บทความทางวิชาการ
เรื่อง ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผู้นำ .
ลักษณะบุคลิกภาพกับภาวะผู้นำ
หลักการและเหตุผล
จากการศึกษาวิจัย พบว่า ร้อยละ ๗๕ ของภาวะผู้นำจะส่งผลต่อบรรยากาศในการทำงานที่ดี
และร้อยละ ๕๐ ของบรรยากาศในการทำงาน จะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์การ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า
“ภาวะผู้นำ” เป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ แต่ในการทำงาน ผู้นำจะใช้รูปแบบเดียวกับ
ทุกคนไม่ได้ จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาลักษณะบุคลิกภาพ เพื่อให้เข้าใจคน
ลักษณะบุคลิกภาพของคน มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรม การแสดงออก ความรู้สึกนึกคิดของ
บุคคลผู้นั้น หากสามารถทำความเข้าใจได้ ย่อมส่งผลต่อความสามารถในการทำงานร่วมกันได้อย่างมี
ความสุข หรือการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์
การที่จะเป็นผู้มีความฉลาดทางอารมณ์ได้นั้น จะต้องมีความเข้าใจผู้อื่นตลอดจนตนเองด้วย
เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้
๑. รู้เรา เพื่อพิจารณา ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเข้าใจพฤติกรรมของตนเอง บนพื้นฐาน
ของความรู้อย่างมีหลักการ เพื่อเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง
๒. รู้เขา การรู้เขา จะช่วยทำให้เข้าใจ ให้อภัย และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมในการ
ติดต่อ เจรจา ประสานงาน หรือโน้มน้าวจิตใจ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนการสร้าง
สัมพันธภาพอันดีกับผู้อื่น บนพื้นฐานของความเข้าใจเหล่านั้น
๓. รู้ปรับ คือ การปรับตัวเอง โดยคำนึงถึงบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ฐานะ และ
ตำแหน่งทางการงาน นั้นก็คือ เมื่อรู้จุดแข็ง จุดอ่อนของตนเองแล้ว จะต้องพยายามฝึกที่จะปรับ ด้วยการ
เสริมสร้างรักษาจุดแข็งของตนเอง และพัฒนาลักษณะนิสัยและบุคลิกที่ยังเห็นว่าไม่เอื้อ ไม่สอดคล้อง
และไม่เสริมต่อหน้าที่การงาน
๔. รู้เลือก คือสามารถนำความรู้มาประกอบการตัดสินใจพิจารณาเลือกคน ให้เหมาะกับงาน
เลือกมอบงานให้เหมาะกับความสามารถและบุคลิกภาพของคน เลือกใช้วิธีการให้เหมาะสมกับสภาพและ
สถานการณ์ โดยคำนึงถึงลักษณะบุคลิกภาพ ทั้งของตนเองและผู้อื่นเป็นสำคัญ
ข้อตกลงเบื้องต้น
ในความเป็นจริง มนุษย์แต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ถึงกระนั้นก็ตาม ได้
มีการศึกษาการจัดหมวดหมู่และการจัดกลุ่มบุคลิกภาพกว้าง ๆ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากที่สุด ด้วยการ
ทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมการแสดงออก และการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เข้ามา อันจะช่วยให้สามารถทำ
ความเข้าใจได้อย่างกว้าง ๆ อย่างมีหลักการและเป็นเหตุเป็นผล
ก่อนที่จะกล่าวถึงกลุ่มบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ จะต้องทำความเข้าใจในประเด็นสำคัญ ดังนี้
๑. มนุษย์แต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน การจัดกลุ่มนี้ ก็เพื่อช่วยให้ง่ายต่อความเข้าใจ
๒. ไม่มีบุคลิกภาพใดที่ดี หรือไม่ดี เพียงแต่เป็นเรื่องของความแตกต่างของมนุษย์อีกประการ
หนึ่งเท่านั้น
๓. การมีบุคลิกภาพในขั้วหนึ่ง มิได้หมายความว่าจะไม่มีอีกขั้วหนึ่ง แต่เป็นช่วงของความ
