ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ กระผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือ 20 วิธี  จิตใจอันงดงาม ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งลูกศิษย์เก่าของผมคนหนึ่ง นำมาฝาก ต้องขอขอบคุณที่ทำให้ผมได้อ่านหนังสือดีๆ เล่มหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า

        "หญิงคนหนึ่ง มีบ้านอยูในซอยลึกประมาณ 100 เมตร ไม่มีรถประจำทาง เธอเล่าว่าเย็นวันหนึ่งฉันเดินเข้าซอยกลับบ้านสองคนกับน้องสาว ฝนเกิดตกลงมาอย่างไม่มีเค้าล่วงหน้า และบริเวณนั้นก็ไม่มีที่หลบฝน ทั้งสองจึงเอากระเป๋านักเรียนยกขึ้นบังหัวไม่ให้เปียกฝน

        มีรถยนต์คันหนึ่ง วิ่งสวนทางมา แล้วหยุดข้างทั้งสองคน หญิงในรถที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ส่งร่มคันหนึ่งให้แล้วบอกว่า ให้เอาไปใช้เลย ไม่ต้องคืน เพื่อจะได้ไม่เปียกฝน และเป็นหวัด แล้วรถคันนั้นก็แล่นออกไป โดยไม่ทันที่จะได้ขอบคุณท่านเลย

        ถ้าท่านเป็นผู้มอบร่มแห่งน้ำใจดังกล่าว ได้มีโอกาสอ่านหนังสือนี้ขอให้ได้รับคำขอบคุณจากเราด้วยความซาบซึ้งใจยิ่ง ที่ยังมีผู้ที่เห็นใจคนเดือดร้อน ขาดแคลน และมีผู้ที่ต้องบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน แม้เพียงคำขอบคุณ"

        ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ เมื่อผมได้อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ในประเทศไทย เพียงแค่เรามีน้ำใจให้กันสักหน่อย เหตุการณ์ต่างอาจจะไม่เกิดขึ้นดังที่เป็นข่าว น้ำใจของคนเราเดียวนี้หดหายไปหมด มีแต่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทั้งที่พยายามบอกกล่าวให้สั่งสอนเด็กให้เป็นคนมีน้ำใจ แต่ผู้ใหญ่ไม่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง แล้วเด็กจะทำได้อย่างไร เหมือนแม่ปูสอนลูกปู

        กระผมเลยหยิบเรื่องนี้มาเขียนเพื่อหวังว่า ท่านผู้อ่าน จะได้แสดงความคิดเห็นวิธีที่จะทำให้เด็กในปัจจุบันเป็นบุคคลที่มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

        กระผมต้องขอขอบคุณล่วงหน้า ทุกท่านที่แสดงความคิดเห็น ขอบพระคุณครับ

                                                                 สุทธิรัก