คำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่

          วันนี้ (12 สิงหาคม) ผมมีความรู้สึกไม่ค่อยดี เจ็บหลังมากคิดว่าทานยาแล้วจะนอนพักผ่อน แต่ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ วินาทีนี้ ผมคิดถึงแม่ครับ

          ครอบครัวผม มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันแค่ 2 คน แต่แปลกที่ผมกับพี่สาวอายุห่างกัน 18 ปี ผมจึงเติบโตมาพร้อมกับหลาน ๆ พ่อผมมีอาชีพเป็นช่างที่ซ่อมได้สารพัดอย่าง  แม่เป็นแม่ค้าขายของชำ แม่ต้องไปซื้อของเข้าร้านตั้งแต่เช้ามืด ตอนผมไปเรียนมัธยมที่โรงเรียนประจำอำเภอ ก่อนเข้าโรงเรียน ผมจะเที่ยวเดินหาแม่ในตลาด เพื่อขอตังค์ ทั้ง ๆ ที่ พี่สาวให้ผมมาแล้ว ซึ่งแม่ก็รู้แต่กำชับว่าอย่าไปบอกพี่เขานา

         เมื่อจบมัธยม ผมจะเรียนอะไรต่อ แม่ไม่ขัดข้อง แม่บอกเสมอว่ามีโอกาสเรียน เรียนไปเถอะลูก อย่าเหมือนแม่ แม่อ่านหนังสือไม่ออกเพราะไม่ได้เรียนหนังสือ ผมล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด แม่ให้กำลังใจในการต่อสู้ของผม ทั้ง ที่ไม่รู้เรื่องระบบการเรียนเลย เมื่อผมเติบโตเป็นทหารอากาศ แต่งงานต้องแยกครอบครัวไปอยู่บ้านแฟนที่ดาวคนอง ทำให้ผมห่างแม่ไประยะหนึ่ง

         ครั้งหนึ่งเมื่อผมมีปัญหาในครอบครัว ตีสองกว่า ผมกลับไปบ้านที่พระประแดง กราบแม่และร้องให้ แม่บอกผมด้วยเสีบงแผ่วเบา นอนเสียเถิดลูกพรุ่งนี้เช้าทุกอย่างก็ดีเอง

         ปี 2524 ผมเปลี่ยนงานไปทำงานที่ศูนย์การศึกษาประชาชนจังหวัดชัยภูมิ ระหว่างที่สนุกสนานกับงานที่ผมรักในพื้นที่บนภูเขา กลับมาถึงที่ทำงานเห็นโทรเลข วางอยู่บนโต๊ะทำงาน พี่สาวส่งมาบอกว่า กลับบ้านด่วน แม่ป่วยหนักมาก ผมรีบกลับบ้าน แต่ไม่ทันแม่จากผมไปแล้ว พี่สาวกอดผมร้องไห้ แม่ห่วงแกมากนะ สั่งให้ช่วยดูแลแกด้วย

         ผมก้มลงกราบร่างที่ไร้วิญญานของแม่ พึมพำต่อหน้ารูปแม่ ผมสัญญากับแม่ว่า ผมจะเป็นคนดี

         วันนี้ 12 สิงหาคม 2553 ระยะเวลา 29 ปี ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนผมอำลาชีวิตราชการ มาใช้ชีวิตข้าราชการเกษียณอายุเรียบร้อยแล้ว ผมอยากจะบอกแม่ว่า คำสัญญาที่ผมบอกแม่ว่า ผมจะเป็นคนดี ผมประพฤติปฏิบัติอยู่เสมอและชั่วชีวิตนี้ ผมจะไม่ลืมคำสัญญาที่ให้กับแม่ไว้ ตลอดกาล