พึงพอใจ ว่าชอบ ถนัดแบบไหนมากกว่ากัน ดังนั้น ในแต่ละคนจะมีทั้งสองขั้ว แต่จะมีขั้วไหนมากกว่ากัน
๔. ในช่วงชีวิตของมนุษย์ อาจมีการปรับเปลี่ยนได้บ้าง และพฤติกรรมนั้นอาจต่างไปตาม
สถานที่ สถานการณ์ บุคคล เวลา และภูมิหลังที่มีต่อเรื่องนั้น ๆ
แบบของลักษณะบุคลิกภาพ
นักจิตวิทยาชาวสวิส ชื่อ Carl Jung ได้ศึกษาและแบ่งกลุ่มลักษณะบุคลิกภาพของมนุษย์ไว้
เป็น ๔ คู่ใหญ่ ๆ ต่อมา Myer Briggs ได้ศึกษาต่อและเผยแพร่จนเป็นที่ยอมรับและรู้จักกันทั่วไป ดังนี้
๑. คู่ที่ ๑ E (Extrovert) กับ I (Introvert)
กลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะพิจารณาถึงวิธีการเข้าสังคม และวิธีการพักผ่อน
๑.๑ E (Extrovert)
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้จะชอบการเข้าสังคม พบปะผู้คน และในการพบปะ
ดังกล่าวจะช่วยให้ได้พลังในการทำงาน คนในกลุ่มนี้กระบวนการคิดจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้พูด หรือ
ในขณะที่พูด
๑.๒ I (Introvert)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีวิธีการพักผ่อนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อ
เหนื่อยจากหน้าที่การงาน จะพักผ่อนด้วยการอยู่ตามลำพังเงียบ ๆ ด้วยการปิ ดประตูห้องไม่ให้คนรบกวน
หรือใช้เวลาอยู่ตามลำพังเงียบ ๆ อ่านหนังสือ ดูต้นไม้ หรืออาจจะพบปะกับคนอื่น ก็เป็นเพียงคนที่รู้ใจกัน
จริง ๆ เท่านั้น กระบวนการคิดจะไม่เกิด หากมีปัจจัยภายนอกมารบกวน หากต้องใช้ความคิดจะต้องมี
การเตรียมตัวล่วงหน้า และต้องมีความเงียบเป็นปัจจัยสำคัญ
๒. คู่ที่ ๒ S (Sensing) กับ N (Intuitive)
กลุ่มบุคลิกภาพคู่นี้จะพิจารณาจาก วิธีการรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ และ
การลงมือปฏิบัติ
๒.๑ S (Sensing)
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะได้ข้อมูลจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า นั่นคือ
ต้องได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส รับรู้ จึงจะสามารถนำมาปฏิบัติได้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่สบายใจที่จะทำงาน
ที่มีการกำหนดรูปแบบไว้อย่างชัดเจน การทำงานกับคนกลุ่มนี้ จึงจะต้องระบุรายละเอียดต่าง ๆ อย่าง
ชัดเจน และเป็นขั้นตอน
๒.๒ N (Intuitive)
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จัดได้ว่าเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มของตัวเอง มีจินตนาการ
กว้างไกล รู้สึกอึดอัดและลำบากใจ ที่จะต้องทำตามแบบแผนที่คนอื่นกำหนดให้ ไม่ชอบในเรื่องของ
รายละเอียดปลีกย่อย แต่มองเรื่องของภาพรวม แนวคิดกว้าง ๆ (Concept) มีการทำงานตามวิธีการที่ตน
คิดขึ้นมา ชอบความแปลกใหม่ ท้าทาย ไม่ซ้ำซากกับวิธีการปฏิบัติเดิม ๆ
๓. คู่ที่ ๓ T (Thinking) กับ F (Feeling)
กลุ่มของบุคลิกภาพคู่นี้ จะพิจารณาถึงวิธีการคิด เพื่อตัดสินใจ
๓.๑ T (Thinking)
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะตัดสินปัญหาและตัดสินใจโดยใช้สมอง บนพื้นฐาน
ของความเป็นเหตุเป็นผล การเก็บและรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ วิจัย การชั่งน้ำหนักความถูกต้อง อยู่
บนพื้นฐานของหลักการและเหตุผล
๓.๒ F (Feeling)
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะตัดสินปัญหาและตัดสินใจบนพื้นฐานของหัวใจ
