้าที่จะยอมรับว่าไม่รู้ การเรียการนสอนของครูยุ
กับเด็กๆนักเรียนยังไม่เคยใช้คำว่า"ไม่รู้ "จะใช้คำว่า"ไม่แน่ใจ"และจะรับมาค้นคว้าในสิ่งที่ถูกต้องให้ เคยรับกับเด็กนักเรียน
"ถ้าครูไม่แน่ใจจะไม่ตรวจให้ว่าผิดหรือถูก ถ้าผิดแต่ตรวจว่าถูก กลัวว่าต่อไปภายหน้านักเรียนจะจำและนำไปใช้แบบผิดๆ"
ขอบคุณบันทึกที่ให้กำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไปค่ะ
* การกล้า "ไม่แน่ใจ" กับเด็ก เป็นเรื่องดีมากเลยครับ
* สำหรับผม ผมใช้คำว่า "ครูยังไม่ทราบนะ เรื่องนี้" (เพราะไม่ได้เตรียมมาครับ 555)
ขอบคุณมากครับ