วันพรุ่งนี้"วันแม่แห่งชาติ" เป็นอีกวันหนึ่งที่ทุก ๆ คนรอคอย เพื่อจะได้แสดงความรักต่อคุณแม่ ดิฉันก็เช่นเดียวกัน  เฝ้ารอคอยวันนี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นวันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน  จะได้มีเวลามากพอที่จะกลับไปกราบแทบเท้าและสวมกอดแม่ให้ชื่นใจและให้หายคิดถึง แม่ดิฉันไม่ได้เกิดมาในชาติตระกูลที่สูงส่ง เป็นลูกชาวนาที่มีลูกมากตามสมัยนิยมเมื่อ 72 ปีที่แล้ว  แม่เป็นลูกคนที่ 9 จากจำนวนลูกทั้งหมด 10 คน (เห็นไหมคะว่าแม้แต่ลำดับที่เกิดก็เป็นมงคลแล้ว)  แม่ถูกญาติขอไปเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งจะต้องทำงานบ้านทุกอย่างรวมถึงการค้าขายซึ่งเป็นอาชีพของญาติผู้นั้น  แม่เล่าว่าในชีวิตแม่ไม่เคยไปโรงเรียนทันเลย  ไปสายประจำเพราะต้องทำงานบ้าน  ช่วยซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน  ทำขนมขายให้แล้วเสร็จถึงจะได้แต่งตัวไปโรงเรียน  ชีวิตในวัยเด็กของแม่ลำบากมากแต่สิ่งเหล่านี้ทำให้แม่เป็นคนขยัน  มีความอดทน  ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ทำให้ชีวิตครอบครัวของเราก้าวมาจนถึงวันนี้  แม่เป็นพลังสำคัญให้ครอบครัวประสบความสำเร็จ พ่อเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่มีรายได้น้อย รายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูลูก 4 คนให้ได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับผู้อื่น  แต่ด้วยความอดทน  การต่อสู้ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็น "แม่"  แม่ลำบาก  ต่อสู้ ค้าขายอย่างอดทน เพื่อจะได้มีเงินส่งเสียให้ลูกได้เล่าเรียนเหมือนลูกคนอื่นเขา  ทำให้ลูกทุกคนได้รับการเลี้ยงดู และได้รับการศึกษาอย่างน้อยที่สุดในระดับปริญญาตรี ยกเว้นลูกชายคนโตซึ่งเป็นใบ้แต่ด้วยความรักของแม่ก็ได้ใช้ความรักและความพยายามส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียนโสตศึกษาขอนแก่นในขณะนั้น  ครอบครัวของเราไม่ร่ำรวยเงินทองแต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของทุกคน  จะสุขบ้างทุกข์บ้างก็เป็นธรรมดาของสังคมมนุษย์โดยทั่ว ๆไป  วันนี้....ลูกทุกคนมีอาชีพสุจริต  มีฐานะ หน้าที่ การงานมั่นคง ก็เพราะ ด้วยความรัก  มันสมองและสองมือของแม่ จะเอาโลกมาแทนปากกา เอานภามาแทนกระดาษ  เอาน้ำหมึกหมดมหาสมุทรวาด ประกาศพระคุณ........ แม่......ไม่พอ  รักแม่ สุด สุดคะ