พิธีบายศรีสู่ขวัญ
     ความหมายของขวัญ คำว่า “ ขวัญ ” ตามที่เข้าใจกันมีความหมายเป็นนามธรรมอันหนึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน คล้ายกำลังของจิตนิยมกันว่ามีอยู่ในตัว หรือประจำชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เกิดขึ้นมา และเชื่อกันว่าถ้าขวัญอยู่กับเนื้อกับตัวก็เป็นสิริมงคล เป็นสุขสบาย ทำให้จิตใจมั่นคงตลอดปลอดภัย ถ้าหากตกใจหรือขวัญเสีย ขวัญก็มักออกจากร่างอาจทำให้คนได้รับผลร้ายหรืออันตราย การสู่ขวัญเป็นพิธีเรียกขวัญตามความหมายนี้ นอกจากนี้คำว่า “ ขวัญ ” ยังใช้เป็นคำเรียกสิ่งอันเป็นที่รัก หรือที่ดีอีกด้วย เช่น ขวัญใจ ขวัญตา เมียขวัญ จอมขวัญ ขวัญเมือง ฯลฯ เป็นต้น

ความหมายบางคำเกี่ยวกับพิธีบายศรีสู่ขวัญ 

    คำว่า “ บายศรี ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานแปลว่า ภาชนะใส่เครื่องสังเวยในพิธีทำขวัญ หรือ สู่ขวัญ จัดตกแต่งให้สวยงาม เป็นพิเศษด้วยใบตอง และดอกไม้สด มีข้าว ขนม ข้าวต้มเป็นเครื่องประกอบอันสำคัญ การทำพิธีเรียกขวัญ จึงเรียกว่า “ บายศรีสู่ขวัญ ”
                คำว่า “ พาขวัญ ” เป็นภาษาอีสาน มีความหมายเช่นเดียวกับ “ พานบายศรี ” มีการแต่งพาขวัญพร้อมเครื่องสังเวยต่างๆ เหมือนกัน
การสู่ขวัญ หรือสูตขวัญ
    การสู่ขวัญหรือสูตขวัญของชาวอีสาน คงวิวัฒนาการมาจากพิธีพราหมณ์ เพราะบรรพบุรุษเคยนับถือทั้งพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ การสู่ขวัญเป็นเรื่องเกี่ยวกับขวัญและจิตใจ เพื่อหาทางก่อให้เกิดขวัญหรือกำลังใจดีขึ้น ชาวอีสานเห็นความสำคัญทางจิตใจมาก ดังนั้น วิถีการดำเนินชีวิตแทบทุกอย่างจึงมักจะมีการเรียกร้องพลังทางจิต จะได้ช่วยให้มีพลังใจเข้มแข็ง สามารถฟันฝ่าอุปสรรคหรือภัยพิบัติได้นั่นเอง จึงเป็นประเพณีถือปฏิบัติยั่งยืนมาจนสมัยนี้
                การสู่ขวัญเป็นประเพณีโบราณที่บรรพบุรุษได้เคยประพฤติปฏิบัติสืบต่อๆ กันมาช้านาน โดยเชื่อว่า เป็นสิริมงคลแก่การเป็นอยู่หรือช่วยให้เกิดมงคลและอยู่ด้วยความสวัสดีมีชัย มีโชคลาภยิ่งขึ้น ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยความราบรื่นและอาจดลบันดาลให้ผู้ที่เคราะห์ร้ายหายจากสรรพเคราะห์ทั้งปวงด้วย แต่การสู่ขวัญต้องอาศัยคนเฒ่าคนแก่ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้ฉลาดหรือผู้รู้วิธีทำ ซึ่งเรียกว่า “ หมอขวัญ ” หรือ “ พราหมณ์ ” สู่ขวัญให้ จึงจะเป็นสิริมงคลได้ผลดีสมความปรารถนา ถ้าหากทำไปสักแต่ว่าทำไม่มีพิธีการอันแนบเนียนก็จะมีผลน้อย เพราะการทำพิธีนี้เกี่ยวกับจิตวิทยาอย่างหนึ่งด้วย ถ้าผู้ทำเป็นผู้ฉลาดในพิธีการ ตั้งอกตั้งใจทำจริงๆ มุ่งหวังให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้รับขวัญของผู้รับการสู่ขวัญจริงๆ อย่างนี้จึงจะได้รับประโยชน์จากการสู่ขวัญนั้น
                สาเหตุที่มีการสู่ขวัญ เหตุที่จะมีการสู่ขวัญปกติมีอยู่ 2 ประการด้วยกัน คือ เพราะปรารภในเหตุที่ดีอย่างหนึ่ง และปรารภในเหตุไม่ดีอย่างหนึ่ง การสู่ขวัญเนื่องในเหตุที่ดี ก็ได้แก่ การทำเนื่องในการได้รับโชคลาภ หรือสิ่งที่พึงพอใจ เช่น ไปค้าขายได้เงินทองมามาก ได้เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ แต่งานใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ เจ้านายหรือผู้ใหญ่ที่เคารพไปมาหาสู่ จากบ้านไปนานแล้วมาเยี่ยมบ้าน ได้ลาภพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นต้น ส่วนเหตุในทางไม่ดี จัดการสู่ขวัญเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้หายเสนียดจัญไรต่างๆ เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย หรือหายจากป่วย ได้รับความตกใจหรืออกสั่นขวัญหายจากเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เคราะห์ร้ายเสียทรัพย์สินเงินทองเกิดถ้อยร้อยความ สัตว์หรือสิ่งของหายแล้วได้คืนมา เป็นต้น ก็ทำการสู่ขวัญเพื่อเรียกขวัญ หรือเชิญขวัญมา เพื่อให้ขวัญผู้นั้นมาอยู่กับเนื้อกับตัว จะได้ทำจิตใจของผู้นั้นมีความสุขสบาย หรือหายจากเคราะห์เข็ญต่างๆ นาๆ พิธีการบายศรีสู่ขวัญ อยู่คู่กับสังคมชนบทไทยมานานแสนนาน และจะยังคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน สืบไป