เมื่อหลานสาวอยากทำขนมครก
เย็นวันนี้นั่งหน้าคอมได้ไมุ่ถึง 10 นาที เพื่อนบ้านมาเรียกว่าไปทำ
ขนมครกกัน... ประมาณ 5 นาที เราก็ไปถึง .. สิ่งที่เห็นก็คือ เตา
ขนมครกวางเข้าที่เรียบร้อย ...ร่องรอยทำกันมาไม่น้อยกว่า 2 เตา
แล้ว ...
แต่พอหันไปเห็นแป้งขนมครกในหม้อ
!!! ถึงกับอึ้ง !!!
จะ
ทำขายกันหรือเนี่ย???

ถามไปถามมาได้ความว่าแป้ง 1 กิโลกรัม... เราได้แต่นึกในใจ
อืมม์...ทำเสร็จแล้วจะทานหมดมั้ยนะ ... แล้วตอบเองเหมือนกันว่า
"ไม่หมด"...แต่ก็ลงมือช่วยแคะขนมครกจนเสร็จ...ประมาณ 4 ทุ่ม
กว่า ๆ
ช่วงที่ชุลมุนกับขนมครก ก็จะมีสารพัดนักชิมต่างวิจารณ์สูตรและ
ช่วยปรับปรุงสูตร จนหาร่องรอยสูตรเดิมไม่เจอ ... บางคนว่า น่าจะ
เติมน้ำตาลอีกนิดนะ .. เติมเกลืออีกหน่อยสิ...ข้นไปนะ เติมน้ำนิด
นึง...สาวเจ้า คนอยากทำ (เรียนอยู่ ป. 6) ก็นั่งแคะด้วย โดยมีน้อง
ชาย (ป. 2) ทำหน้าที่ถือจวักคอยหลอดหน้าขนมครก ส่วนพี่เลี้ยง
น้องก็ถือกาใส่แป้ง คอยหยอดตัวขนมลงเบ้า สาวเจ้าคนอยากทำ
..ทำได้ไม่กี่นาทีก็ลุก..บอกว่าน้ำมันกระเด็นใส่มือ ทนไม่ไหว แล้วก็
ไปทานข้าวพร้อมพ่อแม่และ 1 ป้า ส่วนคนเฝ้าเตาก็ทำหน้าที่กันไป
จนได้ขนมครกเต็มจาน ... ทานกันเองก็ไม่ไหวแล้ว ..ทำงัยดีถึงจะ
กำจัดขนมที่ทำเสร็จแล้วได้โดยไม่น่าเกลียดและเสียของ...แต่ละคน
ก็เริ่มเสนอ ... บ้านนั้นญาติเค้ามา นั่งคุยกันอยู่ เอาไปให้เค้าดี
กว่า...ว่าแล้วหนุ่มน้อย ป. 2 และพี่เลี้ยงก็ทำหน้าที่นำขนมครกไป
ขาย เอ๊ย !! เอาไปแจกค่ะ ... แจกคนครบทุกบ้าน เหลือขนมครก
เตาสุดท้ายสาวเจ้าคนอยากทำก็ลงมาช่วยแคะต่อ ... แคะไปแคะมา
ปรากฏว่าเกิดเหตุขนมครกติดช้อนกระเด็นไปโดนเท้าน้องชายเข้า
จนได้ ... เหตุการณ์ต่อไปก็คือ.. หนุ่มน้อย ป. 2 ของเราก็ร้องจ๊ากไป
ตามระเบียบค่ะ...แต่ยังรับผิดชอบหน้าที่...ไม่ลืมที่จะหยอดแป้งลง
เบ้า โดยสลับหน้าที่ให้พี่เลี้ยงหยอดหน้าขนมแทน ...และแล้วขนม
เตาสุดท้ายก็เสร็จจนได้ เตานี้เจ้าของบ้านรับผิดชอบทานต่อ (ท่า
ทางคงเป็นพรุ่งนี้เช้าละมั้ง...ขืนทานต่ออีกคงนอนไม่หลับเพราะ
อึดอัดท้องเป็นแน่)
สรุป ทำขนมครกจนเสร็จ แต่บรรลุเป้าหมายด้วยสูตรไหนก็ไม่
ทราบได้
เพราะนักชิมทั้งหลายช่วยกันปรับปรุงสูตรนั่นเอง ...
เพื่อน ๆ คนไหนมีสูตรขนมครก (ไม่ใช่ขนมครกชาววังนะคะ) ก็ช่วย
แนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ 
สวัสดีค่ะ
น่าสนุกนะคะ ตอนครูอ้อยยังเล็ก คุณยายก็พาทำขนมครก ตื่นแต่เช้า โม่แป้งกัน เหนื่อย แต่สนุกมาก บรรยากาศแบบนั้น ไม่มีอีกแล้ว ด้วยคุณยายเสียไปนานแล้ว
ขอบคุณน้องมาก ที่มีเรื่องราวทำให้ รักคุณยายและคิดถึงท่านมากๆค่ะ
มันเป็นกิจกรรมร่วมกันที่ทั้งสนุกและทั้งอิ่มอร่อยจน...อืด
ตอนเด็กๆก็เล่นขายขนมครกกัน โดยควักดินให้เป็นเบ้าขนมครกแล้วเอาดินโคลนเละๆหยอดลงเบ้า หั่นดอกไม้ใบไม้โรยหน้า ขายกันเป็นที่สนุกสนาน เด็กเดี๋ยวนี้เขาไม่เล่นดินเล่นโคลนกันแล้วล่ะ นั่งอยู่หน้าจออะไรต่อมิอะไรทั้งหลายแหล่...เสียดาย
มันเป็นความสุขเล็กๆที่นึกถึงทีไรก็ได้ยิ้มทุกครั้ง...
สวัสดีค่ะพี่
ครูอ้อย แซ่เฮ
บรรยากาศสนุกมากค่ะ เหมือนกลับเป็นเด็กอีกครั้งแน่ะ
ใช่เลยค่ะพี่
krugui Chutima
เหมือนเล่นขายขนมครกสมัยเด็กเลย สมัยเราก็ใช้ดินเล่นกัน
แต่นี่เป็นการทำกับของจริง ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ตรงที่เด็ก ๆ
ได้รับ ซึ่งมีความสนุกแตกต่างจากสมัยเรามาก เราสามารถทำ
อย่างไรกับขนมครกดินของเราก็ได้ ยังงัยขนมครกก็ออกมาให้
ขายเล่นกันได้ตลอด ไม่ต้องกลัวเสียด้วยค่ะ
ได้มาแล้ว 1 สูตร
ท่าทางทำไมยาก และสัดส่วนก็ไม่เยอะจนเกินการทดลอง
ขนมครก
เครื่องปรุงตัวแป้ง
1.แป้งข้าวเจ้า (แห้ง) 1 ถ้วยตวง
2.น้ำ 2 ถ้วยตวง
3. ข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง
4. มะพร้าวทึนทึกขูดขาว1/2 ถ้วยตวง
5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
6.น้ำร้อน 1/2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุง หน้ากะทิ
1.หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
3. เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
เครื่องใช้เฉพาะ
เตาขนมครก ลูกประคบ (กากมะพร้าวห่อ ด้วยผ้า ขาว โดยใช้ผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 6x6 นิ้ว )
วิธีทำ
1.ใส่กากมะพร้าวตรงกลางรวบ ชายผ้าเข้า มาทุกด้าน
2. ผูกเชือกให้กาก มะพร้าวรวมตัว เป็นก้อนกลมแผ่น ทิ้งชายไว้สำหรับจับช้อน สำหรับแคะขนมครก น้ำมัน สำหรับทาเบ้าขนมครก
3. ตวงแป้ง 1 ถ้วยตวงใส่ชามผสม เติมน้ำ 1 ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน แล้วแช่ไว้ 12 ชั่วโมง หรือค้างคืน
4. บดข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง มะพร้าวขูด ถ้วยตวง พร้อมน้ำอีก 1 ถ้วยตวง
5. ใส่เบลนเดอร์จนละเอียดดี หรือโม่ด้วยโม่หินก็ได้
6. เทมะพร้าวและข้าวสุกที่บดแล้วลงในชามแป้งที่แช่ไว้ เติมเกลือป่น คนให้เข้ากันดี ใช้เป็นตัวแป้งขนมครก
7. ผสมกะทิ น้ำตาล และเกลือด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายตั้งเตาขนมครกบนไฟอ่อน ๆ ให้ร้อนจัด จึงใช้ลูกประคบ แตะน้ำมันพืชเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าให้ชุ่มน้ำมัน ตักแป้งหยอดลงในเบ้าประมาณค่อนเบ้า รอสักครู่จึงหยอดหน้ากะทิลงประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ ปิดฝารอจนขอบแป้งเกรียมเหลือง จึงใช้ช้อนแซะขึ้นใส่ถาด
ขอบคุณที่มา : horapa