และความรู้สึก ให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของคนอื่น และผลของการตัดสินใจ ซึ่งจะกระทบต่ออารมณ์
และความรู้สึกของผู้อื่น
๔. คู่ที่ ๔ J (Judging) กับ P (Perceiving)
กลุ่มของบุคลิกภาพคู่นี้ จะพิจารณาถึงวิถีการดำเนินชีวิต
๔.๑ J (Judging)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความเป็นระเบียบ มีการกำหนดแผนชีวิต และ
ตารางเวลาประจำวันไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน และรู้สึกไม่สบายใจ หงุดหงิด เมื่อแผนที่กำหนดไว้นั้นถูก
เปลี่ยนแปลง หรือไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ เมื่อตัดสินใจแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลง
๔.๒ P (Perceiving)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความเป็นอิสระ ไม่ชอบที่จะผูกมัดกับเงื่อนไขของ
เวลา และกฎระเบียบ ชอบใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ มีความยืดหยุ่น เปิดกว้าง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
การมอบหมายงานตามแบบของลักษณะของบุคลิกภาพ
ลักษณะบุคลิกภาพที่ต่างกันนั้น ย่อมมีความถนัดและความพึงพอใจ ตลอดจนจุดแข็งและ
จุดอ่อนเฉพาะของตนเอง การเลือกใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละกลุ่มบุคลิกภาพ โดยมีความเข้าใจ
อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้การทำงานระหว่างกันและกัน มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ง่ายขึ้น และช่วยลดปัญหา
ความขัดแย้ง ความคับข้องใจที่อาจจะมีต่อกันได้ ดังนี้
๑. E (Extrovert)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนที่พูดจาคล่องแคล่ว ชอบพบปะ ทำความรู้จัก
กับคนหน้าใหม่ ๆ มีความถนัดทางด้านการพูด ช่างเจรจา ชอบการเข้าสังคมติดต่อกับผู้อื่น ดังนั้น งานที่
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ถนัดและควรจะได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ คือ การติดต่อประชาสัมพันธ์ การ
ประสานงาน การบรรยาย การเป็นตัวแทนขององค์กรในงานสังคมต่าง ๆ รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพ
อันดีกับหน่วยงานอื่น
๒. I (Introvert)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ไม่ชอบพูดมาก ชอบความสงบ นิ่ง มีความสามารถใน
การมองทะลุถึงปัญหาอย่างใจเย็น แต่จะไม่สะดวกที่จะพูดหรือบรรยาย ในทางตรงข้าม จะถนัดด้าน
การเขียน ดังนั้น จึงเหมาะที่จะไดรับมอบหมายให้ทำงานที่ต้องใช้สมาธิ อยู่เงียบ ๆ ตามลำพัง และเป็น
ผู้รับผิดชอบด้านการเขียนรายงาน หรือประเด็นสำคัญต่าง ๆ
๓. S (Sensing)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีความอดทน ทำตามแผนงานหรือสถานการณ์ที่มี
รูปแบบโครงสร้างชัดเจน เป็นคนละเอียด ดังนั้น จึงเหมาะกับงานที่จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน งาน
รายละเอียด งานในความรับผิดชอบอาจจะเป็นงานการตรวจสอบความถูกต้องในรายละเอียด การทำงาน
กับตัวเลข และข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นงานรายละเอียด เช่น บัญชี
๔. N (Intuitive)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีพรสวรรค์ในด้านการเห็นภาพรวม ภาพกว้าง หรือ
อาจเรียกได้ว่าเป็นคนมีวิสัยทัศน์ เข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายและเร็ว ซึ่งอาจเรียกได้อีกว่าเป็นคนที่มีไหวพริบ
ปฏิภาณเฉียบแหลมและฉับไว มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทำงานในเรื่องที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบใคร
ดังนั้น จึงเหมาะที่จะเป็นผู้ที่ริเริ่มโครงการใหม่ ๆ วางแผนกลยุทธ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ
๕. T (Thinking)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีการคิดและตัดสินใจ โดยใช้ความเป็นเหตุเป็นผล ใช้
หลักฐานข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ใช้การวิเคราะห์ พิจารณาถึงความเป็นเหตุเป็นผลอย่างรอบคอบ
ดังนั้น จึงเหมาะที่จะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ชี้แจง แสดงเหตุผล ไกล่เกลี่ยหาข้อยุติในสถานการณ์ที่ต้อง
ใช้เหตุและผล
๖. F (Feeling)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มักจะเป็นที่รักของผู้ที่อยู่รอบข้าง ด้วยความมีเสน่ห์ ช่างสังเกต
และระมัดระวังความรู้สึกของผู้อื่น ใช้เหตุและผลบนพื้นฐานของผลกระทบที่จะเกิดต่อผู้อื่น และการ
ยอมรับด้านความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ บุคคลประเภทนี้ จึงมีความสามารถพิเศษในการเข้าถึงจิตใจ
ผู้อื่น เลือกใช้วิธีการที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการทำร้ายความรู้สึกและจิตใจของผู้อื่นเป็นอย่างดี ช่าง
โน้มน้าวจิตใจ เพราะมีความเข้าใจผู้อื่นเป็นที่ตั้ง
๗. J (Judging)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนชอบวางแผน กำหนดเวลา และชะตาชีวิตของ
ตนเองล่วงหน้าไว้แล้วเป็นอย่างดี จึงมีข้อดีและความสามารถพิเศษในการตัดสินใจที่เฉียบขาด เด็ดขาด
มั่นคง ไม่หวั่นไหว และยึดมั่นในการตัดสินใจของตนเอง เป็นคนที่มีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นอย่างดี
ดังนั้น จึงเหมาะที่จะควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามเวลาที่กำหนดไว้ รักษาเวลาให้เป็นไปตามกำหนด
การณ์ มีการติดตามงานอย่างสม่ำเสมอ และมีการจัดระเบียบงานที่ดี
๘. P (Perceiving)
จากการที่คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ มีบุคลิกภาพที่สบาย ๆ ยืดหยุ่น ชอบความเป็นอิสระ
เปิ ดกว้าง จึงมีจุดเด่นที่เป็นคนเรียบง่าย ไม่เรื่องมาก พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน ไม่รังเกียจที่จะรับงานหลาย ๆ
อย่างในคราวเดียวกัน แม้ว่าอาจจะทำได้ไม่เต็มที่ หรือไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดก็ตาม
การทำงานร่วมกับคนในบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ
การทำงานกับคนในบุคลิกภาพแบบต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงลักษณะนิสัย อุปนิสัยใจคอ ความ
พึงพอใจ จุดแข็ง และจุดอ่อน เพื่อให้งานนั้นลุล่วง เกิดประโยชน์สูงสุด และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการ
สร้างสัมพันธภาพอันดีในการทำงานร่วมกัน และสร้างความไว้วางใจ และความประทับใจที่ดีต่อกันและ
กัน โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้
๑. E (Extrovert)
การทำงานร่วมกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ต้องแสดงให้เห็นถึงความสนใจ มีการสนอง
ตอบอย่างรวดเร็ว และกระฉับกระเฉง กระตือรือร้น สำหรับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ การที่ตนเป็นคนช่างพูด
จึงมักมองและสรุปเอาเองว่า การเงียบไป หรือหายไปของเพื่อนร่วมงาน แสดงออกถึงความไม่สนใจ
ดังนั้น การที่จะสร้างความประทับใจให้กับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะต้องมีการสนองตอบ หรือติดต่อ
กลับอย่างรวดเร็ว และหากมีการพบปะพูดคุย เจรจากัน ก็ต้องยอมเปิ ดโอกาสให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้
ได้พูดและแสดงความคิดเห็นให้มาก ๆ
๒. I (Introvert)
เนื่องจากคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนที่เก็บตัว ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม การที่จะสร้าง
ความคุ้นเคยจึงต้องอาศัยเวลา เพื่อสร้างความไว้วางใจ ในขณะเดียวกัน เขาจะไม่เปิดเผย หรือเล่าข้อมูล
ต่าง ๆ หากไม่ถูกถามถึง จึงจำเป็นต้องหมั่นซักถาม ขอความคิดเห็น และก่อนการพบปะหารือ ควรเปิด
โอกาสให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้มีเวลาคิดเกี่ยวกับหัวข้อสนทนาไว้ล่วงหน้า แต่หากเห็นท่าทีนิ่งเฉย
หรือไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็อย่าได้ด่วนสรุปว่าไม่สนใจ ทั้งนี้เพราะคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนที่
เก็บความรู้สึก ไม่แสดงออก
๓. S (Sensing)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนเจ้าระเบียบ ชอบความถูกต้องแม่นยำ แน่นอน การทำงาน
ไม่ต้องการเสี่ยงต่อความผิดพลาด และไม่อยากให้มีที่ติ ดังนั้น การทำงานร่วมกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้
จึงต้องแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดขั้นตอนการทำงาน ผลสำเร็จของงาน ตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า
วิธีการที่แนะนำ หรือเสนอนั้น มีประวัติที่ผู้อื่นเคยนำไปปฏิบัติ และประสบผลสำเร็จมาอย่างดีแล้ว
๔. N (Intuitive)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบงานโครงการใหญ่ ๆ มองภาพรวม ดังนั้น การสร้างความ
ประทับใจให้กับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จะต้องนำเสนอแนวความคิด หรือหลักการที่สำคัญ ๆ ความท้าทาย
ความแปลกใหม่ของงาน และแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์
๕. T (Thinking)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นนักคิด มีคลังข้อมูลอยู่ในสมอง มีความเป็นเหตุเป็นผล และ
สามารถมองเห็นถึงความผิดปกติ ความไม่ชอบมาพากลได้อย่างรวดเร็ว การสร้างความประทับใจกับคน
ในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ คือ ความกระชับ เตรียมเหตุเตรียมผลเพื่อตอบคำถามเมื่อถูกซักไซ้ อย่าหลงประเด็น
หรือออกนอกประเด็น ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นอย่างดี และเมื่อต้องการให้มีการตัดสินใจเกิดขึ้น ต้อง
แสดงให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสีย เพื่อเปรียบเทียบกันอย่างชัดเจน ต้องใจเย็นและใช้เหตุผล เพราะบ่อยครั้ง
คนในกลุ่มนี้ จะพูดจาหรือแสดงออกอย่างไม่ไว้หน้า หรือคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นเท่าใดนัก เนื่องจาก
ให้ความสำคัญในสาระ หรือเนื้อหาของงาน มากกว่าจิตใจและความรู้สึกของผู้อื่น
๖. F (Feeling)
เนื่องจากคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจ เป็นมิตร และสนใจความรู้สึก
ของผู้อื่น การทำงานจึงต้องแสดงให้เห็นถึงผล และคุณค่าของงานที่มีต่อผู้อื่น ระมัดระวังเรื่องของการ
สื่อสาร วิธีการพูด อย่าให้เป็นที่ระคายเคือง เพราะคนในกลุ่มนี้ มักมีอารมณ์ละเอียดอ่อนและอ่อนไหว
หมั่นจับ สังเกตสีหน้า ท่าที อิริยาบถ น้ำเสียง การแสดงออก เพื่อประเมินถึงความรู้สึก ความพอใจ และ
