ครั้งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานด้านการจัดการที่ประเทศสิงคโปร์ ในช่วงเวลานั้นรัฐบาลของสิงคโปร์กำลังรณรงค์ให้คนในชาติ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคราชการ ตื่นตัวเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันโดยรวมของประเทศ ซึ่งในตอนนั้นคำว่า นวัตกรรม (Innovation) กลายเป็นหัวข้อสำคัญ (Theme) ที่นำมาพูดกันโดยทั่วไป จนนำมากล่าวกันเป็นคำพูดสั้นๆแต่ได้ใจความว่า Thinking out of the box พร้อมกับมีรูปภาพกราฟิกข้างๆเป็นรูปคนโดยบริเวณหัวด้านบนเปิดออก และมีสิ่งของพุ่งออกมาภายนอก
คนสิงคโปร์บอกผมว่าการจะคิดนอกกรอบ จนกระทั่งนำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆได้นั้นจะต้องมีความกล้า 3 ประการได้แก่
Dare to do กล้าที่จะทำ อย่ามัวแต่ลังเล หรือกลัวว่าจะผิดพลาด
Dare to dream กล้าที่จะฝัน คือไม่หลงอยู่กับสิ่งเดิมๆ โดยไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใดๆ จนล้าหลังไม่ทันสถานการณ์
Dare to make a difference กล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง อะไรที่ยังไม่เคยมีใครทำ ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ หรือไม่มีใครสนใจ สินค้าและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากๆก็มาจากการขายความต่างที่มีประโยชน์นั่นเอง
ถึงวันนี้เพิ่งจะมีไม่กี่องค์กรในประเทศไทยเราที่เริ่มตระหนักและเห็นคุณค่าของนวัตกรรม อย่างเช่นเครือปูนซิเมนต์ไทย เป็นต้น
หากนึกย้อนกลับไปมองตอนเราเป็นเด็ก ในโลกของเด็กนั้นไม่ได้สนใจความถูกผิด ทุกอย่างถือเป็นโอกาสที่จะได้เห็น ได้ลองสิ่งใหม่ๆ ยิ่งเป็นสิ่งที่ตื่นเต้น ยิ่งลองก็ยิ่งเรียนรู้ แต่พออายุมากขึ้น เรามักจะกลัวความล้มเหลว กลัวคำว่าไม่รู้ จนไม่กล้าที่จะลองคิดหรือลองทำอะไรที่ผิดแผกแตกต่างไปจากปกติ นอกจากสิ่งที่เราคุ้นเคยและรู้แน่ว่าจะสำเร็จ สุดท้ายก็ไม่สามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