ชีวิตต่อสายมีทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดี มนุษย์ในอนาคตต้องรู้จักเลือกเอาส่วนที่ดี และขจัดส่วนเสียออกไป อย่าให้มาทำร้ายตัวเราได้ ไม่มีเครื่องใด และการต่อสายแบบใด ที่จะมาทดแทนปัญญาญาณ (intuition) และการคิดอย่างซับซ้อน (complex thinking) ของมนุษย์ได้
 
          บทความที่ ๓๙ ในนิตยสาร Smithsonian ฉบับฉลอง ๔๐ ปี   เป็นเรื่องความเห็นเกี่ยวกับวิวัฒนาการของ web ใน ๔๐ ปีข้างหน้าจากการสัมภาษณ์ Vinton Cerf แห่ง Google   ในชื่อเรื่อง Vinton Cerf on Where the Internet Will Take Us

 

          อ่านความเห็นสั้นๆ นี้แล้ว ผมได้ความคิดว่าคนสมัยนี้ความจำเลวกว่าคนสมัยสุนทรภู่   เพราะสมัยก่อนคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่อ่านออกเขียนได้   จึงต้องใช้วิธีจำเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งหนังสือ นิทาน   เมื่อมีคนรู้หนังสือแพร่หลาย คนเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องจำ   ยกความจำไปไว้ที่หนังสือหรือสมุดบันทึก   เราจึงพอจะเดาได้ว่าคนรุ่นต่อไปความจำจะเลวลงไปอีก เพราะเราจะมีเครื่องต่างๆ คอยช่วยจำ
 
          เครื่องต่างๆ เหล่านี้จะต่อสายและ “คุย” กันรู้เรื่องมากขึ้น ช่วยลดภาระของคนเราในเรื่องง่ายๆ ลงไป   ช่วยให้คนมีเวลาทำงานที่ยากมากขึ้นคือการตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อน   ซึ่งเราก็จะได้รับหรือค้นหาสารสนเทศได้อย่างมากมายท่วมท้น   หรือชีวิตต่อสายจะทำให้เราต้องตั้งรับสารสนเทศที่ประเดประดังเข้ามาจนอ่านหรือคิดไม่ทัน  
 
          ผมมองว่าในชีวิตต่อสายเราต้องมีความสามารถในการ “ตัดสาย” เพื่อให้เรามีอิสระ อย่างน้อยก็ในบางช่วงเวลา   และที่สำคัญที่สุดคือขีดความสามารถในการใช้วิจารณญาณ หรือ critical assessment ในการนำเอาสารสนเทศที่หลากหลายซับซ้อนมาพิจารณาและตัดสินใจ    ที่จะให้เราไม่ถูกหลอกทั้งในเรื่องธรรมดาๆ และในเรื่องสำคัญๆ
 
          ชีวิตต่อสายมีทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดี   มนุษย์ในอนาคตต้องรู้จักเลือกเอาส่วนที่ดี    และขจัดส่วนเสียออกไป อย่าให้มาทำร้ายตัวเราได้    ไม่มีเครื่องใด และการต่อสายแบบใด ที่จะมาทดแทนปัญญาญาณ (intuition)  และการคิดอย่างซับซ้อน (complex thinking) ของมนุษย์ได้
 
  
 
วิจารณ์ พานิช
  ๒๕ ก.ค. ๕๓