งานครั้งนี้เหมือนหนูไม่ได้มาประชุม แต่เหมือนได้มาซึมซับ มรรควิถี ที่แต่ละท่านนำมาแลกเปลี่ยนด้วยแววตาที่เจิดจรัส ความสุขที่เปล่งประกายงดงามทางแววตา

ไม่ว่าจะยืนฟังในห้องไหน ไม่ว่า ห้องใหญ่ หรือ ห้องย่อย ในงานมหกรรม R2R ครั้งที่ 3 เหมือนหนูได้ฟังเรื่องเดียวกัน ไม่รู้ทำไมค่ะ วิถีการมองของทุกคนที่มารวมกันในงาน มหกรรม R2R ครั้งที่ 3 นี้ แทบทุกคนมาด้วยใจ อีกทั้งผู้บรรยาย ผู้พูด ผู้นำเสนอ โปสเตอร์ในงาน คำถาม คำตอบ เล่าเรื่องราวโดยมองในวิถีแห่งอริยสัจสี่ เป็นคำพูด และวิถีที่ครู พร่ำสอนมาอย่างสม่ำเสมอ

ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

 

ปัญหาที่เกิดหน้างานคือ                          ทุกข์

การหาสาเหตุของปัญหาก็คือ                  การค้นหาสมุทัย

เมื่อค้นหาไป ก็จะพบแนวทางแก้ไขคือ     นิโรธ

แล้วเมื่อลงมือกระทำจึงเกิด                    มรรค

 

ดูเหมือนว่า คำอธิบายใน VCD ที่ฉายให้ชมตอนเปิดงาน เป็นไฮไลด์ สำคัญรวบยอดกระบวนการ กระบวนงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเดินเข้าห้องไหน ฟังห้องใด ก็พูดในเรื่องเดียวกัน แล้วก็พูดด้วยใจอย่างเดียวกันคือ

 

“ใจที่เปี่ยมด้วยปีติสุข เหมือนทุก ๆ คนได้รางวัลตั้งแต่ลงมือทำ ลงมือค้นพบเอง ดังคำว่า สิ่งที่รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน เขาได้รับรางวัลของเขาแล้ว”

 

งานครั้งนี้เหมือนหนูไม่ได้มาประชุม แต่เหมือนได้มาซึมซับ มรรควิถี ที่แต่ละท่านนำมาแลกเปลี่ยนด้วยแววตาที่เจิดจรัส ความสุขที่เปล่งประกายงดงามทางแววตา

 

ใจหนูจึงสรุปรวบยอดให้ตนเอง แม้จะไม่เคยลงมือทำ R2R มาก่อนว่า

“วิถีแห่ง R2R ก็คือ วิธีแห่งการพ้นทุกข์ หากอยากรู้ว่า การพ้นทุกข์เป็นอย่างไร ก็ต้องลองนำ วิธีแห่ง R2R เข้าไปในชีวิต ถึงจะได้รู้เองเห็นเอง อย่างที่ผู้คนมากมายในงานนี้ แวะเวียนเข้ามาแลกเปลี่ยนกันและกัน”

 

 

เป็นเหมือนการเชิญชวนด้วยคำว่า

“R2R อยากรู้ต้องลอง”