คุณหนูดี วนิษา เรซ..NASA และนิยายกำลังภายใน


Appreciative Inquiry

สองวันมานี้อ่านหนังสือของคุณวานิษา เรซ..ดีมากๆครับ..

สร้างแรงบันดาลใจสุดๆ 

เรื่องเล่นให้เป็นอัจริยะครับ..

ประทับใจเรื่องหนึ่งที่คุณหนูดีเล่าไว้ว่า..นาซ่ากำลังเจอปัญหาหนึ่งคือ ระยะหลังนี้นักวิยาศาสตร์ วิศวกรช่วงที่บุกเบิกสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ ดาวอังคารกำลังจะเกษียณอายุ..ก็เลยเริ่มมีการรับสมัคร หาคนมาแทน ก็เอามาจากคนจบมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกครับ...ปรากฏว่าต้องประสบปัญหาครับ..คือคนรุ่นใหม่พลิกแพลงไม่เก่งเท่าคนรุ่นก่อน..ที่จะสามารถแยกปัญหาเป้นส่วนๆ พลิกไปพลิกมา ในที่สุดก็แก้ปัญหาได้..แต่คนรุ่นใหม๋ทำไม่ได้..เลยลองไปดูว่าเด็กๆ คนสองกลุ่มๆ นี่ต่างกันอย่างไร..

ปรากฏว่าคน NASA รุ่นบุกเบิกมีประวัติว่าเล่นเก่งครับ...เล่น ลุย เลอะ..

แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ลุยขนาดนั้นประมาณว่าเรียนอย่างเดียวครับ..

..........................................................................

ในกลุ่มของเรา เราเคยทำโครงการมันส์ๆ โครงการหนึ่งเมื่อปี 50 เป็นโครงการโรงเรียนฟิสิกส์ครับ..ลูกศิษย์รายหนึ่จบวิศวะ ชอบสอนฟิสิกส์ เลยอยากเปิดโรงเรียน..เราเลยเริ่มต้นด้วยการศึกษษความเป็นไปได้...

เนื่องจากน้องเธอเป็นหมอ..เราเลยทำอะไรประหลาดหน่อย..

เราอยากรู้ว่า..หมอที่เก่งมากๆ (เด็กๆเก่งฟิสิกส์) เก่งนี่หมายถึงที่หนึ่งคณะแพทย์..นะครับ.. และต้องไม่ใส่แว่นด้วย..(สะท้อนว่าสุขภาพจิตดี)

ครับฝั่งเธอได้คนหนึ่ง ฝั่งผมช่วยหาได้อีกคนหนึ่ง..ตอนหลังเราขยายไปกลุ่มวิศวะ ทางผมได้ึคนนึง.เป็นเพื่อนผม เก่งฟิสิกส์ สอนจนตั้งโรงเรียนขยายสาขาไปหลายจังหวัด..

พวกเราามด้วยคำถามกับคนหล่านี้ว่า...เด็กๆ ตอนเย็นทำอะไรครับ..

ได้เรื่องครับ...กลุ่มตัวอย่างตอบว่า "อ่านนิยายกำลังภายใน..."

ผมฟังแล้วอึ้่งครับ...เป็นอะไรที่ประหลาด...

(ไม่มีใครพูดว่าการ์ตูน ยุคผมนี่มีโดราเอมอนแล้ว..)

...ข้อสันนิษฐานของผม..คือ ผมนึกถึงทฤษฎีเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์หนึ่งคือ มีคนศึกษาแล้วค้นพบว่าคนคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการเชื่อมโยงครับ...(The Theory of Association)...

เป็นไปได้ไหมว่า..จริงแล้วการอ่านกำลังภายใน.ซึ่งเป็นหนังสือไม่มีภาพ.และมีความเป็นพลวัตรสูง ทำให้ต้องจินตนาการสร้างภาพ และเชื่อมโยงตัวละึครเองอย่างเป็นระบบ..

