ในวันพุธ ที่ 22 เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาดิฉันได้เดินทางกลับบ้านซึ่งออกจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีในเวลาประมาณ23 นาฬิกามาถึงสถานีรถไฟเวลา 23.30นและจากนั้นก็ได้นั่งรอรถไฟซึ่งปกติรถไฟจะออกช่วงประมาณ24.00น แต่วันนี้รถไฟเสียเวลามาถึงสถานีสุราษฎร์ธานีเวลาO2.OOน ดิฉันดีใจมากที่รถไฟมาแล้วแต่น่าตกใจมากเพราะคนบนรถไฟเนื่องแน่นมากแต่โดยความที่ว่าเราอยากจะกลับบ้านมากก็เลยยอมทนไปพอได้ขึ้นบนรถไฟไปแล้วมันแออัดมากเพราะบางคนนอนหลับไม่เห็นใจคนที่ยืนเลยคือบนรถไฟมันจะมีเป็นที่นั่งแล้วก็มันจะมีเลขกำกับเอาไว้ซึ่งเก้าอี้ตัวหนึ่งมันจะมีเลขสองทีบางที่นั่งจะมีสามที่และนอนคนเดียวไปเลยค่ะทำให้อีกหลายคนไม่ได้นั่งและบางคนก็ดีเสียสละแบ่งที่นั่งให้นั่งเลยได้นั่งบ้างและในระหว่างที่นั่งไปรถไฟก็ได้หยุดที่แต่ละสถานีและในแต่ละสถานีก็เริ่มมีคนนั่งแต่คนที่ขึ้นมาก็เยอะพอๆกับคนที่ลงมาเลยและได้พูดคุยซักถามว่าจะลงที่สถานีไหนทำให้เรามีเพื่อนเพิ่มขึ้นแต่พอมาถึงสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เขาก็ได้เพิ่มขบวน ดิฉันจะเริ่มเขียนต่อจากวันที่แล้วเพราะเนื่องจากวันนั้นเป็นเวลาเกือบ 5 โมงเย็น รุนพี่ที่คณะเรียกให้ไปซ้อมร้องเพลงเชียร์ก็เลยเขียนไม่ทัน และถึงชุมทางหาดใหญ่ก็เริ่มมีคนลงทำให้นั่งได้อย่างสบายไปจนถึงสถานีรถไฟตันหยงมัสเวลาประมาณ11.50น เนื่องจากรถไฟเสียเวลามาก ซึ่งเป็นที่หมายที่ดิฉันจะลง พอลงจากรถไฟดิฉันก็ได้นั่งรถสองแถวกลับบ้านต่อกว่าที่รถสองแถวจะออกก้กินเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อผู้โดยสารนั่งรถให้เต็มก่อนกว่าจะถึงบ้านก็ประมาณ 14.00 น กลับบ้านไปด้วยความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย แต่พอถึงบ้านได้เห้นหน้า พ่อ แม่ น้อง ทำให้ดิฉันหายเหนื่อยเป็นปลีกทิ้งเลย แม่เข้ามาถามว่าเป็นไงลูกเหนื่อยมั้ย กินอะไรมาหรือยัง เพียงคำถามแค่นี้ทำให้ดิฉันดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยและตอนที่อยู่บ้านเหมือนกับว่าแม่จะตามใจเราหมดทุกอย่างเวลาเราจะกินอะไรแม่ก็ทำให้เรากินจะเลือกทำแต่ของโปรดของเราจนน้องต้องบ่นน้อยใจที่แม่เอาใจแต่เรา และในแต่ละวันที่อยู่บ้านก็ได้ไปเข้าสวนกับแม่เพราะที่บ้านจะมีสวน ทุเรียน เงาะ ลองกอง สละอยู่ และปีนี้ทุเรียนเป็นเยอะมากก็เลยเก็บไปขาย รู้สึกว่ากิโลละ แปด บาทได้ประมาณ 100โล ต่อวัน ค่ะ 100กิโลหมายถึงของที่ว่าดี ไม่มีแมลงมากัดกิน ส่วนเงาะก็ไม่ค่อยป็นสักเท่าไรเลยพอกินแต่ก็แบ่งขายบ้าง การได้อยู่บ้านแต่ละวันรู้สึกว่าคุ้มค่ามากกับการที่เหน็บเหนื่อยกับการเดินทางมาและนั้นก็คือความสุขของดิฉันที่ได้กลับบ้านได้อยู่กับคนที่เราเราอาจจะไม่สวยหรูแต่ก็มีค่าสำหรับดิฉันมากค่ะ
วันหยุดของฉัน
ความสุขที่ได้ไม่จำเป็นต้องสวยหรุ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อาจารย์ ญาณภัทร ยอดแก้ว · 28 ก.ค. 2553
จันทร์จิรา · 28 ก.ค. 2553
นพวรรณ แสงวารี · 28 ก.ค. 2553
นาย นเรศ ดำรงชัย · 28 ก.ค. 2553
Prof. Vicharn Panich · 28 ก.ค. 2553
หนูมาสวตี แม้จะแน่นอึดอัดกับความเบียดเสียด แต่หนูก็สามารถหาเพื่อนได้ในภาวะนั้น ดีมากครับ นี่เขาเรียกว่า คนมีความสามารถ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ใช่เลยคะเพื่อนอยู่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา ช่ววนี้อากาศเปลียนแปลงบ่อยดูแลสุขภาพด้วยนะ
ขอบใจนะเพื่อนนิง
สู้ๆเหมือนกันนะ
สุขสันต์วันเกิด
ใช่ ความสุขของคนเราคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว เป็นกำลังใจให้ในทุกเรื่องนะ
จ๊ะ........เป็นกำลังใจให้น่ะเพื่อน.........สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สวัสดีครับ
ความลำบาก..สร้างคนให้เข้มแข็ง..
ผมก็เคยประสบเหตุการณ์เช่นว่ามานั้นเหมือนกันครับ.."ไม่มีที่นั่ง..มีเฉพาะที่ยืนเท่านั้น"
คิดได้อย่างเดียว..คือ "บ้าน"
ถึงแล้ว..หายเหนื่อย
ขอบคุณครับ