ผ่านมาแล้วจะให้ผ่านไปเลยหรืออย่างไร
ปี 2552 ทั้งปีที่บ้านเราพบผู้ป่วยไข้เลือดออก ผู้คนและหน่วยงานทั้งภาคราชการ ท้องถิ่น ประชาชน ร่วมกันทำกิจกรรมมากมาย ทุ่มแรงกายและใจ งบประมาณ เวลา และอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น นายอำเภอนั่งหัวโต๊ะดำเนินการประชุมเพื่อยกระดับการทำงานเป็นวาระของอำเภอ ท้องถิ่นจัดการเรื่องเครื่องพ่น บางแห่งก็จ้างคนพ่น เจ้าหน้าที่อนามัยดูว่าวุ่นวายกับการทำงานมากมายเช่นจัดบริการ ประสานงานทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดกิจกรรมตามที่ควรกระทำ อสม.เดินรณรงค์ สำรวจกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง โรงเรียนก็ดำเนินการกิจกรรม อาจพูดได้ว่าทุกภาคส่วนมีกิจกรรมตลอด แต่ ปีทั้งปีก็พบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง จำได้ว่าระหว่างการที่พบเจอผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ก็ยังพบพี่น้องประชาชนในบางพื้นที่ไม่ยินยอมให้มีการพ่นหมอกควันกำจัดยุงตัวแก่ที่อาจมีเชื้อในบ้าน ไม่ยอมใช้ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย ไม่ยอมดำเนินการใดๆ มีทั้งเรื่องดีๆและเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจ สร้างจิตสำนึก พลังของความมุ่งมั่นที่จะต้องคงมีในคนทำงานทุกภาคส่วน มีคำถามเกิดขึ้นมากมายอาทิเช่น ที่ทำไปตรงประเด็นหรือเปล่า ช่วยป้องกันโรคได้อย่างยั่งยืน ไหม หากวันนี้ สังคมบางส่วนยังเห็นภาพการทำงานเรื่องไข้เลือดออกเป็นเรื่องของภาคราชการ ท้องถิ่น สาธารณสุข จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้คนเห็นว่าเรื่องการป้องกันไข้เลือดออกเป็นเรื่องของทุกคน ทุกองค์กร ทั้งราชการ ท้องถิ่น ประชาชน เราจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของเรา หมายถึงเส้นชัย มั่นใจว่าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม จึงเกิดคำถามในใจว่าผ่านมาแล้วจะให้ผ่านไปเลยหรืออย่างไร