ส่งข้อสอบ

ส่งแบบทดสอบวิชาภาวะผู้นำ

 

1.  พฤติกรรมผู้นำตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอและการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 

                -ลักษณะที่เหมือนกัน  ของผู้นำตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอและของมหาวิทยาลัยมิชิแกน คือ  เป็นผู้นำที่มีพฤติกรรมมิติกิจสัมพันธ์มุ่งให้พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการตัดสินใจในการทำงาน  สร้างความเชื่อถือและศรัทธาในการทำงาน  ให้ความสนใจในความเจริญก้าวหน้าของพนักงาน

-ลักษณะแตกต่างกัน 

ผู้นำตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ   แบ่งพฤติกรรมของผู้นำแบบเส้นที่ต่อเนื่องคือมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในทุกระดับงาน(มุ่งความสัมพันธ์) 

ผู้นำตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน  แบ่งพฤติกรรมของผู้นำเป็นอิสระจากกันกล่าวคือมุ่งโครงสร้างงานสูงอาจจะมีมิติด้านการสัมพันธ์ต่ำ หรืออาจจะมีมิติสัมพันธ์สูงแต่โครงสร้างงานต่ำ โดยแยกเป็นอิสระจากกัน

2.   จากการศึกษาของ  Blake and Mouton  ได้ผู้นำกี่แบบอะไรบ้าง  ท่านคิดว่าผู้นำแบบใดมีประสิทธิภาพสูงสุด

จากการศึกษาของ  Blake and Mouton  เป็นการศึกพฤติกรรมผู้นำโดยสร้างตารางสองมิติให้แกนตั้งแสดงถึง พฤติกรรมผู้นำในลักษณะมุ่งงาน และแกนนอนแสดงถึงพฤติกรรมผู้นำ  ในลักษณะมุ่งผลผลิต  เรียกว่าตาข่ายผู้นำ  จากการศึกษาได้แบ่งออกเป็น  5  แบบ  ดังนี้

1. ผู้นำแบบไม่เอาไหน

2. ผู้นำแบบเผด็จการ

3. ผู้นำแบบนักบุญ

4. ผู้นำแบบสายกลาง

5. ผู้นำแบบทำงานเป็นทีม

ข้าพเจ้าคิดว่าผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารงาน  ควรจะนำเอาส่วนดีของ  ผู้นำแบบนักบุญ ผู้นำแบบทำงานเป็นทีม  และผู้นำแบบสายกลาง  มาบูรนาการเพื่อมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

 

 

3.  จงอธิบายถึงผู้นำตามสถานการณ์โดยเลือกมา    1  ทฤษฎีพร้อมอธิบายพอสังเขป

ผู้นำตามสถานการณ์เลือก   1  ทฤษฎีคือ   ทฤษฎีวิถีทาง – เป้าหมาย  ตามแนวคิดของ

 ( House’path-Goal Theory)  เป็นทฤษฏีที่ผู้นำใช้ในการบรรลุเป้าหมายทั้งเป็นเป้าหมายที่เกี่ยวกับงานและบุคคล  หน้าที่สำคัญของผู้นำตามทฤษฏีนี้  คือ การร่วมกันตั้งเป้าหมายระหว่างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาในการหาวีถีทางที่ดีที่สุดในการไปสู่เป้าหมายและช่วยขจัดอุปสรรคต่าง  ๆ  ให้ช่วยส่วนของทฤษฎีคือ พฤติกรรมผู้นำ และสถานการณ์ที่อื้อต่อผู้นำ  สำหรับพฤติกรรมแบ่งออกเป็น 4  แบบ  คือ

1.  ผู้นำแบบสังการ 2. ผู้นำแบบมุ่งความสำเร็จของงาน 3. ผู้นำแบบสนับสนุน  และ 4.ผู้นำแบบมีส่วนร่วม   สถานการณ์ประกอบด้วยคุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ใต้บังคับบัญชาความกดดันและการเรียกร้องของสิ่งแวดล้อม

