ความดีที่เยียวยาในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต
บ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์สุดสัปดาห์ หลังเสร็จสิ้นภารกิจงานการช่วยเหลือคนไข้ระยะสุดท้ายที่หอผู้ป่วยเด็กมะเร็ง 3ง ฉันเดินกลับไปที่หน่วยเพื่อจัดการงานที่ยังคั่งค้าง ทันที่ที่ประตูห้องเปิด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น กริ๊ง! กริ๊ง! ต้นสายคือหัวหน้าหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต “สวัสดีค่ะกุ้งพี่ป๋อมนะคะ พอดีมี case จะ consult ทางหน่วยค่ะ เป็นคนไข้เด็กอายุ 3 วันคลอดโดยการผ่าตัด แม่อายุ 27 ปี ก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์แม่เข้ารับการักษาโรคหัวใจโดยใส่ลิ้นหัวใจเทียมจึงต้องทานยา คูมาดิน หลังคลอดเด็กไม่ค่อยดีมีปัญหาเลือดออกในสมอง Plan Palliative Care อาจารย์ว่าจะขอปรึกษาทางหน่วยให้ช่วย มาดูพ่อกับแม่หน่อยค่ะ” สิ้นเสียงพี่ป๋อม ฉันตอบกลับไปทันทีว่า “ได้ค่ะเดี่ยวกุ้งไปเดี๋ยวนี้เลย ใบ Consult กุ้งไปรับที่ Ward ก็ได้นะคะ”
ฉันใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็เดินมาถึงหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิฤตหรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่าหอผู้ป่วย NICU เมื่อมาถึงภาพที่เห็นคือเด็กน้อย นอนอยู่บนเตียงทารกแรกเกิด หายใจโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ รอบตัวเต็มไปสายระโยง ระยาง ศีรษะโตผิดปกติ กระหม่อมโป่งตึง ทีมซึ่งประกอบไปด้วยพยาบาลหอผู้ป่วย NICU หมอเจ้าของไข้ ได้เชิญแม่น้องซึ่งอยู่ในสภาพนั่งรถเข็ญ เนื่องจากผ่าตัดคลอดยังไม่สามารถเดินได้ เข้าไปคุยในห้องให้คำปรึกษา พร้อมทั้งพ่อด้วย เพื่อบอกให้ทราบถึงอาการของน้องและการวางแผนการดูแลรักษาร่วมกัน ทีมแนะนำฉันให้พ่อแม่ได้รู้จัก ก่อนที่การสนทนาจะเริ่มต้นขึ้น “ลูกผมเป็นไงบ้างครับ” เป็นคำถามแรกที่พ่อเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “จากการตรวจเอกซเรย์สมองทำให้ทราบว่าน้องมีเลือดออกในสมองค่อนข้างมาก เป็นผลทำให้มีภาวะสมองบวม” หมอเจ้าของไข้ตอบคำถามพ่อ “ผมอยากตรวจซ้ำอีกจะได้มั๊ยครับ” พ่อบอกถึงความต้องการ “หมอคิดว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ในการตรวจซ้ำนะคะ และตอนนี้เราติดตามดูภาวะเลือดออกง่ายจากการเจาะเลือดน้องดูทุกวันอยู่แล้ว ยังไม่ปรากฏว่ามีอะไรเปลี่ยนไปค่ะ” “คุณพ่อกำลังกังวลว่าจะมีเลือดออกเพิ่มเหรอคะ” ฉันสะท้อนความรู้สึกของพ่อ “ครับ อีกอย่างผมก็ลุ้นว่ามันจะดีขึ้น เผื่อว่าจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าหมอยืนยันตามนี้แล้วผมก็ o.k. ครับ เวลาเหลือน้อยแล้ว ผมขอไปดูลูกก่อนนะครับ ขอบคุณทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้ผมและแฟนผม”
ภาพจาก INTERNET
พูดจบพลาง เข็ญรถพาแม่เข้าไปหาน้อง ซึ่งอยู่ในห้องแยก โดยทีมหอผู้ป่วย NICU นั้นได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา (Healing Environment ) โดยเฉพาะในผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะต้องการความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก ฉันเดินตามครอบครัวเข้าไปดูน้องพร้อมกับแนะนำตัวเองกับครอบครัวอีกครั้ง “พี่ชื่อพี่กุ้งนะ มาจากหน่วยการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง พี่จะมาช่วยทีมดูแลน้องและครอบครัวมีอะไรให้ช่วยขอให้บอกได้” ผมชื่อพีครับแฟนผมชื่อนิด(นามสมมุติ) พ่อแนะนำตัวตอบฉันบ้าง ในขณะที่ฉันคุยอยู่กับพีนั้น นิดผู้เป็นแม่ดูจะไม่ได้สนใจสิ่งอื่นนอกจากลูกน้อย นิดเอามือไปแตะที่แขนลูกพร้อมกับลูบไปมาเบาๆ ประหนึ่งจะบอกว่า “แม่อยู่นี่ แม่รักลูกนะ” ส่วนพียืนนั้นมองทั้งแม่และลูกด้วยแววตาที่ฉายแววแห่งความกังวล สักพักฉันเห็นพีกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพน้องจากกล้องในมือถือ เห็นดังนั้นฉันเริ่มรู้แล้วว่า พีกำลังพยายามที่จะเก็บเกี่ยวความทรงจำดีดี ที่มีต่อลูกน้อย และนี่คงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่พีเลือกทำ ฉันไม่รอช้ารีบหยิบกล้องที่พกติดกระเป๋าขึ้นมาและบอกกับทั้งสองคนว่า “ อยากได้ภาพครอบครัว สามคน พ่อ แม่ ลูก มั๊ย? มา พี่ถ่ายให้” พีไม่ลังเลที่จะบอกฉันว่า “อยากได้ครับ” หลังเก็บภาพประทับใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันรับปากกับพีและนิดว่า “ พี่จะรีบทำภาพมาให้นะ”
