การเริ่มต้นที่ดี ผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดจะต้องมีความแม่นยำ มีความชำนาญจริง ๆ (เป็นนักแสดงบนเวที) มากกว่าที่จะเป็นผู้สอน

เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซว

จากจุดเริ่มต้นจนถึงขั้น

การแสดงอาชีพ

ตอนที่ 2 เริ่มต้นฝึกอะไรเป็นลำดับแรก

โดย ชำเลือง มณีวงษ์   กลุ่มกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซว

เครือข่ายนันทนาการต้นแบบประเทศไทย รุ่นที่ 1

          วันที่ผมไปฝึกหัดเพลงกับครูเพลงในจังหวัดสุพรรณบุรี คนแรกที่เป็นครูเพลงอีแซวสอนความรู้ทางการแสดงให้ผมมาก็คือ ป้าอ้น จันทร์สว่าง ผมนำพานดอกไม้ ธูป เทียน เงิน 12 บาท และมีของฝากอีกจำนวนหนึ่งนำไปคารวะป้า ในวันที่จะขอครอบครู ป้าอ้นจัดสำรับบูชาครู ผมนำพานดอกไม้ ธูป เทียนไปมอบให้ป้า  ป้าอ้นพนมมือขึ้นไหว้และกล่าวพึมพำคำบูชาครูอยู่สักครู่ ท่านก็หันมาทางผมพร้อมกับยกข้อมือทั้ง 2 ข้างของผมขึ้นในท่ารำ แล้วป้าก็ร้องเอื้อนเอ่ยคำเกริ่นขึ้นต้นเพลงอีแซวต่อจากนั้นก็ร้องต่อไป 1 บทเพลง ป้าร้องลงเพลง ผมร้องรับและผมก็ร้องต่อจากป้าไปอีก 1 ลงแต่ว่าค่อนข้างที่จะยาวไปหน่อย ป้าอ้นชมว่า ผมร้องด้นได้นี่นา ครูนี่เก่งจัง ความเป็นจริงผมก็ร้องมั่ว ไม่ได้มีความสามารถอะไรอาศัยว่าใจกล้าที่จะแสดงออกเท่านั้น

          ผมได้เริ่มต้นเพลงอีแซว จากต้นตำรับแห่งเพลงในยุคเก่า ป้าอ้นเป็นนักเพลงอีแซวยุคเดียวกับ ลุงเคลิ้ม ปักษี แม่บัวผัน จันทร์ศรี ครูไสว วงษ์งาม ป้าทรัพย์ อุบล น้าเสียดายที่ลุงศรีนวล จันทร์สว่าง สามีของป้าอ้นซึ่งเป็นนักเพลงที่มีชื่อเสียง เสียชีวิตไปเสียก่อน แต่ท่านก็ได้ทิ้งบทเพลงอีแซวที่ท่านเขียนเอาไว้ เป็นมรดกของท้องถิ่นดอนเจดีย์จำนวนมาก

          การที่จะฝึกหัดการแสดงอะไรสักอย่าง ผู้ที่จะเริ่มฝึกหัดสมควรที่จะมีจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ถูกต้อง และบุคคล 2 คนนั้น (ขอเรียกว่าครูกับศิษย์) จะต้องมีความใกล้ชิดสนิทสนม มีความเคารพนับถือกันอย่างมาก มีการไปมาหาสู่เยี่ยมเยือนดูแลกันตามสมควร มิใช่ได้ผลประโยชน์มาแล้วก็เหินห่างกันไปเลย อย่างนั้นเรียกว่า ไม่ใช่ทายาทที่แท้จริง เอาแต่ผลประโยชน์ที่มีต่อตนเอง

           

           

         

          เท่าที่ผมได้รับฟังครูเพลงหลาย ๆ ท่านให้คำแนะนำมา (ผมได้บันทึกเทปเอาไว้ด้วย) ได้แก่

