บทความภาวะผู้นำ

บทบาทภาวะผู้นำ

ของข้าราชการไทยต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สำนักงาน ก.พ.ร. โดยกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร  ร่วมกับกลุ่มบริษัท PacRim ได้จัดการสัมมนาเรื่อง “บทบาทภาวะผู้นำของข้าราชการไทยกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ขึ้น ณ ห้องราชพฤกษ์บอลรูม ชั้น 2 อาคารสโมสรกีฬา สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดี–รังสิต โดยมี ก.พ.ร. ธรรมรักษ์ การพิศิษฏ์  เป็นประธาน

       ในโลกสมัยใหม่  เราทุกคนต้องมีภาวะผู้นำในตัวเองในการจัดการความรู้  เพื่อปรับตัวเองให้อยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้  กล่าวคือ  ภาวะผู้นำ หรือ Leadership นั้น จะต้องมีในทุกระดับไม่ใช่เพียงผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

         การจัดการความรู้  ต้องดำเนินการใน 2 ส่วน คือ

  1. ด้าน Hardware หรือ ระบบรวบรวมข้อมูลที่เป็นรูปธรรม เป็นวิชาการ เป็นตัวเลข
  2. ด้าน Software  ได้แก่  มนุษย์  เพราะในศตวรรษที่ 21 นี้ให้ความสำคัญกับเรื่อง  ของการมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ( Human Center )

          การสร้างภาวะผู้นำในตนเองให้เกิดขึ้นเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต้องเริ่มที่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดและกระบวนทัศน์ของตนเอง  โดยเรียนรู้ เชื่อมั่นและศรัทธาในตนเอง empower ตัวเองว่า มีศักยภาพในความเป็นมนุษย์ทั้งทางกาย ทางใจ และทางจิตวิญญาณ

วัฒนธรรมของผู้นำ 12 ประการ ซึ่งในการสร้างภาวะผู้นำในตนเองนั้น  ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและกระบวนทัศน์เพื่อสร้างให้เกิดวัฒนธรรม 12 ประการนี้  ได้แก่

  1. อย่าบังคับควบคุมผู้ปฏิบัติงาน
  2. ต้องประพฤติตัวเป็นแบบอย่าง
  3. ทำตัวให้เห็นเด่นชัด
  4. ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจน
  5. สนับสนุนผู้บุกเบิก
  6. เสาะหาเลือดใหม่ และค่อยๆ ถ่ายเลือด
  7. ขจัดความกลัว และอย่าอดทนต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  8. สร้างความสำเร็จจากความสำเร็จ
  9. สื่อสารกันตลอดเวลา

10.  สร้างสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มต่างๆ ในองค์กร

11.  ปรับกระบวนการบริหารให้สนับสนุนวัฒนธรรม

12.  ต้องดำเนินการต่อเนื่อง

           

           บทบาทภาวะผู้นำของข้าราชการไทยต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

           โดยกล่าวถึงความสำคัญของภาวะผู้นำต่อความสำเร็จขององค์กร  และการสร้างองค์กรที่มีความสำเร็จ  แบบยั่งยืน ( Sustained Superior Performance ) และเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่ซึ่งประกอบด้วย  องค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน คือ

  1. บุคลากรทุกระดับในองค์กรมีศักยภาพ
  2.  ผู้นำองค์กรมีศักยภาพ
  3. องค์กรมีศักยภาพในการปฏิบัติงานให้เกิดผล

            หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของผู้นำองค์กร คือ ต้องพัฒนาคุณลักษณะและความรู้ ความสามารถ ของบุคลาการในองค์กรอย่างต่อเนื่องซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาองค์กรจากส่วนที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การพัฒนาตัวบุคคลโดยการสร้างให้บุคคลมีความน่าไว้วางใจ                      (Trustworthiness ) ซึ่งจะทำให้เกิดทีมงานที่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ทุกคนทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด  มีความสอดคล้อง และ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

           ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ  จะต้องเป็นผู้นำที่มีวุฒิภาวะที่ดี  ซึ่งวุฒิภาวะของมนุษย์

แบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. Dependence     คือ  ต้องพึ่งพาคนอื่น  ซึ่งจะไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้

2. Independence   คือ  มีความมั่นใจในตนเอง มีจุดยืน มั่นคง

3. Interdependence  คือ  สามารถพึ่งพาตนเองและนำคนอื่นได้  ซึ่งเป็นวุฒิภาวะที่ควรมี ในตัวของผู้นำที่ดี

 การนำพาตนเองไปสู่การเป็นผู้นำที่มีวุฒิภาวะในระดับ Interdependence ได้นั้น จะต้องเริ่มจากการพัฒนาตนเองให้มี 7 อุปนิสัยที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ  คือ

         1. Be Proactive :  รับผิดชอบในสิ่งที่เลือก/ทำ  โดยไม่ปัดความรับผิดชอบ  ทั้งนี้เพราะทุกคนมีทางเลือกและทำอย่างมีสติ และรับผิดชอบในสิ่งที่เลือกและผลลัพธ์ของสิ่งที่ทำ

         2. Begin with the End in Mind : ต้องมีวิสัยทัศน์รู้ว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร รู้จักเป้าหมายที่ชัดเจน

         3. Put First Things First : ทำแต่สิ่งที่สำคัญ และใช้เวลาให้คุ้มค่าเต็มที่  มีจุดมุ่งหมาย  ไม่หลงทาง

         4. Think Win-Win : ใจกว้าง ไม่คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว  ยินดีต่อความสำเร็จของผู้อื่น

         5. Seek First  to Understand , Then to be Understood : เข้าใจซึ่งกันและกัน  รับฟังความต้องการและข้อแนะนำของผู้อื่น

         6. Synergize : เกิดพลังร่วม เป็น team work ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน สามารถทำงานร่วมจนเกิดผลสัมฤทธิ์ทำให้ 1+1 ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าร้อย มากกว่าพัน

         7. Sharpen the Saw : พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทั้งกาย วาจา ใจ

           อุปนิสัย 3 ข้อแรกนั้น จะทำให้เราสามารถจัดการชีวิตให้ตนเองมีความมั่นคง มีจุดยืน และมีเป้าหมายที่ชัดเจน  ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นผู้นำในระดับ Interdependence  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่จะมีภาวะผู้นำที่พึงประสงค์  จะต้องพัฒนาตนเองไปสู่ผู้นำที่มีวุฒิภาวะในระดับ  Interdependence ให้ได้  โดยการเสริมสร้างอุปนิสัยในข้อ 4-7 ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

           นอกจากอุปนิสัยทั้ง 7 ประการดังกล่าวแล้ว  คุณพรทิพย์  ยังได้กล่าวถึง บทบาทของผู้นำ ที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ  ซึ่งได้แก่

           1. ผู้นำต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี  เพื่อให้บุคลากรในองค์กรเกิดความศรัทธา  และต้องการทำตามผู้นำ

           2. ผู้นำต้องให้วิสัยทัศน์และทิศทางที่ชัดเจนขององค์กรและสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจ

           3. ผู้นำต้องทำให้สิ่งต่างๆ  ในองค์กรมีความสอดคล้อง มีระบบสนับสนุน  ที่ทำให้การดำเนินงานต่างๆ ภายในองค์กรสามารถเกิดขึ้นได้

           4. ผู้นำต้องรู้จัก empower บุคลากรในองค์กร เนื่องจากความสำเร็จขององค์กรนั้น จะเกิดขึ้นได้ จากความร่วมมือในการปฏิบัติงานของทุกคนในองค์กร