ผู้หญิงคนหนึ่ง
โดย...ทวีศรี จันทร์เอี่ยม
หลังจากที่พ่อเสียชีวิตแล้ว สามปีต่อมาฉันก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้เป็นครูสอนโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยาเมื่อจะเริ่มต้นทำงานใหม่แม่ก็จะบอกกับฉันเหมือนกับที่บอกกับพี่ๆทุกคนว่า
“ ปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น มีความรัก และศรัทธาในอาชีพนะลูกแล้วลูกจะก้าวหน้าและประสบผลสำเร็จ ” แม้จะเป็นคำพูดที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจนักในขณะนั้นแต่ฉันก็พยายามปฏิบัติตนตามคำพูดของแม่ จนถึง ณ เวลานี้จึงได้รู้ว่าคำพูดของแม่คือความจริง เพราะลูกๆแต่ละคนที่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก็ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่นตามที่แม่บอกนั่นเอง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม่เฝ้ามองดูความสำเร็จของลูก ๆ ด้วยความภาคภูมิใจและมีความสุข แม้ว่าพวกเราจะทำงานอยู่ห่างกันคนละจังหวัดก็ตาม แต่เราก็ส่งข่าวถึงกันมิได้ขาดแม่รับรู้ถึงความเป็นไปของพวกเราตลอดเวลา และพวกเราก็รับรู้ความเป็นไปในชีวิตของแม่เช่นเดียวกัน
12 สิงหาคม 2534 เป็นวันที่พวกเราดีใจและภูมิใจที่สุด เพราะก่อนวันหน้านั้น ฉันได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวว่า
“ พี่มีข่าวดีจะบอกล่ะ ฟังให้ดีๆนะ ” เสียงพี่สาวดังมาตามสาย
“ ข่าวดีอะไรเหรอ บอกเร็วๆซิ ” ฉันไม่วายตื่นเต้นไปด้วย ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าเป็นข่าวดีของใคร พี่สาวหัวเราะและพูดต่อ
“แม่ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลแม่ดีเด่นของจังหวัดลำพูน ”
“ แม่......แม่.....จริงเหรอ....โอ๊ย...ดีใจที่สุดเลย....” ฉันร้องตะโกนไปตามสายจนพี่สาวขำและตอบกลับมา
“ โอย.....โอย....แก้วหูจะแตกแล้ว ”
“ ก็ดีใจนี่นา.....” แล้วฉันก็วางสาย นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว เพิ่งเข้าใจถึงอาการของคำว่า “ หัวใจพองโต” ก็คราวนี้เอง วันนั้นทั้งวันฉันพูดถึงแต่แม่จนเพื่อนที่ทำงานอิจฉา ฉันนั่งนึกถึงเวลาที่ผ่านมา เหมาะสมแล้วที่แม่ได้รับรางวัลนี้ คุณความดีที่แม่กระทำมาทั้งหมดส่งผลให้แม่และลูกๆได้มีวันนี้
และแล้ววันแห่งความภาคภูมิใจก็มาถึง พวกเราตื่นเต้นมาก แต่คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดก็คือ “ แม่ ” เพราะคงเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่แม่จะได้มีโอกาสเข้ารับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรตินี้ พวกเราเตรียมชุดผ้าไหมที่คิดว่าสวยที่สุดสำหรับแม่ในวันนี้
พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ผู้แทนพระองค์ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
วันนี้มีการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานรางวัลทางทีวีด้วย ฉันไม่ได้ติดตามแม่ไปรับรางวัลด้วยเนื่องจากมีพี่ๆไปกันหลายคนแล้วจึงได้แต่นั่งจ้องทีวีอย่างไม่กระพริบตา ในที่สุดฉันก็ได้ยินเสียงประกาศ
“ นางบัวผา จันทร์เอี่ยม แม่ผู้เสียสละและอุทิศตน จังหวัดลำพูน ”
แม่เดินออกมาผ่านหน้าจอทีวี เข้าไปรับประทานรางวัลจากพระองค์หญิง ฉันมองภาพแม่ในจอพร้อมกับขนลุกซู่ อยากให้พ่อมาเห็น พ่อจะต้องดีใจและภูมิใจในตัวแม่อย่างที่สุด แม่ช่างสง่างามเหลือเกิน แม้จะไม่เห็นหน้าแม่ชัดเจน แต่ฉันก็รู้ว่าใบหน้าของแม่คงอิ่มเอิบไปด้วยความสุข เพราะฉันได้ยินเสียงปรบมือของคนในห้องประชุมดังกึกก้องขณะที่แม่เอื้อมมือไปรับประทานรางวัลจากพระองค์หญิง
กลับจากรับรางวัลมาแล้วเพื่อนบ้านต่างก็มาแสดงความยินดีกับแม่และชื่นชมกับความมานะอดทนของแม่ จนได้รับรางวัลแห่งชีวิตครั้งนี้ แม่บอกเพื่อนบ้านไปว่าแม่ไม่ใช่คนเก่งอะไร แม่ก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่มีจิตวิญญาณของความเป็นแม่ ที่มีความรักลูกเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจของแม่ให้แข็งแกร่งอยู่จนทุกวันนี้ หัวใจฉันวาบขึ้นด้วยความปิติ ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่ ถึงแม้ว่าแม่จะเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง แต่แม่ก็เป็นผู้หญิงเก่งคนเดียวที่จะอยู่ในหัวใจของฉันตลอดกาล
***********************
หมายเหตุ เรื่องที่นำเสนอให้ท่านอ่านเนื่องในโอกาสวันแม่ที่จะถึง ๑๒ ส.ค. ๒๕๕๓
ยังมีเรื่องที่เกี่ยวกับแม่ที่ผู้เขียนได้บันทึกไว้ในคงามทรงจำและได้จัดทำเป็น
หนังสือส่งเสริมการอ่าน เรื่องสั้นกตัญญู แล้ว ซึ่งจะนำเสนอในโอกาสต่อไป
ยามที่แม่สั่งสอนพร่ำวอนลูก เรื่องผิดถูกลูกก็ว่าแม่จู้จี้
ต่อเมื่อลูกเติบใหญ่จึงได้ดี เพราะคำที่แม่พูดไว้ไม่ผิดคำ..
ขอบคุณ คุณราชิตมากค่ะ เราเป็นคนรักแม่เหมือนกัน ..นะ