         1. ป้าอ้น  จันทร์สว่าง    บ้านหนองแขม        อ.ดอนเจดีย์

         2. ป้าทรัพย์  อุบล        บ้านหนองทราย       อ.หนองหญ้าไซ

         3. แม่บัวผัน  จันทร์ศรี   บ้านวังน้ำซับ           อ.ศรีประจันต์

         4. ลุงหนุน  กรุชวงษ์     บ้านทะเลบก           อ.ดอนเจดีย์

         5. ลุงบท  วงษ์สุวรรณ   บ้านหนองทราย       อ.หนองหญ้าไซ

         6. ป้าลุ้ย  ตาดี            บ้านสระด่าน           อ.ดอนเจดีย์

         7. น้าถุง  พลายละหาร    บ้านดอนกลาง        อ.ดอนเจดีย์

         8. น้าปาน  เสือสกุล       บ้านหนองสระ        อ.ดอนเจดีย์

         9. พี่ลำจวน  เกษมสุข     บ้านสวนแตง         อ.เมือง

       10. พี่เกลียว  เสร็จกิจ       บ้านสนามชัย         อ.เมือง

       11. พี่สุจินต์ ชาวบางงาม  บ้านวังน้ำซับ           อ.ศรีประจันต์

       12. พี่โชติ สุวรรณประทีป บ้านหนองงิ้วเอน      อ.ดอนเจดีย์

         และยังมีนักเพลงรุ่นราวคราวเดียวกันรวมทั้งรุ่นน้องที่เขาเล่นเพลงอีแซวเป็นอาชีพอีกหลายท่าน ได้แก่ นางจำนง  เสร็จกิจ, นางจินตนา ทับมี, นางสำเนียง ชาวปลายนา, นางสวัสดิ์ เทียนแจ่ม, นางนกเล็ก ดาวรุ่ง , นายแหยม ก้านยาว, นางสมบัติ รามเสน,

          ผมขอกล่าวถึง ป้าอ้น จันสว่างก่อน เพราะท่านเป็นคนแรกที่แนะนำการแสดงเพลงอีแซวให้ผม จนทำให้ผมและคณะนักเพลงอีแซวของอำเภอดอนเจดีย์ ได้รับโล่รางวัลชนะเลิศ จากการประกวดเพลงอีแซว ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ที่หน้าศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2525 ซึ่งในการประกวดครั้งนี้ผมทำหน้าที่เป็นพ่อเพลงและร้องด้นกลอนสดทั้งหมด ผมเคารพและศรัทธาในตัวป้าอ้นมาก ครูเพลงมีหลายท่าน แต่ป้าอ้นเป็นผู้ที่เบิกทางบนถนนเพลงพื้นบ้านให้ผมจนมองเห็นความสว่างไสวต่ออายุทางเพลงมาได้จนถึงวันนี้  ป้าบอกว่า “ผู้ที่จะหัดเพลงอีแซวจะต้องเสียงดีมันจึงจะน่าฟัง คนที่ร้องเสียงดีก็มาหัดร้อง ส่วนคนที่มีใจรักแต่เสียงไม่สู่ดีนักก็เป็นลูกคู่ หรือแสดงประกอบหรือไปให้จังหวะก็ได้”

          ป้าอ้นแนะนำว่า “เพลงพื้นบ้านแต่ละอย่างต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของเพลง เพลงอีแซว จะมีคำร้องขึ้นต้น (ร้องเกริ่น) ว่า เอ่อ เฮ้อ เออ... เอ่อ เอิง เง้อ.. เอ่อ เอิ๊ง เงย...ฮือ....”  ป้าเรียกว่าร้องเกริ่นยาว สำหรับคนที่เสียงดี ๆ เท่านั้นที่ควรจะฝึกและนำเอาไปร้อง เป็นการตั้งเสียงให้ลูกคู่รู้และเป็นการโชว์พลังเสียงที่สดใสให้ท่านผู้ชมได้ยินได้ฟังแล้วตรงมายังเวทีการแสดง ดังนั้นถ้าฝึกให้คนที่เสียงไม่ค่อยดีน้องก็จะเป็นการโชว์ในสิ่งที่มาน่าสนใจตั้งแต่เริ่มต้น การร้องเกริ่นขึ้นต้นเพลงมีหลายรูปแบบ ได้แก่

          1. ร้องเกริ่นยาว อย่างที่กล่าวมา คือ ร้องว่า ว่า เอ่อ เฮ้อ เออ... เอ่อ เอิง เง้อ.. เอ่อ เอิ๊ง เงย...ฮือ....

          2. ร้องเกริ่นตัดทอนให้สั่นลงมาเหลือคำว่า  เอ่อ เอิง เง้อ.. เอ่อ เอิ๊ง เงย...ฮือ

          3. ร้องเกริ่นสั้น ๆ เพียงคำว่า เอ๊ย....แล้วตามด้วยเนื้อร้องไปเลย

                    

          ส่วนพ่อเพลงที่ร้องด้วยกันในวงเพลงมานานเขาอาจจะไม่ขึ้นต้นร้องเกริ่น แต่ร้องขึ้นต้นเนื้อเพลงไปเลยก็มี แล้วไปเกริ่น (โชว์เสียง) เอาในช่วงใดช่วงหนึ่งแบบร้องเอื้อนแทรก มีลูกเล่นที่น่ารับฟังและน่าสนใจแล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน

          ยังมีครูเพลงบางท่าน ไม่เข้าใจหรือว่า ท่านไม่ทราบจริง ๆ ก็เป็นได้ คือ หัดให้ลูกศิษย์ร้องเกริ่นขึ้นต้นเพลงทั้งเกริ่นยาวเต็มรูปแบบและตามด้วยเกริ่นสั้น (เอ๊ย..) เอาทั้ง 2 อย่างมาต่อกันซึ่งในนักแสดงชั้นครูไม่เคยมีแบบนี้ หรือบางท่านสอนให้ร้องเกริ่นพร้อมกันทั้งวง ดูแปลก ๆ ไม่อยู่ในรูปแบบของเพลงอีแซวอย่างสมัยก่อน จะว่าประยุกต์ก็น่าที่จะไม่ใช่  แค่ฝึกร้องเกริ่น หากจะให้ทำได้ดี จะต้องใช้เวลาหลายวัน เรียกว่าบางคนฝึกกันเป็นเดือนยังร้องเกรื่นได้ไม่ดี แนวทางในการแก้ไขก็คือ ไม่ควรที่จะฝืนร้องต่อไปเพราะจะไม่เกิดประโยชน์ต่อการแสดง อาจเป็นจุดด้อยให้เห็นมากกว่า

          ครูเพลงบางท่านสอนลูกศิษย์ให้ร้องเกริ่นทุกคนที่ออกมาร้องต่อจากนักแสดงคนที่ร้องลงเพลง อันนี่ดูแล้วน่ารำคานมากกว่าน่าดู เพราะมัวแต่ตั้งต้นอยู่ที่เดิม เพลงไม่เดินหน้าต่อกลอนกันไปอย่างต่อเนื่อง มัวแต่ที่จะโชว์พลังเสียงที่ไม่ค่อยสดใสจนเกินพอดี แบบนี้พบบ่อยในวงเพลงที่เริ่มฝึกหัดใหม่ ๆ หรือบางวงก็เล่นมานานแล้วก็มี

          ความไม่เข้าใจที่ถูกต้องตรงนี้ เมื่อครูเพลงได้ถ่ายทอดไปยังลูกศิษย์ย่อมที่จะได้รับในสิ่งที่ไม่ตรง ไม่ถูกต้องติดตัวไป พอไปถึงท่านผู้รู้ก็แก้ไขยาก สู้ไม่รู้ไม่ทำเสียยังจะดีกว่า ถ้าจะดูครูเพลงรุ่นเก่าในยุคนี้ (วันนี้) มีบรมครู 2-3 ท่านที่นำเสนอผลงานการแสดงเพลงพื้นบ้านออกมาแล้วสมบูรณ์มากที่สุด หาข้อเสนอแนะหรือตำหนิไม่ได้ คือ

  1. ครูหวังเต๊ะ  นิมา  ศิลปินแห่งชาติ  บรมครูลำตัดของประเทศไทย
  2. ครูขวัญจิต  ศรีประจันต์  ศิลปินแห่งชาติ  ต้นแบบของการแสดงเพลงอีแซว
  3. ครูประยูร  ยมเยี่ยม  ศิลปินแห่งชาติ  บรมครูลำตัดของประเทศไทย

            

          

          ไม่ว่าท่านจะร้องเพลงพื้นบ้านประเภทใด จะมีรูปแบบการขึ้นลงเพลงที่ถูกต้องและมีความไพเราะน่าฟังชวนให้ติดตามทั้งสิ้น บางทีสิ่งที่มองดูว่าง่าย ๆ แต่เมื่อทำได้ไม่ถูกต้องมันจะกลายเป็นปมติดตัวเยาวชนไปตลอด การเริ่มต้นที่ดี ผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดจะต้องมีความแม่นยำ มีความชำนาญจริง ๆ (เป็นนักแสดงบนเวที) มากกว่าที่จะเป็นผู้สอน เพราะการแสดงที่ดีจะต้องสอนกันด้วยประสบการณ์ มิใช่สอนหลักการตามตำรา แล้วยกมาอ้างว่าช่วยอนุรักษ์ศิลปะการแสดงเอาไว้ได้ หากตำราดีกว่าประสบการณ์ ป่านนี้คงมีศิลปินพื้นบ้านเกิดขึ้นมากมาย แต่ในความเป็นจริง ในวันนี้เรามีศิลปินพื้นบ้านรับใช้สังคมอยู่จำนวนน้อยที่สามารถดึงผู้ชมให้จับตามองตั้งแต่เริ่มต้นการแสดงจนจบการแสดงได้ในแต่ละงาน

ติดตาม ตอนที่ 3 เพลงอีแซว เมื่อร้องเกริ่นขึ้นต้นได้แล้วต่อไปจะฝึกอะไร