สรุปบทความ เรื่องการบริหารคนเก่ง(talent) หรือคนที่มีศักยภาพสูง
จาก สำนักงาน กพ. ในการจัดอบรม ณ ไบเทค บางนา กทม
เมื่อวันที่ 17 - 19 กรกฎาคม 2549
สรุปสาระสำคัญบทความ
ในองค์กรมีความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้บริหารต้องมีเทคนิคในการบริหารที่หลากหลายรูปแบบ และเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละคน การบริหารคนเก่ง
หมายถึง บุคคลที่มีความสามารถพิเศษมีผลงานที่โดดเด่นเหนือบุคคลอื่น ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงาน นโยบาย วัฒนธรรมและกลยุทธ์ขององค์กรโดยมี
1.มีความรู้ ความสามารถและมีคุณสมบัติในการนำตัวเองไปสุ่ความรับผิดชอบที่สูงขึ้น
2สามารถแก้ปัญหาได้ดี วางแผนป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ (คิดวิเคราะห์ปัญหาเป็น)
3.สามารถเรียนรู้ได้เร็ว มีความกระตือรือร้น ในการใฝ่หาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง
4. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5.มีความเป็นผู้นำ
6.มีวิสัยทัศน์
7. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
ผู้บริหารองค์กรต้องมีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม กล่าวคือเป็นที่พึ่งกับทุกคนในองค์กร แต่ข้อพึงระวังในการนำระบบการบริหารคนเก่ง (talent) เข้ามาใช้ในองค์กรคือ
1คนเก่งมักเชื่อมั่นในตนเองสูง ทำให้ทำงานร่วมกันเพื่อนร่มงานอื่นๆ มีปัญหา
2.ปัญหาการย้าย เปลี่ยนแปลงงานบ่อย คนเก่งมักตั้งเป้าตนเองไว้สูง หากพบว่ามีงานอื่นที่ท้าทายมีค่าตอบแทนสูงกว่าก็พร้อมที่จะเปลี่ยนงาน ข้อนี้อันตราย ดังนั้นต้องระวังเรื่องนี้ให้มาก
3. การบริหารจะเป็นลักษณะการบริหารคน 2 รุ่นได้แก่
3.1 คนรุ่นเก่าหรือผู้อาวุโส ที่มองคนรุ่นใหม่ว่าแข็งกระด้างไม่ให้ความเคารพ และไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลง
3.2 คนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมรับค่านิยมแบบเก่า ต้องการการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มองว่าคนรุ่นเก่าล่าช้า เพราะฉะนั้นการบริหารองค์กรต้องเป็นแบบผสมผสานกันจะดี
4. ภาวะผู้นำของผู้บริหารองค์กร เป็นอีกเรื่องที่ต้องตระหนัก เพราะถ้าผู้บริหารแสดงออกในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ก็จะเกิดการสูญเสียในองค์กรทันที
การนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร
เป็นแนวทางที่จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ มีเทคนิค จิตวิทยา เพื่อนำมาพัฒนางานบริหารงานให้บรรลุเป้าประสงค์ในองค์กร
สรุปบทความ เรื่อง การพัฒนาภาวะผู้นำทางปัญญาแก่พระสงฆ์
จาก มจร.ห้องเรียนสุราษฎร์ธานี วัดพัฒนาราม (พระอารามหลวง)
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552
สรุปสาระสำคัญบทความ
สังคมปัจจุบันเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงจากสังคมแบบเก่าเข้าสู่สังคมใหม่ เพื่อก้าวให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาสจึงเป็นไปใน 2 ลักษณะ คือ สังคมแบบเก่า และสังคมแบบใหม่กล่าวคือ
สังคมแบบเก่า พระสงฆ์มุ่งศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองใช้วัดเป็นฐานในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอน ยึดมั่นในธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ
สังคมแบบใหม่ พระสงฆ์มุ่งศึกษาเพื่อพัฒนาสังคม นำความรู้สู่กลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการ และช่องทางต่างๆ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอน
พระสงฆ์ควรสร้างภาวะผู้นำทางปัญญาของสังคมใน 3 ประการคือ
1) ศีลธรรมจริยธรรม 2 )สังคมพหุวัฒนธรรม และ 3)เทคโนโลยีสารสนเทศ
พระสงฆ์ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณของสังคม ต้องยึดมั่นใน ศีลธรรมจริยธรรม โดยการปฏิบัติเป็นแบบอย่างและมีหน้าที่ในการแนะนำ สั่งสอน อบรมแก่ฆราวาส
พระสงฆ์ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับฆราวาส จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจใน
สังคมพหุวัฒนธรรม คือ ความแตกต่างของบุคคลในสังคม อันได้แก่ เพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนา
วัฒนธรรม ประเพณี การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ และชั้นทางสังคม เพื่อจะได้สร้างการสื่อสารที่ตรงกันระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส
แนวทางและวิธีการส่งเสริม/พัฒนาภาวะผู้นำของพระสงฆ์ควรดำเนินการใน 3 ลักษณะคือ 1)จัดการอบรมในกรณีที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน 2)การศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม ในกรณีที่ต้องพัฒนาทรัพยากรบุคคล 3)ส่งเสริมการพัฒนาตนเองของพระสงฆ์
พัฒนาคุณลักษณะภาวะผู้นำของพระสงฆ์อันประกอบด้วย 1)ความรู้ความสามารถในภารกิจที่กระทำ 2)บุคลิกภาพที่เหมาะสมกับความเป็นพระสงฆ์ 3)ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ 4)พัฒนาให้พระสงฆ์มีทักษะทางสังคม
พระสงฆ์ต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้ที่มีความสามารถในการสร้างวิสัยทัศน์ที่เชื่อมโยงสังคมแบบเก่าเข้ากับสังคมแบบใหม่ นำไปสู่สังคมที่ยั่งยืน
ผลที่เกิดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากการพัฒนาภาวะผู้นำของพระสงฆ์
พระสงฆ์ที่ได้รับการพัฒนาภาวะผู้นำ จะมีความรูความสามารถในการชี้แนะ และดลใจให้ฆราวาสประพฤติปฏิบัติไปสู่เป้าหมายที่ต้องการของศาสนา คือ การเป็นคนดีของสังคม