ความไม่พอใจ
๗. J (Judging)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ เป็นคนรักษาเวลา และมีตารางกำหนดเวลาล่วงหน้า การสร้าง
ความประทับใจ คือ การนัดหมายล่วงหน้า การรักษาเวลานัด การตรงต่อเวลา การเสนอกำหนดตารางเวลา
ในการทำงานล่วงหน้า และการทำงานให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด ควรคิดให้ดีก่อน วางแผนให้แล้วจึง
แจ้งให้คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ทราบ ทั้งนี้เพราะ การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลาย ๆ หน จะทำให้คนใน
กลุ่มบุคลิกภาพนี้ ขาดความเชื่อถือในตัวคุณ
๘. P (Perceiving)
คนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ ชอบความหลากหลายเป็นอิสระ ความยืดหยุ่นคล่องตัว การ
ทำงานกับคนในกลุ่มบุคลิกภาพนี้ จึงต้องเปิดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนได้ กระตุ้นให้เขาเป็นตัวของ
ตัวเอง และหาวิธีการที่ช่วยให้เขาได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบตนเองตามวิถีทางที่เขาถนัด อย่ากำหนด
เส้นตายคราวเดียว แต่พยายามแบ่งออกเป็นจุดย่อย ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหม่อยู่เสมอ
ลักษณะบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล
บุคคลแต่ละคน จะมีลักษณะบุคลิกภาพอยู่ ๔ คู่ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น และเมื่อรวม
ลักษณะบุคลิกภาพทั้ง ๔ คู่เข้าด้วยกัน อาทิ เช่น ISTJ, INFP, ESFJ และ ENTP เป็นต้น ซึ่งสามารถ
ประมวลเป็นลักษณะบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลโดยสังเขป เพื่อเป็นแนวทางนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้
ดังต่อไปนี้
ในด้านความคิด ในด้านความรู้สึก ในด้านความรู้สึก ในด้านความคิด
ISTJ ISFJ INFJ INTJ
I ลุ่มลึกและมีสมาธิ I ลึกซึ้งและแน่วแน่ I ลึกซึ้งและแน่วแน่ I ลุ่มลึกและมีสมาธิ
S ละเอียดถี่ถ้วน และให้ความ
สำคัญต่อรายละเอียดปลีกย่อย
S ละเอียดอ่อน และพิถีพิถัน
ต่อข้อปลีกย่อย
N มีความลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ไม่
ถูกชักจูงได้ง่าย
N เข้าใจถ่องแท้ และมีความคิด
แตกฉาน ฉลาด หลักแหลม
T เป็นนักสัจจนิยม เป็นนัก
วิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล
F บริหารบุคคลด้วยความ
เข้าใจ เห็นอกเห็นใจ
F บริหารบุคคลด้วยความเข้าใจ
เห็นอกเห็นใจ
เป็นตัวของตัวเอง จับประเด็น
ที่ละเอียด ซับซ้อนได้
มีวิจารณญาณสูง J มีความรู้สึกที่ไม่สับสน J มีความรู้สึกที่ไม่สับสน T พินิจพิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล
J คิดอย่างเป็นระบบขั้นตอน ใช้วิจารณญาณ ด้วยใจเป็นกลาง
J คิดอย่างเป็นระบบขั้นตอน
ISTP ISFP INFP INTP
I ลุ่มลึกและมีสมาธิ I ลึกซึ้งและแน่วแน่ I ลึกซึ้งและแน่วแน่ I ลุ่มลึกและมีสมาธิ
S คิดตามหลักความเป็นจริง
และช่างสังเกต
S ช่างสังเกต และให้ความสนใจ
กับรายละเอียด
N มีความรู้สึกลึกซึ้ง สร้างสรรค์
ละเอียดอ่อน
N เข้าใจถ่องแท้ และมีความคิด
แตกฉาน ฉลาด หลักแหลม
T มีความสามารถในเชิงวิเคราะห์
และตรรกะ
F มีความเพียบพร้อมด้วยความ
เสียสละ ความเห็นอกเห็นใจ
F มีความเพียบพร้อมด้วยความ
เสียสละ ความเห็นอกเห็นใจ
เป็นตัวของตัวเอง จับประเด็น
ที่ละเอียด ซับซ้อนได้
P รู้จักปรับแนวความคิดให้ P ทำใจ ปรับใจได้ง่าย P ทำใจ ปรับใจได้ง่าย T มีความสามารถในเชิงวิเคราะห์
