สรุปบทความและข้อสอบภาวะผู้นำ

สรุปบทความภาวะผู้นำ

โดย  นางจุฬาลักษณ์  ดาระวัฒน์  กลุ่มเทศบาลหนองบัว-อุบลราชธานี

 

ความรู้และประโยชน์ที่ได้จากการอ่านบทความจากวิชาเทคนิคการบริหารและภาวะผู้นำ  มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

 

 

            การเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็นคนที่มีความรู้ เกี่ยวกับงานในหน้าที่นั้น มีความรอบรู้ หาความรู้เพิ่มเติม มีความคิดริเริ่ม มีความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติงาน โดยไม่ต้องรอคำสั่ง มีความกล้าหาญมีความเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย มีมนุษยสัมพันธ์ ทำงานร่วมกันได้กับทุกเพศทุกวัย ทุกระดับการศึกษา มีความยุติธรรมและซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและผู้อื่น มีความอดทน มีความสุขุมรอบคอบ ความกระฉับกระเฉง มีความจงรักภักดีต่อหมู่คณะ และต่อองค์กร และมีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่หยิ่งยโส ไม่จองหอง ไม่วางอำนาจก็จะทำให้ลูกน้องนับถือ

 

 

ความรู้และประโยชน์ที่ได้จากการอ่านบทความภาวะผู้นำ     ค้นคว้าจาก  Internet

 

            การบริหารจัดการทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีแผนงานที่เป็นทางการมีโครงสร้างขององค์กร ผู้นำต้องเป็นผู้สร้างวิสัยทัศน์ นำวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ การประสานงานและการจัดการองค์กร หรือผู้นำสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่กลุ่มคนให้การยอมรับนับถือ นอกเหนือจากการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในองค์กรที่ดีต้องมีทั้งภาวะผู้นำและการบริหารจัดการที่เข้มแข็งจึงจะทำให้เกิดประสิทธิผลได้สูงสุด ผู้นำต้องมีความสามารถในการสร้างวิสัยทัศน์ และสามารถในการดลใจสมาชิก ทั้งองค์การให้มุ่งต่อความสำเร็จตามวิสัยทัศน์นั้น

 

 

 

 

ความรู้และประโยชน์ที่ได้จากการอ่านบทความภาวะผู้นำ     โดย ดร.ดิศกุล  เกษมสวัสดิ์

 

       

            คุณลักษณะภาวะผู้นำสรุปได้คือ ผู้นำแต่ละคนจะมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน มีบุคลิคที่ต่างกัน ความรับผิดชอบในการทำงาน ความเด็ดขาด ความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ ความมั่นใจในตนเอง การตัดสินใจ มีความอดทนอดกลั้น มีอารมณ์มั่นคง และการตัดสินใจภายใต้ความกดดันที่มีการเตรียมการไว้อย่างดี มีวุฒิทางอารมณ์ มีความดี มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ มีความสามารถในการจูงใจสูงทำให้ผลงานบรรลุตามที่คาดหวังไว้

            นักวิชาการกล่าวเรื่องแรงจูงใจของผู้นำไว้ว่า ต้องมีความต้องการและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มีความต้องการในอำนาจ มีแนวความคิดเกี่ยวกับการบรรลุความสำเร็จ ความมีชื่อเสียง มีความคาดหวังสูง สรุปคือ คุณลักษณะด้านการจูงใจนั้นเป็นคุณลักษณะด้านกายภาพที่ก่อให้เกิดพลังในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการแข่งขันกับบุคคลอื่นของแต่ละบุคคล

ข้อสอบวิชาภาวะผู้นำฯ

เสนอ    ดร.ดิศกุล  เกษมสวัสดิ์

โดย..นางจุฬาลักษณ์  ดาระวัฒน์

กลุ่มเทศบาลหนองบัว-อุบลราชธานี

 

1.  พฤติกรรมผู้นำทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ(Ohio State Leadership Studies) และการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan Research)   มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

        ตอบ   ส่วนที่เหมือนกันของพฤติกรรมผู้นำทั้งสองมหาวิทยาลัยคือพฤติกรรมผู้นำที่มุ่งเน้นโครงสร้างงาน มีประสิทธิผลของการบริหารสัมพันธ์ มีการกำหนดขั้นตอนและเทคนิคในการทำงาน

          ส่วนที่ต่างกันคือ การศึกษาของมิชิแกน แบ่งพฤติกรรมของผู้นำแบบเส้นที่ต่อเนื่อง แต่ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ แบ่งพฤติกรรมผู้นำออกเป็นอิสระจากกัน โดยอธิบายว่า ผู้นำคนหนึ่งอาจมีพฤติกรรมสูง หรือต่ำ

 

2.  ทฤษฎี  3  มิติ ของ  Redin  ประกอบด้วยอะไรบ้างและแบบผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงได้แก่แบบใดบ้าง

        ตอบ  ทฤษฎี  3  มิติ ของ  Redin  ประกอบด้วย

2.1  มิติมุ่งงาน(Task Oriented) หมายถึง พฤติกรรมผู้นำที่มุ่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เข้าใจในการดำเนินงานตามแนวนโยบาย การติดต่อสื่อสาร การประสานงานเพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถปฏิบัติงานได้ผลและสำเร็จตามวัตถุประสงค์

2.2  มิติมุ่งสัมพันธ์ (Relation Oriented) หมายถึงพฤติกรรมผู้นำที่แสดงถึงความเป็นมิตร มีความไว้วางใจ เชื่อใจ สนิทสนมกับผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อก่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน

2.3  มิติมุ่งผลผลิต (Effectiveness) หมายถึง พฤติกรรมผู้นำที่มุ่งให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้และผู้ร่วมงานพอใจ โดยยึดสถานการณ์เป็นหลัก ถ้าสถานการณ์เหมาะสมพฤติกรรมผู้นำก็จะมีประสิทธิผลมาก ถ้าสถานการณ์ไม่เหมาะสม พฤติกรรมผู้นำก็จะมีประสิทธิผลน้อย

                แบบผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงได้แก่ 

1.  แบบผู้คุมกฎ (Bureaucrat)

2  .แบบนักพัฒนา (Developer)

3.  แบบผู้บุกงาน (Benevolent)

4.  แบบนักบริหาร (Executive)

 

3.  จงอธิบายถึงผู้นำตามสถานการณ์โดยเลือกมา 1 ทฤษฎี พร้อมอธิบายพอสังเขป

       

ตอบ

 ทฤษฎีตัวแบบสถานการณ์ของ Fledler หลักการสำคัญของทฤษฎีนี้คือ แบบภาวะผู้นำถูกกำหนดด้วยระบบแรงจูงใจของผู้นำ การควบคุมสถานการณ์ขึ้นอยู่กับบรรยากาศของกลุ่ม โครงสร้างของงาน และอำนาจในตำแหน่ง ประสิทธิผลของกลุ่มขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้นำแบบควบคุมสถานการณ์ มีองค์ประกอบ 3 ประการ ที่กำหนดการควบคุมสถานการณ์ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับสมาชิก โครงสร้างของงาน และอำนาจในตำแหน่ง   สรุปได้ว่างานที่มีประสิทธิผลนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมระหว่างพฤติกรรมผู้นำและความพอใจของผู้ตาม ในสถานการณ์นั้นๆ

 

4.  วิธีการในการพัฒนาภาวะผู้นำสามารถทำได้อย่างไรบ้าง

ตอบ 

1.  การเรียนรู้จากการทำงาน(Learn on the job)    การเป็นผู้นำสามารถเรียนรู้ได้จากการทำงาน งานที่ท้าทายมากเท่าใดย่อมเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น

2.  การเรียนรู้จากผู้อื่น  เช่น เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา  เป็นต้น

3.  การเรียนรู้จากความผิดพลาด หรือผิดเป็นครู  เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการพัฒนาภาวะผู้นำ ภาวะผู้นำสามารถเกิดขึ้นได้จากาการฝึกอบรม จะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจสถานการณ์และเข้าใจวิธีการที่จะควบคุมกิจกรรมของกลุ่มได้

 

5.  จากการศึกษาของ Blake และ Mouton ได้ผู้นำกี่แบบ  อะไรบ้าง  ท่านคิดว่าผู้นำแบบใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเหตุใด

 

ตอบ  ผลการศึกษาของ Blake และ Mouton ได้ผู้นำ 5  แบบ ดังนี้

1.  ผู้นำแบบไม่เอาไหน 

2.  ผู้นำแบบเผด็จการ

3.  ผู้นำแบบนักบุญ

4.  ผู้นำแบบทางสายกลาง

5.  ผู้นำแบบทำงานเป็นทีม

 

 

 

ท่านคิดว่าผู้นำแบบใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด  เพราะอะไร

ข้าพเจ้าคิดว่าผู้นำแบบเป็นทีม มีประสิทธิภาพมากที่สูด เพราะ เป็นผู้นำที่มีความรับผิดชอบสูง มุ่งทั้งผลงาน และความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานพร้อมๆกับการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ เปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ให้ความสำคัญในการทำงานเป็นหมู่คณะ เมื่อต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งจะใช้การแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลภายใต้ข้อมูลที่พยายามเสาะแสวงหามาอย่างละเอียด

 

 

 

 

 

 

เสนอ  ดร.ดิศกุล  เกษมสวัสดิ์

 

โดย  นางจุฬาลักษณ์   ดาระวัฒน์

กลุ่มเทศบาลหนองบัว-อุบลราชธานี