เดือนกรกฏาคมปีนี้ชีพจรลงเท้า ขึ้นลงมหาชัยประจวบฯเป็นว่าเล่น

ความรู้สึกบอกว่าเหมือนห่างกันแค่ 100 กิโลเมตร

ไปแล้วกลับ ไปแล้วค้างจึงมีค่าเท่ากัน

หากแต่การไปในแต่ละครั้งก็อดที่จะแฉลบลงทะเลที่หัวหินไม่ได้

เพราะอยากจะลองกล้อง มือใหม่หัดใช้

ลองผิดลองถูกอาศัยการสังเกต และจดจำเอา

ที่จริงตอนซื้อนะเขามีโปรให้ไปเรียนรู้ด้วย

และขณะนี้ก็ยังไปเรียนได้

โดยลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ต และไปเรียนที่ม.เกษตร..บางเขน

เขาให้เราเรียน 1 ครอส์

แต่ก็ยังไม่ได้จัดการเรียนรู้ให้เป็นเรื่องเป็นราว

แผ่นซีดี เขาก็ให้มา แต่ก็รู้สึกว่าอยากเรียนรู้เองก่อน

สามีบอกว่าอย่างนี้จะทำให้ใช้กล้องให้ดีได้ช้า

ควรไปเข้าครอส หากรักจะถ่ายรูป

 อีกเหตุผลหนึ่งคือยังหาจังหวะให้กับเรื่องนี้ไม่ได้

สงสัยว่าต้องรอปิดเทอมอีกแล้ว

ได้รูปทะเลมาหลายอารมณ์เลย

แล้วก็ถ่ายดะไปเรื่อย เจออะไรก็ถ่าย

ถ่ายไปตามที่ใจสั่ง โดยมีเกณฑ์ในใจไว้ว่าจะจับภาพอย่างไร

เช่นระหว่างท้องฟ้ากับทะเลจะเป็นสัดส่วน 1:1

หรือ 1: 2 หรือ 2:3 อะไรทำนองนี้

เป็นการทดลอง บางทีก็ลองเอียงกล้องดู

ลองปรับแสงบ้าง ปรับท่ายืนบ้างรวมทั้งปรับหน้ากล้อง

แล้วก็บันทึกการใช้กล้องของตัวเองไว้

เพราะอยากจะรู้ว่าเมื่อเราไปเรียนรู้ทฤษฎี และเทคนิคการถ่ายภาพ

การใช้กล้อง ใช้เลนส์จากกูรูแล้วมีข้อแตกต่างอย่างไรบ้าง

ภาพวันนี้จึงเป็นผลงานของมือใหม่หัดใช้กล้องตัวใหม่

ทุกภาพถ่ายที่หมู่บ้านเขาตะเกียบค่ะ

ภาพนี้ขณะที่เดินหาพื้นที่เพื่อเก็บภาพ ได้เดินผ่านทางเท้า

ที่มีท่อระบายน้ำริมถนน

ด้านขวามือของภาพ รู้สึกแปลกใจกับไออุ่นจัดๆที่ลอยขึ้นมา

เมื่อเดินผ่านช่องตะแกรงเหล็ก

ที่ใช้ปิดท่อน้ำริมถนนเป็นระยะๆ

เพราะไออุ่นๆจากท่อฉัน ถึงกับเดินไปมา 2 -3เที่ยว

แล้วตัดสินใจเดินสัมผัสไออุ่นมากนี้ ไปเรื่อยประมาณ 1 กิโลเมตร

แล้วจึงย้อนกลับมา สอบถามชาวบ้าน ร้านค้าเพราะสงสัยว่า

ทำไมท่อระบายน้ำจึงมีไอลอยขึ้นมา

เหมือนทางน้ำร้อน และน้ำที่ใช้ในบ้านเป็นอย่างไร

ได้คำตอบว่าเป็นน้ำประปา ที่ใช้อยู่มันร้อนกว่าเมื่อก่อน

ฉันบอกว่าดีจังเลยไม่ต้องใช้เครื่องทำน้ำอุ่น

แต่ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่าโลกมันร้อนขึ้น

หัวหินมีคนมาอาศัยพักผ่อนมาก

บางทีอาจเป็นเพราะต้องส่งน้ำประปาออกไปมากขึ้น ท่อเลยร้อน

ชาวบ้านอีกคนบอกว่า สงสัยแดดร้อนมาก ท่อและน้ำจึงร้อนตาม

ฉันแวะทำธุระแล้วเดินลงทะเลเก็บภาพคลายร้อนดีกว่า

 

 

 ก่อนลงทะเลก็อดที่จะเก็บภาพตามความคิดของตัวเองไม่ได้ซึ่งก็สนุกดี รู้สึกว่าตัวเองได้ปลดปล่อยคลายเครียด คลายกังวลกับชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ยามที่จิตใจสบายๆ มองอะไรก็ดีไปหมด

ภาพนี้เป็นมุมหนึ่งของเขาตะเกียบที่ติดกับที่พัก และทะเล

สามารถเดินไปตามหาดเพื่อไปไหว้พระ และกินอาหารทะเลได้

แต่ถ้าจะขึ้นไปกินอาหารบนเขาละก็ 

ต้องใช้รถขับขึ้นไป จะสะดวกกว่า

ไต่ขึ้นไปบนเขาไม่ถึง 1 กิโล จะมีร้านอาหารที่สามารถนั่งชมวิวทะเล

และมองย้อนเข้ามายังฝั่งที่พักได้

ต้นไม้ ดอกไม้เป็นสิ่งหนึ่งที่ชอบมากๆ

เห็นแล้วก็อดที่จะถ่ายเก็บไว้ไม่ได้

แม้มันจะสวยสู้บางที่ไม่ได้

แต่ ณ เวลานั้น มองไปทางไหนก็สวยหมด

 