ถ้าคุณดูฟิสิกส์ น ี่อาศัยการจินตนาการพอสมควรในการสร้างภาพ...เป็นไปได้ไหม..

(ผู้เขียนเคยสอบได้ฟิสิกส์เต็ม สมัยเรียนม.4 ที่โรงเรียนเตรียมอุดม..แต่ผู้เขียนใส่แว่นหนา 700 จึงไม่ควรอยู่ในกลุ่่มตัวอย่าง 555)

ผมจำได้ว่าตอนผมเรียนวิศวะ.โดยเฉพาะด้านไฟฟ้า..ไม่ใช่กดเครื่องคิดเลขอย่างเดียวนะครับ..ต้องอาศัยการคิดเชื่อมโยงมากๆ..อะไรเป็น input อะไรเป็น logic อะไรเป็น network ใช้การเชื่อมโยงทั้งนั้นครับ..ถ้าเชื่อมโยงไม่เก่ง รับรองเอาตัวไม่รอดครับ..

เขียนเพื่อจุดประกายครับ..ทุกวันนี้ก็ยังถามอยู่ว่าคนเก่งๆ ในด้านต่างๆ ตอนเด็ก ตอนเย็นทำอะไรบ้างอยู่ มีอะไรน่าสนใจอีกมากครับ...

ผมว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดานะ..

 

ที่สุดรู้สึกดีๆ กับสังคมนี้ ที่มีคนอย่างหนูดีครับ..

สร้างสรรค์ น่ายกย่องเป็นแบบอย่างครับ...

คุณล่ะคิดอย่างไร..

 

หมายเลขบันทึก: 381899เขียนเมื่อ 5 สิงหาคม 2010 09:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:19 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (4)

      ผมเคยฟังนักการศึกษาท่านหนึ่ง  ท่านไปดูงานการศึกษาที่ประเทศอังกฤษมา  เขาบอกว่าการจัดการเรียนการสอนในอังกฤษ   ยังสอนในเรื่องโบราณๆ อยู่ครับ  เช่น  สอนให้ล้างรูปจากฟิล์มถ่ายรูปแบบสมัยก่อน    สอนให้ทำงานบ้าน   สอนให้ทำงานประดิษฐ์ จากวัสดุ   สอนให้ทำงานฝีมือเย็บปักถักร้อย  ฯลฯ  โดยที่เขาบอกว่า สิ่งเหล่านี้  เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เด็กรู้จักคิดจินตนาการ   คิดสร้างสรรค์   คิดเชื่อมโยง

     ผมมองมาที่การศึกษาของไทย   มักจะไม่เห็นคุณค่าของเรื่องพวกนี้  โดยมองว่าเป็นเรื่องโบราณล้าสมัย    ความทันสมัยแบบไทย คือ  คอมพิวเตอร์   ภาษาอังกฤษ

ผมก็ได้อ่านหนังสือของคุณ หนูดีครับ ทั้งสองเล่ม(ไม่รวมเล่มนี้นะครับ) เรื่อง อัจฉริยะสร้างได้ กับ เรื่องเกี่ยวกับการเตรียมสอบนี่ล่ะครับ ผมรู้สึกได้ว่าการอ่าน มันสร้างแรงบันดาลใจ และการสอนให้คิดหรือจดของหนูดี เน้นการเชื่อมโยงกัน (Mild Map) ใช้ความเข้าใจมากกว่าการจด.. ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเข้าใจอะไรง่ายๆขึ้น เร็วขึ้น เก่งขึ้น(คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้นะครับ)

สงสัยต้องไปยืมอ.โยมาอ่านอีกล้วนะครับ...

ขอบพระคุณครับท่านอาจารย์ Small Man ครับกลับมาอ่านวันนี้ก็ได้คิดกลับไปเขียนอะไรอีกได้ครับ

ขอบคุณคุณณัฐวุฒิที่แวะมานะครับ..ง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท