นี่คือความสดใสร่าเริงของเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ในช่วงปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา ๒๕๕๒ ก่อนที่จะเข้ารับการบรรพชา เป็น

"สามเณรภาคฤดูร้อน"

น้องณัฐ เด็กชายณัฐพล บุญเพ็ชร  หลานชายของฉัน เป็นหนึ่งในจำนวนเด็ก ๆ เหล่านี้ ที่สมัครใจขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ขอบรรพชาเป็นสามเณรภาคฤดูร้อน น้องณัฐโทรศัพทมาหาน้องต้นน้ำลูกชายของฉัน บอกให้ทราบว่าจะบวช  ฉันและน้องต้นน้ำก็ร่วมอนุโมทนาบุญด้วย แต่ไม่สามารถไปร่วมงานของหลานได้ เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลกันหลายร้อยกิโลเมตร 

น้องณัฐเป็นลูกชายคนสุดท้องของน้องสาวคนสุดท้องของฉัน  (อย่างงนะคะ) เป็นเด็กที่มีความฉลาด พูดเก่ง  มีไหวพริบดี  สุขุมรอบคอบ  คุณครูที่โรงเรียนออกปากชมบ่อย ๆ และก็มักจะบอกว่าน้องณัฐมีลักษณะพิเศษตรงที่ชอบเป็นผู้นำ และดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย มีความคิดความอ่านที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากเพื่อน ๆ ในชั้นเดียวกัน ในเรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวัน

คุณพ่อคุณแม่ของน้องณัฐรู้สึกยินดีที่ลูกขอบวช ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของพ่อแม่ทุกคนย่อมมีความปลาบปลื้มใจที่จะได้เห็นผ้าเหลืองของลูก ญาติพี่น้องก็ไปร่วมพิธีกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง  เพราะครอบครัวของฉัน เป็นครอบครัวที่มีญาติเยอะ และญาติพี่น้องก็รักใคร่ปรองดองกัน ซึ่งเป็นจุดแข็งอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ลูก ๆ หลานทุกคนเป็นคนรักดี ฉันค่อนข้างจะภูมิใจในตัวหลาน ๆ โดยเฉพาะปีนี้ มีหลาน ๆ ระดับโต ๆ รับปริญญาตรี ปริญาโทกันหลายคน ส่วนหลานระดับเล็กอย่างน้องณัฐก็สร้างความปลาบปลื้มใจให้ไม่น้อย

สามเณรณัฐพล ในภาพที่งดงาม ดูแล้วงามตา เป็นที่ภาคภูมิใจของโยมพ่อโยมแม่และญาติพี่น้อง เป็นที่ปลาบปลื้มใจของคุณตาคุณยาย ตลอดจนผู้คนที่ได้พบเห็น

เมื่อครบกำหนดของโครงการ สามเณรทุกคนก็พร้อมที่จะสึก เพื่อไปโรงเรียนตามปกติในการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๓ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจมาก คือสามเณรณัฐพล ไม่ยอมสึก สร้างความกังวลใจให้กับผู้เป็นพ่อเป็นแม่มาก เพราะลูกชายจะต้องไปเรียนหนังสือต่อในระชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ เมื่อสามเณรยืนกรานว่าไม่สึก ผู้เป็นแม่ก็ไม่บังคับให้เวลาลูก  ขอให้คิดทบทวนให้ดี ๆ จะมารับคำตอบอีกครั้งก่อนเปิดเรียน

ระหว่างที่รอการตัดสินใจของลูก โยมพ่อโยมแม่ก็มิได้นิ่งเฉย  มิใช่จะไม่ยินดีที่ลูกจะเป็นผู้สืบศาสนา  ดีใจและยินดีที่ลูก ได้เดินตามรอยบาทพระศาสดา  แต่ความกังวลของคนเป็นพ่อแม่ย่อมมีความกังวลเป็นธรรมดา โยมแม่ได้โทรมาเล่าให้ฉันฟัง ทำนองปรึกษาและเล่าต่อว่า ได้เอาวันเดือนปีเกิดของสามเณร ไปให้พระผู้ใหญ่ (ที่มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์) พระบอกว่าสามเณรเกิดมาเพื่อที่จะเป็นผู้สืบทอดพุทธศาสนา เขาจะมีชีวิตที่รุ่งเรือง อยู่ในเพศบรรพชิต ฉันก็บอกว่าเมื่อสามเณรไม่สึก ก็ต้องพูดให้สามเณรเข้าใจว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะทำเล่น ๆ ไม่ได้ เพราะการเรียนจะออกกลางคันโดยไม่จบช่วงชั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก มิทันที่โยมแม่จะไปพูดกับสามเณร  สามเณรก็เป็นฝ่ายบอกโยมแม่ก่อนเลยว่า

"โยมแม่ไม่ต้องเป็นห่วง  หากจะสึกก็จะสึกตอนจบหลักสูตร ม.๓ หรือ ม.๖ เท่านั้น หรือจะเรียนทางธรรมไปตลอดก็เป็นได้

ทุกวันนี้เปิดภาคเรียนผ่านไปแล้ว ๒ เดือนกว่า  สามเณรก็ยังคงตั้งมั่นอยู่ในความคิดของตนเองอย่างแน่วแน่  มิเคยเอ่ยปากว่าจะขอสึกแต่ประการใด