กล่าวคือเป็นทฤษฎีนี้แห่งความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้นำและสถานการณ์ที่เอื้อต่อผู้นำ คือพฤติกรรมสั่งการที่สูงมากในสถานการณ์คลุมเครือ จะช่วยเพิ่มทั้งแรงจูงใจและความพอใจโดยทำให้วิถีทางมาบรรลุเป้าหมายมีความกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น  พฤติกรรมแบบสนับสนุนและพฤติกรรมแบบให้มีส่วนร่วมในสถานการณ์ที่ภารกิจชัดเจน จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานให้กับผู้บังคับบัญชาใน  ขณะที่พฤติกรรมแบบสั่งการจะก่อให้เกิดความขุ่นเคืองและตึงเครียดในสถานการณ์ที่ภารกิจชัดเจน

 

4.วิธีการในการพัฒนาภาวะผู้นำ  สามารถทำได้อย่างไรบ้าง

                -  จากการศึกษาคุณลักษณะภาวะผู้นำของหลาย ๆ ท่าน  สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำของตนเอง  โดยข้าพเจ้ามีความเชื่อว่าบุคคลที่เป็นผู้นำจะมีลักษณะแตกต่างและมีสิ่งที่เหนือกว่าคนอื่น ๆ  และข้าพเจ้าจะพัฒนาตนให้มีคุณลักษณะดังนี้

   1.คุณลักษณะ ด้านบุคลิกภาพ   คุณลักษณะด้านบุคลิกภาพนั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมให้ดำเนินไปตามวิถีทางที่ต้องการ ซึ่ง ถ้าผู้นำมีบุคลิกภาพที่ดีแล้วจะมีส่วนช่วยให้งานประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยากนัก   และผู้นำควรมีองค์ประกอบด้านบุคลิกภาพดังนี้   ความมั่นใจในตนเอง  ความอดทนอดกลั้น  วุฒิภาวะทางอารมณ์  ความดีงาม และต้องมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี

   2.คุณลักษณะด้านการจูงใจ  การจูงใจเป็นพลังที่เกิดขึ้นภายในของแต่ละบุคคล ในอันที่จะแสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานอย่างสร้างสรรค์  โดยการค้นหารูปแบบ  การชี้นำ การกระตุ้น  และการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์

   3.คุณลักษณะทางด้านทักษะ  และประสบการณ์ความรู้ความสามารถที่สัมพันธ์กับงานถ้ามีทักษะเหล่านี้แล้วก็สามารถดำเนินการให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ได้โดยไม่ยากนัก

5. ทฤษฎี  3  มิติของ(kurt Lewin) ประกอบด้วยอะไรบ้างและแบบผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้แก่ผู้นำแบบใดบ้าง

                        ทฤษฎี  3  มิติของ(kurt Lewin) ประกอบด้วยพฤติกรรมของผู้นำ  3 แบบคือ

  1. ผู้นำแบบเผด็จการ  (Autocratic Leader) เป็นผู้นำที่ตัดสินใจด้วยตนเอง ชอบออกคำสั่งให้ผู้อื่นปฏิบัติตามหรือใช้การติดต่อสื่อสารแบบทางเดียว จำกัดการให้ข้อมูลแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ใช้อำนาจควบคุม ลงโทษ และเน้นผลงาน
  2. ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leader ) เน้นการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดวิธีการทำงาน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายของงาน ให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา คำนึงถึงความต้องการและความรู้สึกของผู้ตาม เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตาม
  3. ผู้นำแบบเสรีนิยม (Laissez-faire Leader) เป็นผู้นำที่ให้อิสระในการทำงานแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทรัพยากร หรือวัตถุดิบที่จำเป็นในการทำงาน มีส่วนร่วมเพียงช่วยตอบคำถาม และหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลสะท้อนกลับ ไม่สนใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตาม

                        ผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ

ผู้นำแบบประชาธิปไตย  เพราะเป็นผู้นำที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในทุกกระบวนการดำเนินงาน   ให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา คำนึงถึงความต้องการและความรู้สึกของผู้ตาม สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตาม