การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การ

1.ชื่อเรื่อง      การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้บรรยากาศองค์การ  และคุณลักษณะของครูกับการจัดการความรู้ของครู

ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร  เขต 3

ผู้แต่ง             ยุรดา   อรรถธนสาร

2.ความเป็นมา

          ปัจจุบันมักมีการกล่าวถึงสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ ( Knowledge-Based Society and  Economy)   ที่ทุกสังคมมีการนำความรู้มาใช้เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม และก้าวไปสู่เศรษฐกิจเพื่อการแข่งขัน และเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสมดุลโดยเป็นการใช้ความรู้เพื่อการพัฒนาการทำงานและแก้ปัญหาให้กับองค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความรู้เป็นเสมือนทรัพย์สินที่สำคัญขององค์การดังนั้นความรู้จึงช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล   ( ทิพวรรณ  หล่อสุวรรณรัตน์.2548:3)  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าการศึกษาได้กลายเป็นปัจจัย สำคัญปัจจัยหนึ่ง ในการพัฒนาประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจ ฐานความรู้ ประกอบด้วยระดับการศึกษา ของประชากร และความสามารถในการเรียนรู้ของประชากรเป็นข้อได้เปรียบเทียบในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งความรู้จะพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดียิ่ง ถ้าประชากรมีความสามารถในการจัดการความรู้ของตนเองได้ก็ จะช่วยสร้างสรรค์ในการนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น  (ประกอบ  ใจมั่น.2547:1)

                ในอดีตที่ผ่านมาความรู้ในสถานศึกษาทุกแห่งมีอยู่มากมาย แต่บางสถานศึกษาไม่ได้จัดเก็บให้เป็นระบบ จึงทำให้ความรู้กระจัดกระจาย และต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลนาน โดยเฉพาะความรู้ต่างๆ  ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน  (Tacit Knowledge )  เป็นทักษะเฉพาะคนที่เกิดจากประสบการณ์การสอน ค่านิยม  และพฤติกรรมการสอน  ที่จะจางหายไปกับผู้เกษียณอายุราชการ  การลาออก  หรือโอนไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่น  ทำให้ความรู้ในคนๆ นั้น ไม่ได้ถูกเก็บไว้ให้เป็นประโยชน์กับผู้ร่วมงานรุ่นหลัง และไม่ก่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ส่วนความรู้ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ  ความรู้ที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ( Explicit Knowledge )  เช่น ตำรา  เอกสารทางวิชาการ   สิ่งพิมพ์  ซึ่งความรู้เหล่านี้ สามารถเผยแพร่แบ่งปันให้กับผู้ร่วมงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษาได้  ในอดีตผู้บริหารของสถานศึกษาใช้อำนาจที่มาจากตำแหน่งหน้าที่ของตนโดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ  เพื่อการขับเคลื่อนโรงเรียนไปสู่เป้าหมายให้สำเร็จตามที่ต้องการแต่ในปัจจุบันผู้บริหารต้องเป็นผู้ผลักดัน  ส่งเสริม สนับสนุน ในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยมีการส่งเสริมพัฒนาความเป็นมืออาชีพของครู  กระตุ้น ให้เกิดการใช้ปัญญา  สนับสนุนส่งเสริมให้ครูเกิดการพัฒนาเป็นรายบุคคล (สุเทพ  พงศ์ศรีวัฒน์ 2549: ออนไลน์ )

                ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง  ในฐานะเป็นผู้นำสถานศึกษาที่มีความสำคัญและจำเป็นในการสนับสนุน การจัดการความรู้รวมถึงการพัฒนาและให้บุคลากรครูตระหนักถึงการสร้างความรู้ใหม่ ซึ่งผู้บริหารจะมีการสนับสนุน ให้เกิดการจัดการความรู้ในด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ มีการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล   และฝึกอบรมให้ครูและบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการจัดการงานให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และมีการจัดเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้  ส่วนสำคัญที่จะทำให้งานเกิดความสำเร็จตามเป้าหมายส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมที่บุคคลแต่ละคนแสดงออกมาในการปฏิบัติงานร่วมกันทำให้เกิดบรรยากาศสถานศึกษาขึ้น  ดังนั้น สถานศึกษาจึงควรทราบว่าสภาพบรรยากาศของการทำงานภายในองค์การของตนเองเป็นอย่างไร  ประกอบกับผู้บริหารควรมีหน้าที่สร้างบรรยากาศ ให้แก่สถานศึกษา  เพื่อให้องค์การเกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา  มีการสร้างวัฒนธรรมในการพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  สนับสนุนให้สมาชิกมีการเรียนรู้  กล้าเสี่ยงและตัดสินใจ นำความผิดพลาดมาเป็นเรียนในการเรียนรู้   ทั้งนี้การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับ การเรียนรู้นั้นมีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาใช้ในการปฏิบัติงานได้และควรมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์การโดยเน้นที่การเป็นองค์การที่ต้องอาศัยความรู้เป็นพื้นฐาน อ

          อย่างไรก็ตามถือได้ว่าการจัดการความรู้เป็นกระบวนการการรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลซึ่งต้องอาศัยการผสมผสาน   วิธีการเรียน  ความคิดสร้างสรรค์  วิสัยทัศน์ เครื่องมือ และที่จัดเก็บ  เพื่อสร้างเป็นความรู้ แล้วนำไปพัฒนาต่อยอด ให้กลายเป็นมูลค่าของสื่อที่จะสามารถนำกลับมาพัฒนาและสร้างคุณค่าต่อไปได้อีก              ด้วยสภาพพื้นที่ในเขตการศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต 3  ครอบคลุมพื้นที่ในเขตปริมณฑลหรือรอบนอกของกรุงเทพมหานคร  สถานศึกษามีทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่  พิเศษ ดังนั้นความรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่นี้  จะเป็นความรู้ตามวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นั้น  ซึ่งมีอยู่กระจัดกระจาย  ประกอบกับสถานศึกษาบางแห่งได้รับการสนับสนุน จากรัฐบาลยังไม่ทั่วถึง แต่อย่างไรก็ตามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3  มีระบบบริหารจัดการที่ตรงตามมาตรฐานกำหนด  ซึ่งตลอดเวลาได้พยายามปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนในทุกขนาดโรงเรียน พัฒนาศักยภาพผู้บริหารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีสมรรถนะการปฏิบัติงานสูงขึ้น  โดยมุ่งเน้นกระบวนการ การจัดการความรู้  เพื่อใช้ในการบริหารจัดการให้บรรลุเป้าหมาย 3 ประการ  คือ 1) บรรลุเป้าหมายของงาน 2) การพัฒนาคน และ 3) การพัฒนาองค์กร  เพื่อให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ยกระดับ ความสามารถทางวิชาการของนักเรียน ครู ผู้บริหาร  และเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน (เจษฏา  แช่มประเสริฐ.2551:ออนไลน์ )

3.วัตถุประสงค์

  1.เพื่อศึกษาระดับการจัดการความรู้ของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 3

  2. เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ บรรยากาศองค์การ และคุณลักษณะของครู  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา   กรุงเทพมหานคร เขต 3

  3. เพื่อศึกษาอำนาจในการทำนายการจัดการความรู้ของครู  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต 3  จากตัวแปรพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ บรรยากาศองค์การและคุณลักษณะของครู

4.ขอบเขตการวิจัย

   4.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

   ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

          ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่  ครูโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต 3    ปีการศึกษา  2551  รวมทั้งสิ้น 42  โรงเรียน  มีจำนวนครูทั้งสิ้น 3,277 คน

          กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 

            กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่  ครูโรงเรียนมัธยมศึกษา  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร  เขต 3  ปีการศึกษา  2551  โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน(Multi-Sampling)

