...เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พี่สาวป่วยหนัก หลังจากป่วยเรื้อรังมานานหลายปี ผมขึ้นไปเยี่ยม ทันทีที่เห็นสภาพร่างกายพี่สาว... ผมพูดอะไรไม่ออก นี่หรือพี่สาวคนโตที่เลี้ยงน้องๆทั้งห้าคนจนเติบใหญ่ รูปร่างใหญ่โตที่เคยเห็นเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ใบหน้าตอบจนเห็นกระดูกแก้มโผล่ขึ้นมา ผมเบือนหน้าหนีจากร่างนั้นเพื่อซ่อนน้ำตาไม่ให้ใครเห็น
...ทุกคนที่เพิ่งมาเห็นต่างตกตะลึง สภาพร่างกายพี่สาวที่เคยเป็นคนรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง ตอนนี้เหมือนชาวเอธิโอเปียที่ขาดอาหารในค่ายอพยพ...
...วันนั้นพี่สาวกินข้าวได้มากกว่าทุกๆวันที่ผ่านมา แต่ก็ไม่กี่คำคงดีใจที่น้องชายสุดท้องมาเยี่ยมเยือน
...ผมกลับกรุงเทพเพื่อทำงานต่อ และคอยโทรถามข่าวอยู่เสมอ จนคืนวันหนึ่งฝันว่าพี่สาวเดินได้ตามปกติ เดินยิ้มมาร่วมตั้งวงกินข้าวด้วย ในฝันนั้นผมดีใจจนสะดุ้งตื่น
...ประมาณแปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น หลานสาวโทรมาบอกว่าพี่สาวได้เสียแล้ว
...พี่สาวเป็นคนชอบทำบุญสุนทานเข้าวัดทุกวัน ช่วงที่ป่วยอยู่ได้ฝึกนั่งสมาธิ ภาวนา วันที่ขึ้นไปเยี่ยมพี่สาวนอนหลับตา เหมือนภาวนา สภาพสังขาร ที่เป็นทุกข์ ไม่เที่ยง และเป็นอนัตตา อยู่
...ผลแห่งการภาวนา ผมเชื่อว่าพี่สาวคงไปสู่สุขติ สู่ภูมิที่สามารถเรียนรู้การทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้
....ขอให้วิญญาณพี่สาวจงไปสู่ภพภูมินั้นด้วยเถิด.....
สวัสดีค่ะ
*** ขอแสดงความเสียใจและขอให้วิญญาณพี่สาวจงไปสู่สัมปรายภพอันเป็นทิพย์วิมานด้วยนะคะ.....
...ขอบคุณครับ คุณกิติยา
...ขอคำอวยพรของคุณจงดลบันดาลให้ดวงวิญญาณพี่สาวจงไปสู่สัมปรายภพด้วยเถิด
...และดลบันดาลให้ชีวิตคุณกิติยามีแต่ความสุขด้วยเถิด
สาธุ
ขอแสดงความเสียดายด้วย(พระท่านไม่ให้ว่าเสียใจ) ความสูญเสียที่ทุกๆคนไม่อยากมี ความทุกข์อันใหญ่หลวงอย่างหนึ่งก็คือการพลัดพรากครับ เจริญพร
...กราบ พระคุณเจ้าอีกครั้ง
...สาธุ
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ นี่ก็พึ่งจะเสียพี่สาวไปเดือนมกราคม 53 ยิ่งอ่านแล้วทำให้คิดถึงพี่สาวมากเลยคะ
...ขอบคุณครับ คุณสายยนต์ และแสดงความเสียใจด้วยเช่นกัน