ห่มผ้าเหลืองไม่รู้เรื่องธรรมะ



กำกับ : ภวัต พนังคศิริ
นำแสดง : สมชาย เข็มกลัด, เร แม็คโดแนลด์, อินทิรา เจริญปุระ, สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ 
ความยาว : 93 นาที
ระดับความชอบ : 8.75/10

ได้ยินหนังเรื่องนี้จากน้องแอมป์ ลูกสาววัยสิบขวบที่มาเล่าเรื่องและตบท้ายว่า "...แต่ที่เด็ดที่สุดเลยพ่อต้องคำนี้ ศาสนาไม่เสื่อม แต่คนเสื่อม" สนใจเรื่องนี้ขึ้นมาทันที
อ่านเจอในนิตยสารสีสันว่าเรื่องนี้ต้องผ่านการ เซ็นเซอร์ร่วมสามปี ยิ่งน่าสนใจ ผู้กำกับบอกว่าไม่ได้ลบหลู่ศาสนา แต่ตั้งใจจะจรรโลงศาสนา

คนไทยนับถือศาสนาพุทธมาช้านาน แต่เอาแนวทางมานำชีวิตอย่างจริงจังมากน้อยขนาดไหนกันนะ? 

เมื่อเจอสิ่งเร้าหรือบททดสอบหนักๆ อย่างเช่นเงินทองจำนวนมากๆ แม้แต่คนที่บวชในพุทธศาสนาที่ภูมิคุ้มกันไม่ดีพอก็ไม่อาจต้านทานได้เหมือน กัน นับประสาอะไรกับปุถุชนธรรมดาที่จะไม่หวั่นไหว หรือยอมเปลี่ยนตัวเองแม้ในทางที่ผิด เพื่อเงิน

แต่สุดท้ายทุกคนก็หนีผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ไม่พ้นครับ
ตอนแรกยังงงกับที่หลวงพ่อชื่นพูดถึงเรื่องปลงอาบัติหลายครั้งก็คงไม่ดีขึ้น ตอนท้ายของเรื่องเลยเข้าใจ เรื่องบางอย่างทำผิดไป เมื่อคิดได้ก็สำนึกแล้วรีบทำดีมาเจือจาง ลืมเรื่องร้ายๆ ไปเสีย
ครูบา อาจารย์เคยสอนว่าทำบาปดั่งก้อนเกลือ เมื่อทำแล้วก็อยู่อย่างนั้น การทำดีดั่งน้ำ หากทำดีมากเท่าไหร่ก็จะมาเจือจางก้อนเกลือนั้น ให้ความเค็มลดลงตามปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น
ที่สำคัญคืออย่าสร้างเกลือก้อนใหม่ นั่นคือหยุดทำความชั่วนั่นเอง

ตัวอย่างของคนที่หยุดกรรมชั่วได้ในเรื่องนี้คือโจรผู้น้อง ปอ แต่ก็ต้องแลกด้วยการสูญเสียพี่ชาย และการติดคุก 4 ปี 
สุดท้ายก็ตัดสินใจมุ่งไปในทางสายเอก อดีตเป็นไงช่างมัน ปัจจุบันคือพระสงฆ์ที่มุ่งสู่นิพพาน และได้ทดแทนบุญคุณแม่อย่างน่าปลื้มใจ
ผิดกับทิดชื่นที่แม้จะอยู่ในฐานะพระสงฆ์ในตอนแรก แต่ไม่อาจต้านทานกิเลสได้ ชีวิตก็ลงเอยตามที่เลือกเอง

พุทธพจน์ที่พระปอสวนทิดชื่นช่างถูกใจ ไม่แปลอีกต่างหากในหนัง แต่เป็นคำที่โรงเรียนลูกสาวใช้เป็นคำเตือนใจนักเรียน เลยไปถามคำแปลจากลูกเอา
นสิยา โลกวัฑฒโน.....อย่าเป็นคนรกโลก 
คือพุทธพจน์นั้น

หนังดีมากครับ แต่สื่อตามรายทางน่ากลัวจะถูกคนหาว่าลบหลู่ศาสนาได้ แต่ในชีวิตจริงมีพระดีๆ จริงๆ มากน้อยขนาดไหน เราคงพอรู้ ไม่ต้องปล้นเอาเหมือนโจรในเรื่องหรอกครับ บวชตามพิธีกรรมแบบทิดชื่นนี่แหละ หลายๆ พรรษานี่แหละน่ากลัว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าพระดีๆ จะไม่มีครับ มีอยู่เยอะทีเดียว เลือกสัมผัส และรับแนวทางของพุทธศาสนามาปรับใช้กับชีวิตให้มากที่สุด
อย่า มัวไปสนใจพระไม่ดี พยายามหลีกเลี่ยง อย่าเอาจิตไปผูก มาเร่งปฏิบัติตัวเองให้ดีดีกว่า หรือหากอยากได้พระดีๆ เพิ่มขึ้น กรุณาไปบวชเสีย อาจารย์วรภัทร์เคยบอกไว้เพื่อลดเสียงบ่นว่าไม่แต่มีพระดีในปัจจุบัน

กาลามสูตรยังจำเป็นเสมอในการใช้ชีวิต อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ หากยังไม่ได้ตรึกตรองหรือลองทำ แม้จะห่มผ้าเหลืองก็ตาม ห้ามเชื่ออย่างขาดสติ เพราะวันนี้ต่างจากเมื่อวานเสมอ สิ่งไหนดี ไม่เดือดร้อนคนอื่นและตัวเรา ก็น้อมนำมาใส่ตัว แค่นี้จะดูหนังเรื่องนี้ได้แก่น

ขอชื่นชมผู้กำกับและทีมงานที่สร้างหนังเรื่องนี้ออกมา ยืนยันว่า ทุกคนเป็นไปตามกรรม
แต่ผมว่าน่าจะมีเนื้อเรื่องแบบอื่นที่จะสื่อ พระแบบพระสิงห์มีเยอะพอแล้ว ไม่ต้องเอามาตอกย้ำก็ได้ อาจทำให้กระเทือนคนดูบางกลุ่มได้ ตายไปคงมีทางเลือกทางเดียว
พระปานนี่ไม่แน่ใจว่าตายแล้วจะไปไหน แต่แนวโน้มจะไปที่เดียวกับพระสิงห์

โดยรวมชอบเนื้อหาหลักที่สื่อสารออกมา
คนเราทำอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละครับ
ชีวิตเรา เรากำหนดเองได้ครับ ว่าจะตามกระแสกิเลสหรือว่ายทวนน้ำ
ลองเลือกกันดูนะครับ 

มีความสุขทุกคนครับ

ปล. สมัคร Thailand Blog Awards 2010 ไว้ อ่านแล้วถูกใจ อย่าลืมไปโหวตให้ด้วยนะครับ

Me in Thailand Blog Awards 2010