ชุมชนเข้มแข็งได้ด้วยตนเอง

อุปสรรคต่อการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง

1. การพัฒนาแบบเดิม  มักมองกันว่าประชาชนเป็นผู้ไม่รู้ ไม่มีความคิดในการพัฒนา จึงเป็นการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ  เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำการพัฒนา ในทุกด้านโดยถือกันว่าข้าราชการ  เป็นผู้ทรงคุณวุฒิมากที่สุด  เพื่อเข้าไปปฏิบัติงาน  ในหมู่บ้านและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทุกประการการปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความ  เข้มแข็งของชุมชนนั้น จำเป็นที่จะต้องให้ชาวบ้านเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ โดยต้องดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อให้ชาวบ้านเสนอภูมิปัญญาที่มีอยู่ในตัวเองออกมาให้ได้การดำเนินการโดยประชาชนเอง แม้จะทำให้เกิดความยั่งยืน แต่การเริ่มต้นก็ต้องใช้เวลามากสามารถเกิดได้เพียงบางหมู่บ้านเท่านั้น เพราะในปัจจุบัน เกิดปัญหาชุมชนล่มสลาย  ต่างคนต่างอยู่ในชุมชนมีผู้มีอิทธิพลและคนเห็นแก่ตัวมากขึ้นถ้าหากรอให้ชุมชนมีวิวัฒนาการเองบางหมู่บ้านอาจไม่สามารถพัฒนาไปได้

2.  ผู้ที่ทำหน้าที่ในการพัฒนามักจะท้อแท้  ที่มองเห็นว่าชุมชนล่มสลายและขาดการมีส่วนร่วมและมักจะเป็นข้ออ้างว่าพัฒนาไม่ได้แน่นอน และก็พากันละทิ้งชุมชนนั้นไป   ซึ่งทำให้ชุมชนขาดโอกาสที่จะมีผู้เข้าไปร่วมเป็นภาคีการพัฒนา ดังนั้น ควรตั้งสมมติฐานว่าหมู่บ้านเป้าหมาย มีลักษณะของชุมชนที่ล่มสลาย คือ ต่างคนต่างอยู่มาเป็นเวลานาน ทำให้ความร่วมมือในการพัฒนาจากประชาชนทั้งหมู่บ้านมีน้อย แนวทางที่เป็นไปได้ที่จะดำเนินการพัฒนา คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้มีความคิดเห็นร่วมกันในหมู่บ้านเพียงจำนวนหนึ่งก่อน เรียกว่า  “กลุ่มสนใจ” ซึ่งกลุ่มจะขยายผลไปสู่การพัฒนาที่เพิ่มขึ้นต่อไป โดยหลักความสำคัญ คือ ต้องทำให้กลุ่มดังกล่าวมีความอิสระในการเคลื่อนไหว  ไม่ถูกกรอบของทางราชการครอบงำความคิด  ผู้ประสานงานการพัฒนาที่จัด จากหน่วยงานต่าง ๆ จะเป็นผู้สนับสนุนทางแนวความคิดอย่างต่อเนื่อง       3.ประชาชนในชนบทมักไม่กล้าแสดงออกแม้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม   ทำให้การวางแผนการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ไม่สามารถประเมินผลได้ในทันที วิทยากรจึงต้องทำให้ประชาชนกล้าแสดงความคิดเห็นออกมาให้ได้  ด้วยการใช้กระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถประเมินผลได้ทุกขั้นตอน ซึ่งจะทำให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการที่เหมาะสมได้อย่างต่อเนื่อง

4.  ในพื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่ล่มสลาย ผู้นำหมู่บ้านตามกฎหมายมักไม่มีลักษณะเป็นผู้นำธรรมชาติเช่นในอดีตประชาชนมักให้การยอมรับอย่างไม่จริงใจ  ความร่วมมือในการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาจึงมีน้อย การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน จึงจำเป็นต้องค้นหาผู้นำตามธรรมชาติที่มีบทบาท   ในการพัฒนาต่อไปให้ได้ และสร้างบทบาทให้เกิดขึ้นอย่างแนบเนียน ไม่เป็นการสร้างกลุ่มอำนาจขึ้นมาคู่กับคณะกรรมการหมู่บ้าน แต่จะทำงานไปด้วยกันอย่างสอดคล้องซึ่งอาจหาได้โดยเร็วจากการจัดการประชุมแบบมีส่วนร่วม

                5.  การแก้ไขปัญหาการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเป้าหมายนั้น ส่วนราชการเป็นภาคีการพัฒนาที่มีระบบและเข็งแกร่งมากที่สุด  แต่เดิมมีข้อบกพร่องในเรื่องการถูกกำหนดกรอบและรูปแบบในการปฏิบัติงานที่เป็นอุปสรรคมากที่สุด คือ ระบบการสั่งการจากข้างบน อย่างไรก็ตาม  หากสามารถทำให้ส่วนราชการเข้าไปมีส่วนร่วมในลักษณะของอาสาสมัคร    เพื่อการพัฒนาชุมชนได้ ก็จะทำให้ผู้ประสานงานการพัฒนามีประสิทธิภาพ สามารถลดเวลาในการสร้างกลุ่มสนใจโดยอาศัยความเชื่อมั่นของประชาชน    ที่มีต่อข้าราชการอยู่แล้วในขั้นต้น.