"มีแม่ชีมาหาป้าทุกวันเลยตอนนอนโรงบาลแม่สอด"

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมกับทีมไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยมะเร็ง เราไปเยี่ยมบ้านคนไข้มะเร็งเต้านมที่หลังได้เคมีบำบัดไปแล้ว อาการไม่ดีขึ้น แพทย์เจ้าของไข้ยุติการรักษาและส่งต่อให้ทีมเราดูแลคนไข้ต่อ

ผู้ป่วยเป็น ...."สาวเฒ่า"....แปลเป็นไทยว่า "สาวโสดมายาวนานจนสูงอายุ" หรือชัดกว่านั้นคือ "ขึ้นไปนั่งบนคานทองนั่นเอง"...อยู่กับน้องสาวและมีพี่น้องเพื่อนบ้านเยอะมาก ตอนผมไปถึงบ้านผู้ป่วย พบว่าญาติมาเยี่ยมเยอะมาก

ผู้ป่วยร่างผอมหลังติดกระดูก ไม่มีผม แต่สีหน้าที่แสดงออก แตกต่างจากสภาพร่างกายอย่างลิบลับ..แววตาฉายแววความสุขท่ามกลางพี่น้อง

น้องสาวผู้ป่วยอายุประมาณ60 ปีคอยดูแลผู้ป่วยสลับกับหลานสาว ผู้ป่วยพูดคุยกับผม อย่างสนุกสนาน

เธอมองว่าการอยู่บ้านสบายกว่า โรงพยาบาลแต่ยังไงก็แล้วแต่  ที่โรงพยาบาลก็มีเรื่องดีๆ  

ผู้ป่วย "มีแม่ชีมาหาป้าทุกวันเลยตอนนอนโรงบาลแม่สอด" 

คนที่บ้านบอกแกว่า แกคิดไปเองและต่างหยอกคนไข้ว่า "แม่ชีให้หวยหรือเปล่า" ผมเองก็สงสัยว่าคนไข้ delirium หรือเปล่า ก็เลยประเมิน conscious แล้วก็ดูปกติครบดีทุกอย่างเฮาะ...หรือไศยศาสตร์จะมีจริง เป็นดังนั้นผมเลยถามรายละเอียดแม่ชี เพื่อนำมาแทงหวยซะเลย

ผม "แล้วแม่ชีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไงละป้า"

ผู้ป่วย "อ้วย ๆ ขาวๆ ยิ้มๆ แล้วก็ชอบพูดให้ป้าสบายใจ"

ผมเริ่มคุ้นๆ นึก match ภาพในความทรงจำกับข้อมูลของป้า

  VS

ผม "เอสงสัยจะไม่ใช่แม่ชีแล้วละป้า....คุณแนท เลขาโครงการผมเอง"

 ทีมหัวเราะกันใหญ่ พอญาตินึกออก ก็ร้องอ้อกันเป็นแถว คุณแนทจะมาเยี่ยมคนไข้ทุกวัน แต่ป้าคงเข้าใจว่าเป็นแม่ชี

สรุปว่าอดได้หวยกันไป...ผมเอาไปเล่าให้พี่แนทฟัง...แกก็หัวเราะเพราะจริง ๆ แกเป็นอิสลามซะด้วย

ผมสรุปในใจว่า "เวลาพยาบาลทำความดี ภาพลักษณ์ก็เป็นเยี่ยงผู้ทรงศีล นักบุญ ให้ความรู้สึกของความสุขได้มากมายมหาศาล"

ขอให้กำลังใจกับใครก็ตามที่ทำความดีและเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ของคนไข้ ถึงแม้ว่าใครคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในใจคนไข้ นี่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ครับ