นาฬิกาชีวิต
ในชีวิตคนเราก็เหมือนกับกลไกของการทำงาน เพื่อให้ชีวิตให้อยู่ได้ มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ ทุกก้าวย่างของชีวิต ทุกอย่างต้องสัมผัสกัน ดังลมหายใจที่มีเข้ามีออกในหน่วยงานหรือในสายงานใดก็แล้วแต่ ถ้าจะมองให้เป็น มองให้เห็นก็จะเหมือนกับการทำงานของนาฬิกา เวลาที่ถูกต้องเที่ยงตรงจะเกิดขึ้นมาได้นั้น ก็คือต้องอาศัยการทำงานของเฟืองเล็กๆ น้อยๆ จำนวนมาก ที่ต่างทำหน้าทีอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่หยุดหย่อย เพื่อให้เข็มที่ชี้บอกเวลาตรงกับความเป็นจริง นาฬิกาจึงจะมีคุณค่า ในสังคมเรานั้น มีตำแหน่งมากมายตามขีดความสามารถ และสติปัญญาของแต่ละคน ทุกคนคือเฟืองเล็กๆ ของสังคม พ่อแม่ลูกเป็นครอบครัวหลายๆ ครอบครัวเป็นชุมชน
คือหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนกระทั่งถึงประเทศชาติอณูที่เล็กที่สุดคือครอบครัว หากครอบครัวมั่นคงเข้มแข็ง พ่อแม่ลูกต่างทำหน้าที่ สังคมส่วนรวมของประเทศชาติก็จะมั่นคงเช่นเดียวกัน “ผู้รับผิดชอบหน้าทีประจำวันของตนได้อย่างดี จึงสามารถรับผิดชอบได้อย่างเต็มทีเมื่องานใหญ่มาถึง”มีบทเพลงที่คนญี่ปุ่นชอบร้องรำกัน มีความหมายในด้านการคิดทางบวก ทั้งพอใจในสิ่งที่ตนเองเป็น เนื้อเพลงมีอยู่ว่า
แม้มิได้เป็นดอกซากุระ ก็อย่ารังเกียจที่จะเป็นดอกไม้อื่น
แม้มิได้เป็นซามูไร ก็จงภูมิใจเป็นสมุนเขา
แม้มิได้เป็นถนน ก็จงพอใจที่จะเป็นบาทวิถี
แม้มิได้เป็นดวงตะวัน ก็จงยินดีที่จะเป็นดวงดาว
อันว่าภูเขาฟูจินั้นสวย แต่ว่าภูเขาลูกอื่นๆ ก็มิได้ด้อยค่า
ไม่ว่าจะเป็นอะไร จงพอใจและเป็นให้ดีที่สุด
มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ กล่าวว่า
“ถ้าท่านเป็นคนกวาดถนน การกวาดถนนก็ไม่ต่างอะไรจาการวาดภาพของ
ไมเคิลแอนเจโล
หรือการประพันธ์บทกวีของเช็คสเปียร์
คนกวาดถนนที่ดีจะได้รับการยกย่องชมเชยให้เป็น
คนกวาดถนนผู้ยิ่งใหญ่เช่นกัน
เมื่อท่านไม่มีสิ่งที่ชอบก็จงชอบในสิ่งที่มีและทำให้ดีที่สุด”