อาจารย์ Sarah Abell ตีพิมพ์เรื่อง '10 tips for the first date' = "10 เคล็ดลับสำหรับการนัดพบ (เดท) ครั้งแรก" โดยแบ่งเป็น "5 ทำ + 5 ไม่ (อย่าทำ)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ telegraph.co.uk ]
----//----
5 ทำ
(1). เลือกสถานที่ > เงียบสงบน่าจะดี
สถานที่ที่เหมาะกับการบ่มเพาะมิตรภาพส่วนใหญ่จะเป็นที่ที่ไม่ดึงอื้ออึง เช่น ตลาดสด ฯลฯ
และไม่ควรนัดพบครั้งแรกที่บ้าน เนื่องจากถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นประเภท 17 มงกุฏหรือเป็นคนประเภท "เกาะหนึบ" แล้วอาจจะเสี่ยงอันตรายมากไป หรือไม่ก็เลิกลากันได้ยาก เพราะอีกฝ่ายจะตามตื๊อได้ง่าย
ของฝากเล็กๆ น้อยๆ เช่น ดอกไม้ ชอคโกแล็ต ฯลฯ อาจช่วยสานต่อมิตรภาพได้ โดยเลือกให้เหมาะกับอีกฝ่ายหนึ่ง
...
(2). ดูดีไว้ก่อน
คนที่ "ดูดี" หรือภาพรวมของร่างกาย-เสื้อผ้า-เครื่องประดับดูเหมาะสม และดูสะอาดน่าจะได้เปรียบกว่าคนที่ "ดูไม่ดี" เสมอ
เรื่องที่สำคัญ คือ ตัดภาพลบออกไป เช่น หัวกระเซิงอาจไปตัดผมก่อน หัวเหม็นอาจไปสระผมก่อน เต่าแรงอาจใช้ยาทาทุกวันล่วงหน้า 7 วัน ฯลฯ
อย่าลืมนอนให้พอล่วงหน้าไว้หลายๆ วัน เพราะถ้าง่วงไปหาวไป หรือไปถึงก็หลับเลยตั้งแต่แรกพบอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า คนๆ นี้น่าจะไม่ค่อยมีสมรรถภาพ
...
(3). มีน้ำใจ
ความเป็นคน "มีน้ำใจ" หรือเป็นคน "น่ารัก" มักจะมีชัยไปกว่าครึ่ง เช่น ไปออกค่ายด้วยกันก็ช่วยทำกับข้าว ล้างจาน-ล้างชาม-ล้างแก้ว แบกของ (แรกดีไว้ก่อนได้เปรียบเสมอ) ฯลฯ
ที่สำคัญ คือ "ไม่รับปาก" โดยไม่ทำ... อะไรที่ไม่แน่ใจก็อย่าเพิ่งรับปาก เพราะคำพูดของเราเป็น "เครดิต" ทางใจกับคนอื่น
...
(4). ทิ้งเรื่องหนักๆ ไว้
ไม่ว่าชีวิตจะ "โหด-เศร้า-เหงา-เซง" สักเพียงใดก็ต้องรู้จัก "วางมันลง" ก่อนไปสานต่อมิตรภาพใหม่เสมอ เพราะการไปถึงก็บ่นๆๆๆ มักจะทำลายมิตรภาพตั้งแต่แรกพบ
ตรงกันข้าม... ถ้าจะสานต่อมิตรภาพครั้งแรก ให้พก "ความสุข" ไป หรือไม่ก็ "เริ่มจากฐานศูนย์ (0)" หรือลืมเรื่องเก่า-พักเรื่องเก่าไว้ชั่้วคราว แล้วไปเริ่มต้นกันใหม่
และอย่าลืม... ทำตัวให้ว่าง เช่น เคลียร์ธุระใ้ห้ว่างจริงๆ สัก 1/2 วัน ฯลฯ... ไม่จำเป็นอย่าไปรับงานอื่นเพียบ ซึ่งจะทำให้เครียดโดยไม่จำเป็น
...
(5). อย่าเสแสร้ง
การเสแสร้งเป็น "อะไรที่ไม่ใช่เรา" มักจะทำให้มิตรภาพไม่ยั่งยืน... ทางที่ดี คือ เป็นอย่างที่เราเป็น พร้อมรับฟัง พร้อมที่จะแก้ไขข้อบกพร่อง พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ พร้อมที่จะพยายามใหม่เสมอ
...
5 ไม่
(1). อย่าเอาแต่พูด
การครอบงำบทสนทนา แย่งพูดจนอีกฝ่ายไม่มีโอกาสพูด หรือไม่รับฟังอีกฝ่ายหนึ่งมักจะทำให้มิตรภาพแรกพบไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ดี คือ โลกเรานี้มี "นักพูด" มามากพอแล้ว แต่โลกนี้กำลังขาด "นักฟัง", โลกนี้มี "นักแสดง" มามากพอแล้ว แต่โลกนี้กำลังขาด "ผู้ชม", โลกนี้มี "นักติ" มามากพอแล้ว โลกเรากำลังต้องการ "นักชื่นชม"
เรื่องที่ควรระวังอีกอย่างหนึ่ง คือ ควรหลีกเลี่ยงเรื่องหนักๆ เช่น การเมือง (ยกเว้นพบกันกลางลานประท้วง), ศาสนา (ยกเว้นพบกันที่โบสถ์ วิหาร หรือสถานที่ปฏิบัติธรรม), คณิตศาสตร์ ฯลฯ
เรื่องที่น่าพูด คือ เราประทับใจอีกฝ่ายตรงไหน ชื่นชมอีกฝ่ายตอนทำอะไร... พูดเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งสนใจให้มาก พูดเรื่องที่เราสนใจให้น้อย
...