การเก็บความทรงจำที่มีต่อลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หรือการที่ การกระตุ้นให้ครอบครัวได้เล่าถึงความทรงจำที่ดีในระหว่างตั้งครรภ์ ฉันคิดว่านี่เป็นการเตรียมหัวใจของคนเป็นพ่อแม่ที่รู้ว่ากำลังจะสูญเสียลูกน้อยให้ แข็งแรง ที่เราเรียกว่า Bereavement care ความทรงจำเหล่านี้จะมีค่าที่สุดในวันที่ลูกน้อยได้จากไปแล้ว ฉันเริ่มเห็นรอยยิ้มของนิดผู้เป็นแม่ และพีก็ค่อยๆถ่ายทอดเรื่องราว ความเป็นไปของครอบครัวให้ฉันฟังและ นี่เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าสัมพันธภาพใหม่ระหว่างฉันกับพีและนิดได้เกิดขึ้นแล้ว ในระหว่างการสนทนาฉันพยายามค้นหา ปัญหา ความต้องการของครอบครัวทั้งด้านจิตสังคม การปรับตัวของครอบครัวกับสภาวะที่เกิดขึ้น สถานะทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือความต้องการด้านจิตวิญญาณ
การทำงานของฉันในวันนี้ ถึงแม้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดระยะวิกฤต แต่ก็พอจะเริ่มมองเห็นช่องทางที่จะเดินไปแล้ว และสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้นั่นคือการเยียวยาได้เกิดขึ้นแล้วในขณะที่ฉันประเมินครอบครัวเพราะในขณะพูดคุยฉันเองพยายามที่จะเป็นผู้ฟังที่ดี พยายามที่จะเข้าใจความรู้สึกของเขาทั้งสอง ถ้าพูดตามหลักกระบวนการพยาบาล Assessment กับ Nursing Intervention ไปด้วยได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อคุยไปได้สักพัก ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าทั้งสองคนให้ความไว้วางใจผู้มาใหม่อย่างฉัน วันนี้พีกับนิดก็ได้บอกถึงความต้องการด้านจิตวิญญาณของเขาทั้งสองว่า “ผมชอบยิงหัวนก และชอบตกปลาสงสัยกรรมที่ผมเคยฆ่าสัตว์ ทำให้ลูกผมเป็นแบบนี้ ดูหัวลูกผมสิบวมซะอย่างนั้น” “พรุ่งนี้เป็นวันเกิดหนู หนูอยากทำสังฆทาน อยากไถ่ชีวิตสัตว์ เพื่อเป็นกุศลกับตัวเองและลูก หนูอยากปล่อยปลาจะเป็นไปได้มั๊ยพี่กุ้ง” นิดเอ่ยขึ้นบ้าง “เอาสิ พรุ่งนี้เลยดีมั๊ยไปทำบุญที่ตึกสงฆ์ก็ได้ อยู่ใกล้ๆนี่เอง ส่วนเรื่องปล่อยปลาเดี๋ยวจะไปหาซื้อปลาให้ เสร็จแล้วถ้านิดไปไม่ได้ก็ใช้วิธี อธิษฐานแผ่เมตตา แล้วพี่เอาไปปล่อยให้”






สวัสดีค่ะ
ตามภาพนี้มาค่ะ
เลยถือโอกาสเชียร์คนฝากความดี กับธนาคารค่ะ
คิดฮอดหลายเน้อเอื้อย
แวะมาให้กำลังใจ keep your tract. All the best จ้ะ
ขอบคุณน้องเเป๋มค่ะ ที่ตามมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง case นี้พี่กุ้งดูต่อจนถึงวันมาสิงคโปร์ หลังจากนัดหมายเเล้วก็ได้พาไปทำบุญ
ปลาที่ซื้อมาให้พระท่านได้สวดมนต์เเผ่เมตตา ให้กับปลาเเล้วพีกุ้งนำไปปล่อยให้ เด็กไม่ค่อยดีเลยค่ะ เเม่ก็น่าห่วงทั้งจิตใจ เเละโรคหัวใจของเขา ล่าสุดที่เจอ คนไข้ OFF เครื่องช่วยหายใจได้ พ่อเเม่ก็มีกำลังใจ ถึงเเม้ความหวังจะเหลือเพียงริบหรี่ก็ยังหวัง
งานกำลังสนุกเเต่ต้องปลีกตัวมาดูงานที่สิงคโปร์กลับไปคงได้ไปลุยต่อค่ะน้องเเป๋ม
พี่เขี้ยวขา คิดฮอดคือกันนะเจ้า กุ้งก้ไม่ได้ไปเยี่ยมพี่เขี้ยวซะนาน ขอบคุณนะคะที่มาเชียร์ พี่เขี้ยวสบายดีนะคะ
ขอบคุณนะคะ พี่เกดมาพร้อมสาวน้อยเเก้มใส น่ารักค่ะ
พี่กุ้งเยี่ยมยอดมาก ๆ ค่ะ
นอกจากจะให้การดูแลผู้ป่วยและครอบครัวได้ดี
พี่ก้งยังถ่ายทอดเรื่องราวเป็นอักษรได้ดีมาก ๆ ค่ะ
เยี่ยมเลยน้องกุ้ง มีอะไรจะรบกวน consulte นะคะ