            ตัวแปรที่ศึกษา               ตัวแปรอิสระคือ

-  พฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ 5  ด้าน  ได้แก่

  1. ด้านความคิดเชิงระบบ
  2. ด้านความรอบรู้แห่งตน
  3. ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม
  4. ด้านแบบแผนความคิดอ่าน
  5. ด้านการเรียนรู้เป็นทีม

 - บรรยากาศองค์การใน 3 ด้าน ได้แก่

                2.1          บรรยากาศด้านการใช้อำนาจ

                2.2          บรรยากาศด้านมนุษย์สัมพันธ์

                2.3          บรรยากาศด้านสัมฤทธิ์ผล

-. คุณลักษณะของครูใน 2 ด้าน ได้แก่

                3.1          คุณลักษณะด้านส่วนตัว

                3.2          คุณลักษณะด้านวิชาชีพ

ตัวแปรตาม  คือ 

การจัดการความรู้ใน 3 ด้าน  ได้แก่

  1. การกำหนดวิสัยทัศน์ทางความรู้
  2. การแลกเปลี่ยนความรู้
  3. การสร้างคลังความรู้


     4.2  เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล

                                เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้  เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้นโดยอาศัยการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ในการวิจัย  โดยเครื่องมือดังกล่าวมี 5 ตอนดังนี้

  1. แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นลักษณะแบบตรวจสอบรายการ
  2. แบบสอบถามการจัดการความรู้ของครู
  3. แบบสอบถามพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้
  4. แบบสอบถามบรรยากาศองค์การ
  5. แบบสอบถามคุณลักษณะของครู

การเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. ขอหนังสือขอความอนุเคราะห์จากบัณฑิตวิทยาลัย ฯถึงผู้บริหารสถานศึกษา 
  2. นำหนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บแบบสอบถามพร้อมแบบสอบถามวิจัยไปให้กลุ่มตัวอย่างตอบ

       4.3 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

              8.3.1   สถิติพื้นฐาน

                       1. ค่าเฉลี่ย (X)

                       2. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D )

                        3. ค่าร้อยละ  (%)

   8.3.2      สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน

   - สถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน  (Multiple Regression Analysis )

  5.นิยามศัพท์

                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต 3  หมายถึง องค์กรทางราชการที่ให้บริการในการจัดการศึกษาเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542 

                ผู้บริหาร   หมายถึง ผู้อำนวยการสถานศึกษา  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  กรุงเทพมหานคร   เขต 3

นิยามศัพท์ปฏิบัติการ

                การจัดการความรู้    หมายถึง  ความสามารถในการปฏิบัติงานของครูในการจัดการความรู้ที่มีอยู่กระจัดกระจายอยู่ในตัวครูหรือ เอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ

                พฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้    หมายถึง   การรับรู้ของครูเกี่ยวกับความสามารถของผู้บริหารในการพัฒนาบุคคลและองค์การให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  กระตุ้นให้ครูมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา 

บรรยากาศองค์การ   หมายถึง    การรับรู้ของครูเกี่ยวกับสภาพการทำงานภายในโรงเรียนซึ่งสามารถรับรู้ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

                คุณลักษณะของครู  หมายถึง  คุณลักษณะที่แสดงออกอย่างเหมาะสมของครู ได้แก่ คุณลักษณะด้านส่วนตัว   และคุณลักษณะด้านวิชาชีพ   

6.กรอบแนวคิด

                กรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยศึกษาแนวคิด ทฤษฏี  และเอกสารงานวิจัยต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ  โดยมุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้  บรรยากาศองค์การ  และคุณลักษณะของครูกับการจัดการความรู้ของครูจากแนวคิดของวิลาวัลย์  มาคุ้ม (2549:    76-78)  กล่าวว่า  เนื่องจากการจัดการความรู้เป็นภารกิจของครูและมีความจำเป็นต่อครูในการพัฒนาตนเองให้มีความสามารถและทักษะเกิดความชำนาญเพื่อให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาพบว่า  พฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้บรรยากาศองค์การ  และคุณลักษณะของครูมีส่วนสัมพันธ์และเป็นตัวกำหนดให้ครูเกิดการจัดการความรู้

พฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ใน 5 ด้าน 

  1. ด้านความคิดเชิงระบบ
  2. ด้านความรอบรู้แห่งตน
  3. ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม
  4. ด้านแบบแผนความคิดอ่าน
  5. ด้านการเรียนรู้เป็นทีม

บรรยากาศองค์การใน 3 ด้าน

  1. บรรยากาศด้านการใช้อำนาจ
  2. บรรยากาศด้านมนุษย์สัมพันธ์
  3. บรรยากาศด้านสัมฤทธิ์ผล

 

การจัดการความรู้ของครูใน 3 ด้าน 

  1. การกำหนดวิสัยทัศน์ทางความรู้
  2. การแลกเปลี่ยนความรู้
  3. การสร้างคลังความรู้

 

คุณลักษณะของครูใน  2  ด้าน

  1. คุณลักษณะด้านส่วนตัว
  2. คุณลักษณะด้านวิชาชีพ

                                                                           

สมมุติฐานในการวิจัย

                พฤติกรรมของผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ บรรยากาศองค์การ และคุณลักษณะของครูร่วมกันทำนายการจัดการความรู้ของครู  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3 ได้

 

7.เอกสารที่เกี่ยวข้อง

  1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 3
  2. การจัดการความรู้
  3. พฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้
  4. บรรยากาศองค์การ
  5. คุณลักษณะของครู
  6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

8.วิธีดำเนินการวิจัย

  1. การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
  2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
  3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
  4. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล
  5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

9. ผลการวิจัย สรุปตามวัตถุประสงค์
                จากการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้บรรยากาศองค์การ และคุณลักษณะของครูกับการจัดการความรู้ของครู  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 3 สามารถสรุปได้ดังนี้ 

  1. การศึกษาระดับการจัดการความรู้ของครู  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร

เขต 3  พบว่า ระดับการจัดการความรู้ของครู ใน 3 ด้าน  โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก  และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า  การจัดการความรู้ของครูมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 2   ด้านคือ ด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ทางความรู้และด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ และการจัดการความรู้ของครูมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลางเพียงด้านเดียว  คือ ด้านการสร้างคลังความรู้

  1. การศึกษาระดับพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ บรรยากาศองค์การ  และ

คุณลักษณะ ของครู  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  กรุงเทพมหานคร  เขต 3 พบว่า

2.1  ระดับพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ใน 5 ด้านมีระดับ

ปฏิบัติโดยรวม อยู่ในระดับมาก 

2.2  ระดับบรรยากาศองค์การ ใน3  ด้าน  ได้แก่ บรรยากาศด้านการใช้อำนาจบรรยากาศ

ด้านมนุษย์สัมพันธ์และบรรยากาศด้านสัมฤทธิ์ผลมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน

2.3 ระดับคุณลักษณะของครู ใน 2 ด้าน  ได้แก่ คุณลักษณะส่วนตัว และคุณลักษณะด้าน

วิชาชีพครูมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน

  1. การศึกษาอำนาจในการทำนายการจัดการความรู้ของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

กรุงเทพมหานคร  เขต 3  จากตัวแปรพฤติกรรมผู้บริหารในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้บรรยากาศองค์การ  และคุณลักษณะของครู  พบว่า จากพฤติกรรมผู้บริหารด้านความคิดเชิงระบบด้านแบบแผนความคิดอ่าน  ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม บรรยากาศองค์การด้านการใช้อำนาจและคุณลักษณะด้านวิชาชีพครู  มีความสำคัญในการทำนายการจัดการความรู้ของครู  ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์พหุคูณเท่ากับ  .66  และมีอำนาจในการทำนายได้ร้อยละ 44 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้เมื่อพิจารณาผลการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรคุณลักษณะของครู กับการจัดการความรู้ของครู พบว่า คุณลักษณะด้านวิชาชีพครูมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์กับการจัดการความรู้มากที่สุดและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ดังกล่าวมีค่าเป็นบวก ( r=.57)