(2). ระวังมารยาท
ไปให้ตรงเวลาหรือก่อนเวลา ปิดโทรศัพท์มือถือสักพัก (ถ้าปิดไม่ได้... ใช้ระบบสั่นแทนเสียงก็ยังดี), กล่าวคำขอบคุณถ้าอีกฝ่ายหนึ่งให้อะไรเสมอ
อย่าลืมแสดงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ กับคนรอบข้างเสมอ เช่น พูดสุภาพกับพนักงานบริการ ช่วยเก็บของที่คนสูงอายุทำตก ฯลฯ เพราะนี่เป็นอะไรที่ทำให้ดู "น่ารัก" และ "น่าคบ"
ควรปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่เสมอว่า เรามีนิสัยอะไรที่ "ดูไม่ดี" หรือไม่ เช่น ชอบกัดเล็บ แลบลิ้นบ่อย ฯลฯ เนื่องจากนิสัยเหล่านี้ส่วนใหญ่แก้ไขให้ดีขึ้นได้ "ก่อนวันสำคัญ"
...
(3). อย่าเลียนแบบคนอื่น
ยุคนี้เป็นยุคที่ใครๆ ก็แสวงหาอะไรที่มี "เอกลักษณ์" หรือ "ความเป็นคุณ" มากกว่าความโหลหรือไร้เอกลักษณ์
ถ้าเราอบน้องหมาก็ไม่ต้องทำเป็นชอบน้องแมว (คนส่วนใหญ่มักจะชอบน้องหมาหรือแมวอย่างเดียว ส่วนน้อยชอบทั้งสองอย่าง), เพราะมิตรภาพที่ดีน่าจะอยู่ที่ความจริงใจ ไม่เสแสร้ง และยอมรับ "ความเป็นคุณ" ของอีกฝ่ายหนึ่งได้
...
(4). อย่าพิพากษาทันที
มิตรภาพเป็นเรื่องที่มักจะต้องมองกันนาน (พอสมควร)... การตัดสินใจอะไรอีกฝ่ายหนึ่งทันทีอาจจะ "พลาด" ทำให้พลาดประเด็นสำคัญได้
...
(5). ไม่เร่ง
คำกล่าวที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" ยังใช้ได้เสมอ เช่น ถ้าเราอยากได้อะไรมากๆ... ท่านว่า ให้รอไว้อย่างน้อย 7 วัน แล้วตัดสินใจใหม่ตอนความอยากลดลง ซึ่งมักจะตัดสินใจต่างไปจากการตัดสินใจทันทีเป็นส่วนใหญ่
มิตรภาพก็เป็นเรื่องที่ควรรอไว้ ซึ่งจะนานเท่าไรไม่มีใครทราบได้ ทว่า... อาจารย์ซาราห์ อะเบลล์ แนะนำว่า อย่างน้อยน่าจะเป็น 2-3 เดือน หรือไม่ก็ 2-3 ปี
...
ไม่ว่ามิตรภาพแรกพบจะจบลงด้วยดี หรือจะสูญหายไปในสายลม... อย่าลืมว่า คนที่ไม่มีใครรักเลยนั้นหายากในโลก
คนส่วนใหญ่มีคุณแม่คุณพ่อที่รักและจริงใจต่อเราเสมอ หรือถ้าไม่มีคุณแม่คุณพ่อก็มักจะมีญาติสนิทมิตรสหาย เช่น พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ฯลฯ
...
หรือถ้าเกิดมากำพร้าจริงๆ ก็ยังมีครูบาอาจารย์ และถ้าโดดเดี่ยวเดียวดายจริงๆ ก็ต้องรักตัวเราเองให้ได้
เพราะ "ไหนๆ ก็ไหนๆ แ้ล้ว"... ต้องรักตัวเอง ทำดีกับตัวเองให้ได้ เช่น รู้จักรักคนอื่นอย่างลืมหูลืมตา (ไตร่ตรอง มองรอบด้าน), ไม่ใช่รักคนอื่นอย่างหลับหูหลับตา (ลุ่มหลง หมกมุ่น งมงาย) ฯลฯ
...
กล่าวกันว่า ธรรมชาติของมิตรภาพอย่างหนึ่ง คือ 'humble' = อ่อนน้อมถ่อนตน [ thefreedictionary ]
คำนี้มีที่มาจากคำฝรั่งเศสโบราณ และละตินตามลำดับ... คือ 'humilis (= low, lowly = ต่ำ อย่างต่ำ)', และ 'humus (= ground = แผ่นดิน ติดดิน)' [ thefreedictionary ]
...
ธรรมชาติของมิตรภาพเต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อนตน หรือที่ตรงกับสำนวนสมัยใหม่ว่า "ติดดิน"
นั่นคือ มิตรภาพที่แท้นั้นเรียบง่าย และอ่อนน้อมติดดินราวกับรวงข้าวพันธุ์ดีที่โน้มลงสู่ดิน
...
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่ มา
-
Thank Telegraph.co.uk
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 9 สิงหาคม 2553.
-
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>