วันเกิดฉันวันที่ชีวิตแม่เกือบจะดับ
-
วันเกิดตัวเอง
-
วันเกิดลูก
-
วันแม่
ใน 3 วันที่แตกต่าง มีความรู้สึกหนึ่งที่ระลึกถึงเหมือน ๆ กันอยู่เสมอ คือ “แม่”
-
วันเกิดตัวเอง: วันที่เราได้ลืมตาดูโลก เป็นวันที่ชีวิตแม่เกือบจะดับ แม่คลอดลูกฝาแฝดอยู่บ้านในชนบทที่ห่างไกลจากสถานบริการสาธารณสุขกว่า 30 กิโลเมตร ไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ที่จะช่วยเหลือชีวิต และไม่มีพาหนะใด ๆ ที่จะนำส่งโรงพยาบาลเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน มีเพียงยายแก่ๆเพื่อนบ้านที่ทำหน้าที่เป็นหมอตำแยคอยประคองช่วงไหล่ขณะแม่นั่งคุกเข่าโหนถ่วงรอให้ลูกคลอด กลวิธีในการดูแลของยายหมอตำแยคือ หลังคลอดก็จะให้นั่งพิงที่นอนให้ศีรษะสูงเท่านั้น นอนไม่ได้เพราะเชื่อว่าจะทำให้เลือดขึ้นหัววิงเวียนศีรษะและอาจทำให้ตายได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าวตรงข้ามกับหลักการดูแลของแพทย์ปัจจุบันโดยสิ้นเชิง ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดอันตราย (ภาวะช๊อคจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ) ท้องนี้เป็นท้องที่ 4 ของแม่...ครั้งนั้นแม่คลอดลูกคนแรกเป็นเด็กผู้หญิงตอนเช้าตรู่ (เวลาพระออกบิณฑบาต) หลังเด็กคลอด ยายหมอตำแยคลำดูท้องแล้วบอกแม่ว่ายังเหลือลูกอีก 1 คน จึงให้แม่นั่งโหนถ่วงอยู่อย่างนั้นรอให้ลูกอีกคนคลอด...เวลาผ่านไปจนพระตีกลองเพล (เวลา11.00 น.) แม่ถึงคลอดลูกอีกคนเป็นเด็กชาย แม่บอกว่าระหว่างนั้นแฝดที่เกิดก่อนก็ยังไม่ได้ตัดสายสะดือออกจากแม่คงให้นอนรอจนตัวแห้งกรังอยู่อย่างนั้น... ไม่อยากคิดเลยว่า 4 – 5 ชม.ที่นั่งโหนถ่วงรอให้ลูกคลอดอยู่นั้นแม่จะมีเลือดไปมากขนาดไหน แม่บอกว่าเลือดไหลลงไปใต้ถุนบ้านจนได้ยินเสียงเป็ดมาไซ้กินเหมือนไซร้น้ำครำใต้ถุนบ้าน(บ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง) ซึ่งโดยหลักการทางการแพทย์แล้วแฝดคนที่ 2 ควรจะคลอดห่างจากคนแรกไม่เกิน 10 นาที เท่านั้น คะแนนความเสี่ยงในการคลอดของแม่ในครั้งนั้นถ้าเป็นปรอทก็คงทะลุจนกระเปาะแตกไปเลย
ด้วยเดชะบุญแม่และลูกน้อยทั้ง 2 คนปลอดภัย ราวปาฏิหาริย์ ทำให้คิดถึงตอนที่ตัวเองทำคลอดแม่ครรภ์หลัง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง มดลูกหดรัดตัวไม่ดี มีอาการตกเลือด ทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม (นี่ไม่รวมระยะเวลารอรกคลอดค่ะ)
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่กล้าจัดงานวันเกิดให้กับตัวเอง แต่จะไปทำบุญตักบาต กลับบ้านไปกราบแม่ ดูแลแม่
“แม่” สุดยอดหญิงเหล็ก
“แม่” ฮีโร่ของฉัน
-
วันเกิดลูก: วันที่เราคลอดลูกแฝดเช่นเดียวกับครั้งที่แม่คลอดเรา...แต่เราคลอดท้องแรก คลอดลูกคนแรกห่างจากคนที่ 2 เพียง 11 นาที ทั้ง ๆ ที่เราคลอดที่โรงพยาบาล มีสูติแพทย์มีพยาบาลคอยดูแล มีเครื่องมือแพทย์พร้อมสำหรับช่วยชีวิต แต่เรายังรู้สึกกลัว ความเสี่ยงของเราเทียบได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวของแม่เลย
แม่และลูกแฝดค่ะ แม้จะเลี้ยงลูกแฝดและเป็นแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านก็ตอบได้ไม่อายใครเลยค่ะ ว่าให้ลูกกินนมแม่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน -
วันแม่: เป็นวันที่มีความหมายสำหรับดิฉันมาก และคิดว่าสำหรับคนไทยทุก ๆ คนก็คงไม่แตกต่างกัน นอกจากเราจะได้ถวายความจงรักภักดีต่อแม่ของแผ่นดินแล้วยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ระลึกถึงพระคุณของแม่ผู้ให้โอกาสเราได้เกิดมาอีกด้วย เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อแม่เป็นกรณีพิเศษในรอบ 1 ปี ไม่ว่าจะเป็นการบอกรักแม่ กอดแม่ กราบแม่ ขอโทษแม่ ให้ของขวัญแม่ ให้เวลาตัวเองได้อยู่กับแม่ ดูแลแม่ ฯลฯ ดิฉันคิดว่า แม่คือพระที่อยู่ในใจของเราตลอดเวลา แม้เราจะไปทำงานอยู่ไกลแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่เราระลึกถึงท่านก็จะรู้สึกเหมือนว่าได้อยู่ใกล้ชิดท่านเสมอ
สวัสดีค่ะพี่นาถ
เล่าได้เห็นภาพชัดเจน แม่ช่างลำบาก อดทน ต่อสู้จริงๆ ซาบซึ้งในพระคุณแม่ค่ะ
ฝากกราบท่านนะค่ะ คุณแม่ใจดี คิดถึงท่านเสมอค่ะ
ชื่นชมคุณแม่ที่ดีอย่างพี่นาถเช่นกันค่ะ
สวัสดีจ๊ะ อุ้ม
มีปัญหาการใช้ Internet ช้ามาก ๆ
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย และช่วยอ่านบันทึก
ขอให้กำลังใจคุณแม่อุ้ม ของน้องนกหวีด เช่นกันค่ะ
ขอเอาใจช่วยในการดูแลน้องนกหวีด และขอให้น้องนกหวีดหายจากการเป็นไข้เร็ว ๆ นะคะ
เข้าใจว่าเมื่อลูกเจ็บไข้ แม่ต้องลำบากทั้งกาย ทั้งใจ... แม่อุ้มสู้ ๆ
และอย่าลืมดูแลตัวเองด้วย
รักและคิดถึงเสมอ