มาชมอารมณ์ทะเลกัน เป็นภาพทะเลตั้งแต่เที่ยงถึงเย็น

ที่มีหลายอารมณ์ เพราะเดี๋ยวคลุ้มฟ้า เดี๋ยวคลุ้มฝน

เดี๋ยวแดดจ้า แล้วยังแอบปล่อยละอองฝนลง

มาปลอบใจในช่วงเวลาหนึ่ง

เก็บภาพ หลานๆเล่นน้ำ

 

เพลินดีเหมือนกัน ไม่มีกังวลใดๆ เพราะทะเลที่นี่ หาดกว้าง และตื้น

เม็ดทรายบางเบาไม่มีน้ำหนัก แต่อัดแน่น

ต้องออกแรงแทงนิ้วลงไปเพราะทรายมันแน่นกว่าบริเวณอื่น

เห็นเด็กๆช่วยกันกอบโกยทรายขึ้นมาก่อเป็นรูปร่าง

ต้องมีเครื่องมือขุดทรายเล่นถึงจะดี

แต่ถ้าคิดว่าจะบริหารนิ้วละก็เหมาะแน่

ละเลงไปบนพื้นทรายตามที่ใจปรารถนา

หันไปสังเกตฟองคลื่นที่กระทบฝั่งและทรายสีขาววาวนั้น

มันบ่งบอกให้เรารู้ว่าทะเลบริเวณนั้นตื้นนะ...ลุยได้เลย

 

ชมธรรมชาติได้กว้าง สุดสายตา

ที่นี่หาหอยยากค่ะ นานๆจะเจอสักตัว แถมตัวยังน้อยๆอยู่เลย

 แม้หอยสีชมพูก็ยังหายากกว่าแต่ก่อน

มีให้เห็นก็เจ้าปูเสฉวนตัวเล็กๆ

เสียดายไม่ได้เก็บภาพมาเพราะเกรงว่าละอองน้ำทะเล

จะโดนเลนส์ กำลังเห่อของใหม่อยู่ค่ะ

 แสงแดดที่ถูกเมฆล้อเล่น บดบังทำให้เกิดมุมภาพ

ที่ประทับใจหลายภาพ รวมทั้งแสงที่กระทบภาพก็เปลี่ยนไป

ตามสภาพอากาศขณะนั้น

อารมณ์ที่ปล่อยวางไปตามสิ่งที่มากระทบก็อ่อนตัว

และพร้อมที่จะกลมกลืนไปตามภาพที่เห็น

แล้วแอบคล้อยตามจิตนาการที่เกิดขึ้นเงียบๆในใจ

นี่ละมั๊งที่เขากล่าวกันว่า อยู่คนเดียวระวังความคิด

 

อยู่สองคนดีกว่า

แต่ถ้าให้ดีต้องไปเป็นทีม จะได้ช่วยกันจับปูใส่กระด้ง

เพราะเผลอพวกวิ่งลงทะเลเฉยเลย

 

 หาดที่นี่เขากว้างและราบเรียบดีจริงๆ

บางกลุ่มยกทีมมาเล่นบอลชายหาดกันสนุกสนาน

และที่ชอบมากๆคือที่นี่สะอาดตาดี

ไม่เห็นขยะริมเลเลย..เยี่ยมจริงๆค่ะ

 

พอตะวันตกดินเราก็ขึ้นเขาตะเกียบ

เป้าหมายคือร้านอาหาร เห็นมี ร้านเดียวที่อยู่บนเขาตะเกียบ

ยอมรับเลยว่าทะเลสวยมากๆ เงียบสงบ

แม้ผู้คนจะมากแน่นร้านก็ตาม

ดูเหมือนคณะของเราจะเจี๊ยวจ๊าวเกินเหตุ

ด้วยเหตุผลมีเจ้าตัวเล็ก ตัวน้อย อันเป็นวัยอยากรู้อยากเห็นไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย

วิ่งไปทางโน้นที ทางนี้ที บ้างตื่นเต้นกับได้ปีนป่ายไปกับโขดหิน รอบๆบริเวณเขา

อีกทั้งบรรยากาศภายในร้านก็น่าสนุกสำหรับเด็ก ห้องน้ำที่นี่น่าสนใจ

เจ้าตัวน้อยถึงกับขอเข้าบ่อยมากที่แท้ไปดูปูปลาที่ติดไว้ตามข้างฝา

ไปเดินเอามือลูบเปลือกหอยที่ทางร้านนำมาประดับไว้ตามข้างฝานั่นเอง

เด็กน้อยวิ่งไปวิ่งมา แล้วก็กลับมาหาพ่อแม่

มานั่งครุ่นคิด ให้เห็นความอ่อนเพลีย ก็แอบสังเกตเห็นจากท่าที

เลยเก็บภาพไว้ให้ผู้ใหญ่เก็บไปคิดเป็นการบ้าน

เหตุผลแรกที่รับประทานอาหารที่นี่เพราะอยากชมวิวค่ะ

อยากให้เด็กๆได้สัมผัสมุมทัศนียภาพที่กว้างไกล หลากหลายมุมมอง

 

 

ท้ายบันทึกนี้ขอบอกว่า

ทำเลร้านอาหารดีมาก อาหารทะเลสดจริง ปราศจากสารเคมี

วิวสวยมาก หายใจได้เต็มปอดจริงๆ

ที่สำคัญเขาบริการอาหารทันใจคนหิวดีจังเลย