เขาถามเสียงอ่อยๆ “ยังมีโทษอื่นอีกหรือไม่” สุภัทร์ไม่ตอบแต่กลับถามเสียงเข้ม “คุณเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดหรือไม่”

สำรวมจากการดื่มน้ำเมา-2

โสภณ เปียสนิท 

...........................    

 

                เขาถามเสียงอ่อยๆ “ยังมีโทษอื่นอีกหรือไม่” สุภัทร์ไม่ตอบแต่กลับถามเสียงเข้ม “คุณเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดหรือไม่” “เอ...มันพิสูจน์ไม่ได้นา” นิพนแย้งกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ “ใครว่าพิสูจน์ไม่ได้ เราเป็นชาวพุทธ พระสอนว่าพิสูจน์ได้” “หรือครับ พิสูจน์อย่างไร” “วิทยาศาสตร์บอกว่ามีเชื้อโรค มีไวรัส มีบัคเตรี เชื่อหรือไม่” “เชื่อครับ” “เพราะเหตุใด” “เพราะนักวิทยาศาสตร์เอากล้องส่องให้ดู” “นั่นคือต้องใช้เครื่องมือช่วยให้เห็นจึงเชื่อ” “ใช่ครับ” “พระสอนว่า มีเครื่องมือให้เห็นการเวียนตายเวียนเกิด แต่ต้องทำเอาเองจะเอาไหม” “เอาครับ ต้องทำอย่างไร” “มี 3 ขั้น แต่ต้องทำไปพร้อมกันคือ 1. ทำใจให้ยินดีในการทำทาน 2. รักษาศีล 5 ข้อไว้เป็นพื้นฐาน 3. ทำจิตให้หยุดนิ่งด้วยการภาวนาอย่างต่อเนื่อง” “นี่คือเครื่องมือในการพิสูจน์หรือ” “ใช่” “โอ้โห ไม่ไหวมั้งยากสุดสุด” “ยังไม่ได้ทำเลย ยอมแพ้เสียแล้ว คนเรามักเป็นเสียอย่างนี้” นิพนมีสีหน้านิ่งคิด “หากผมทำตามขั้นตอนนี้แล้วจะรู้เห็นได้จริงหรือ” “พระสอนว่า “ของจริงคู่กับคนจริง ทำจริงย่อมได้รับผลจริงแน่นอน”

 

                นิพนถามเรื่องเดิม “ที่พี่ถามเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโทษข้ออื่นของการดื่มน้ำเมาหรือครับ” “ใช่ เพราะเป็นโทษข้ามภพข้ามชาติ” “หมายความว่าผลการดื่มเหล้าตามไปชาติหน้าด้วย” “แน่นอน พระสอนว่า จะทำให้เกิดเป็นคนใบ้ ทำให้เกิดเป็นคนบ้า ทำให้เกิดเป็นคนปัญญาอ่อน ทำให้เกิดเป็นสัตว์เลื้อยคลาน” “หา อะไรนะ ทั้งใบ้บ้าปัญญาอ่อนและเลื้อยคลานเลยหรือ” “พระสอนแล้วไม่น่าจะพลาด คิดแล้วก็น่าจะจริงนะ”

 

                 นิพนพยายามหาเหตุผล “เพราะอะไร” “เพราะยังไม่ทันตายก็ฝึกความเป็นเป็นใบ้ ความเป็นบ้า เป็นคนปัญญาอ่อน บ้างครั้งก็ฝึกการเลื้อยคลาน ไม่เคยเห็นหรือ” “เอ ...เคยครับ” “น้านไง ฝึกบ่อยเข้าตายแล้วก็ไปเป็นแบบนั้นเสียเลย” “แล้วพี่คิดอย่างไรจึงเลิกเหล้าได้” “ก็อย่างที่บอก หมอสั่ง” “ไม่มีอย่างอื่นเลยหรือ” “ก็มี อาจเป็นบุญของพี่ด้วย เพราะมันคิดขึ้นมาได้เอง” “คิดอย่างไร” “ง่ายๆ วิธีเลิกเหล้า คือ นึกถึงโทษของเหล้า ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเลิก ตัดขาดจากสิ่งที่ทำให้คิดถึงเหล้า นึกถึงศักดิ์ศรีตัวเอง ตัดเพื่อนขี้เหล้า ก็แค่นี้ อย่าย้อนกลับไปทางเดิมอีก” นิพนกล่าวเบาๆ “เหมือนง่ายเลยนะ”