เหมาะสม และตรรกะ
P รู้จักปรับแนวความคิดให้
เหมาะสม
ESTP ESFP ENFP ENTP
E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์
แวดล้อม
E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม
S ช่างสังเกต สัจจนิยม สนุกสนาน
ร่าเริง คิดบนพื้นฐานของ
ประสบการณ์
S ช่างสังเกต สัจจนิยม สนุกสนาน
ร่าเริง คิดบนพื้นฐานของ
ประสบการณ์
N เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการ
ต่าง ๆ ริเริ่ม บุกเบิก ไม่ย้ำคิดย้ำทำ
ชอบความท้าทายแปลก ๆ ใหม่ ๆ
N เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการ
ต่าง ๆ ริเริ่ม บุกเบิก ไม่ย้ำคิดย้ำ
ทำ ชอบความท้าทายแปลก ๆ ใหม่ ๆ
T ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล รูปแบบ F เข้าสังคมได้ง่าย เห็นอกเห็นใจ เป็นต้นคิดในสิ่งใหม่ ๆ เป็นต้นคิดในสิ่งใหม่ ๆ
หรือกลไกใด ๆ มีความสามารถ ผู้อื่น F นิยมชมชื่น เข้าถึงจิตใจของผู้อื่น T คิดอย่างมีเป้ าหมาย พินิจพิเคราะห์
ในเชิงวิเคราะห์ P ทำใจ ปรับใจได้ง่าย เป็นที่รักใคร่ผูกพันของผู้อื่น มี มีความสามารถเป็นพิเศษบาง
P รู้จักปรับแนวความคิดให้ เสน่ห์ ประการในการบริหารงาน
เหมาะสม P ทำใจ ปรับใจได้ง่าย P รู้จักปรับแนวความคิดให้
เหมาะสม
ในด้านความคิด ในด้านความรู้สึก ในด้านความรู้สึก ในด้านความคิด
ESTJ ESFJ ENFJ ENTJ
E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม E พึงใจกับสถานการณ์แวดล้อม
S เข้าใจถึงความเป็นไปได้ ในทาง S ตั้งอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ N สนใจเฉพาะเรื่องที่มองเห็นความ N คำนึงถึงความเป็นไปได้ รู้จริง
ปฏิบัติ ช่างสังเกต คิดบน
พื้นฐานของประสบการณ์
F มีความตระหนัก และระมัดระวัง
ต่อความรู้สึกของผู้อื่น มีความ
เป็นไปได้ มีวาทศิลป์ และความ
สามารถทางภาษาอย่างลึกซึ้ง
เป็นต้นคิดที่ชาญฉลาด เป็น
นักค้นคิดทดลอง
T คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิด เห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจ คิดบนพื้นฐานของประสบการณ์ T คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิด
อย่างนักจัดการ นักบริหาร เรา เข้าถึงความรู้สึกของหมู่คณะ F มีความตระหนัก และระมัดระวัง อย่างนักจัดการ นักบริหาร
ตัดสินใจเฉียบขาด คิดอย่าง
พินิจพิเคราะห์
J มีความรู้สึกไม่สับสน ต่อความรู้สึกของผู้อื่น มีความ
เห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ตัดสินใจเฉียบขาด คิดอย่าง
พินิจพิเคราะห์
J ใฝ่หาความมีสมรรถภาพ เข้าถึงความรู้สึกของหมู่คณะ J คิดอย่างมีระบบขั้นตอน
J มีความรู้สึกไม่สับสน
บทสรุป
การศึกษาในหัวข้อเหล่านี้ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจพฤติกรรมของ
มนุษย์ได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่นำเสนอให้เห็นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ผู้ที่สนใจควรแสวงหาความรู้ ความ
เข้าใจเพิ่มเติม และหมั่นนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ทดลอง และวิเคราะห์ผลที่ออกมา เพื่อทำความเข้าใจให้
ดีขึ้น หรือปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบัติให้เหมาะสม สอดคล้อง ทั้งนี้เพราะ ไม่มีทฤษฎีใดที่เป็นอมตะ
หรือถูกต้องเพียงทฤษฎีเดียว ข้อคิดที่สำคัญ คือ โปรดระวังอย่าให้จุดเด่นของคุณกลายเป็นจุดด้อย
-----------------------------------