 

                “พี่เลิกมานานแล้วหรือยัง” นิพานถามแบบต้องการรู้ประวัติ “4-5 ปีแล้ว” “ไม่เคยกลับไปดื่มอีกเลย” “ไม่เคยเลย ลาแล้วลาเลย” “เลิกเหล้าแล้วมีข้อดีอย่างไรบ้าง” “มีมากเลย แต่ต้องคิดให้ดีจึงจะรู้” “บอกผมหน่อยครับ” “ได้ ไม่รักกันจริงไม่บอกนะนี่” “แหม สำบัดสำนวนนะครับ” “นิดหน่อย ๆ คือ ทำให้มีสติ ทำให้ไม่มัวเมาลุ่มหลง ทำให้ไม่วิวาท ทำให้รู้กิจการในอดีตปัจจุบันอนาคต ไม่เป็นบ้าเป็นใบ้ไม่ปัญญาอ่อน ทำให้มีสุขมีคนนับถือยำเกรง ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รักของคนทั่วไป ทำให้ไม่หลงทำร้ายผู้มีพระคุณ ทำให้มีหิริโอตตัปปะ ทำให้มีความเห็นถูก มีปัญญาดี และที่สำคัญข้อสุดท้าย ทำให้บรรลุนิพพานโดยง่าย”

 

                นิพนเริ่มดวงตาเห็นธรรมรำไร “มีข้อดีมากจังนะครับ” “ใช่ แต่คนส่วนมากมองไม่เห็น” “พวกเขายังรักสนุกแบบโลกๆ อยู่” “ใช่ สนุกแต่ทุกข์ถนัด” “หลายคนยอมตายเพราะเหล้า” “จริงอย่างที่ว่า นักเขียนดัง นามยาขอบ ก็ยังตายเพราะสุรา เขียนหนังสือไป ดื่มสุราไปจนกระทั่งเสียชีวิต หมอห้ามก็ไม่ฟัง” “ยังมีอีกไหม เท่าที่พี่ทราบ” “โก้วเล้ง นักเขียนนามอุโฆษชาวจีน ในยุทธจักรนักเขียนไม่มีใครไม่รู้จักเขา เจ้าของสำนวนว่า “สิ่งที่ชอบมิใช่สุรา แต่เป็นบรรยากาศในวงสุรา” รายนี้ก็เขียนไปดื่มไปจนตายก่อนวัยอันควร”

 

                  นิพนแย้งเสียงเบา “บ้านเราเห็นมีเหล้าทุกงาน” “จริง กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง บ้านเมืองเราจึงเต็มไปด้วยคนบ้าใบ้บอด” “มีการโฆษณาเหล้ากันอย่างไม่เกรงใจใคร” “เป็นเรื่องของการเห็นแก่ได้ ไร้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม” “ของใครครับ” “ของผู้มีหน้าที่ดูแลประเทศนี้ทุกคน” “พวกขายเหล้า พวกผลิตเหล้า พวกอนุญาตให้ขายเหล้า และพวกดื่มเหล้าใครบาปมากกว่ากัน” “ทำมากบาปมาก คิดดูก็แล้วกัน ว่าใครทำให้คนบริโภคเหล้ามากกว่ากัน ก็คนนั้นแหละ”

 

                ชายสองคนเดินกลับทางเก่า ทุกย่างก้าวใกล้สู่จุดหมายปลายทาง ความมืดโรยตัวครอบคลุมฟ้ากว้างทีละน้อย รถหลายคันวิ่งสวนทางเปิดไฟสูงส่องหน้าผู้เดินทางจนต้องหลบลงข้างทาง ก้าวย่างของชีวิตก็เป็นเช่นนี้ แต่ละก้าวมีอันตราย มีหนทางมากมายให้คนเลือกเดิน