ถ้าสิ่งใดที่เป็น คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ...
คือท่านสั่งด้วย แล้วก็สอนด้วย ... อันนี้
เป็นเรื่องที่ชาวพุทธและก็ประชาชนโดยทั่วไปทั้งหลาย สมควรที่จะต้อง
เชื่อฟังและก็ปฏิบัติตาม คำสั่งสอนของพระองค์ท่าน
เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ของทุกๆ ท่านกันนั่นเอง
แต่ว่า ... ถ้าสิ่งใด ที่เป็น ธรรมะ คือ พระธรรมคำสอน ของ องค์สมเด็จ
พระสัมมา สัมพุทธเจ้า ล้วน ๆ อันนี้ คือสิ่งที่ ท่านสอนอย่างเดียว
แต่ไม่ได้สั่ง ธรรมะ นี้ เป็นสิ่งที่ ชาวพุทธ
และประชาชนโดยทั่วไปทั้งหลาย ไม่สมควรเชื่อ ... แต่สมควรที่จะรู้
และก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ในพระธรรม คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า เพื่อที่จะได้ สามารถทำให้นำเอาพระธรรม
ที่พระพุทธเจ้าท่านได้ทรงสอน เอาไว้นั้นมาช่วยเหลือให้แก่ ชาวพุทธ
และประชาชนโดยทั่วไปทั้งหลาย่ ได้หลุดพ้นจาก
ความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ และก็มีแต่ ความบริสุทธิ์ สะอาด สงบ
ร่มเย็นอยู่ในจิตใจ กันได้ตลอดไป ตามแต่ว่า จะรู้แจ้งกันมากแค่ไหนกัน
นั่นเอง
แต่ว่า ถ้ายังไม่สามารถรู้
และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งกันได้ล่ะก็ ทางที่ดี
ก็เชื่อกันไว้ก่อนดีกว่า...เชื่อในธรรมะ ก็ดีกว่าไม่เชื่อในธรรมะ
จะเป็นผลดีมีประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่นโดยส่วนรวม
มากกว่ากันเยอะเลยแต่ข้อควรคิดอีกอย่างนึงก็คือ ... พระธรรมคำสั่งสอน
ขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ท่านได้ผ่านกาลเวลา
ที่ยาวนานอย่างมากมาย มหาศาล มาเป็น ระยะเวลา ถึง สองพันห้าร้อย
กว่าปี ด้วยกันแล้ว
ด้วยเหตุนี้ พระธรรมของแท้ ๆ
จึงได้เปลี่ยนแปลงไปบ้าง อย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย ... บางส่วน
ก็เพิ่มขึ้นมาจะมีส่วนใดขาดหาย ไปบ้างหรือป่าว ไม่แน่ใจ...
เพราะฉนั้นก่อนที่จะเชื่อใน ธรรมะใดๆ
ของพระพุทธเจ้า ก็จะต้องใช้หลักกาลามสูตร คือเชื่ออย่างมีปัญญา
กันเสียก่อน ไม่ใช่หลับหูหลับตาเชื่อ หรือเชื่อเพราะเห็นว่าผู้พูด
ผู้แสดงสมควรเชื่อถือได้ เป็นต้น...
ธรรมะ คือ
พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีลักษณะพิเศษ คือ
เป็นเอหิปสฺสิโก แปลว่า " เชิญท่านให้มาดู " หมายความว่าให้มารู้
มาเข้าใจ ... แต่ไม่ใช่ให้มาเชื่อ !
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ธรรมะ คือ
พระธรรมคำสั่งสอน ขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของแท้ ๆนั้น
เป็นสิ่งที่มีเหตุผลทั้งสิ้น ล้วน ๆ
เมื่อธรรมะของแท้ ๆ
นั้นเป็นสิ่งที่มีเหตุมีผลล้วน ๆก็จะไปมีลักษณะ เหมือนกันกับ
หลักวิทยาศาสตร์ ,หลักคณิตศาสตร์ เป็นต้น คือ
เป็นสิ่งที่มีเหตุผลเหมือนกัน
ถ้าเด็กนักเรียนวิชาคณิตศาสตร์ทั้งหลายมันเชื่อครูบาอาจารย์อย่างสนิทบริสุทธิ์ใจว่า
... 1 บวก 1 เป็น 2 ... 2 คูณ 2 เป็น 4
... 3 หาร 3 เท่ากับ 1 ...
แต่มันไม่เข้าใจว่า ทำไม 1 บวก 1
จึงเท่ากับ 2 ทำไม 2 คูณ 2 จึงเท่ากับ 4 ไม่รู้ว่า ทำไม 3 หาร 3
จึงเท่ากับ 1
ถามว่า ? เด็กนักเรียนวิชาคณิตศาสตร์ทั้งหลาย...
มันจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์นี้ ได้ไหม ?
ตอบได้คำเดียวว่า... ตก !
ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มฉันใดก็ฉันนั้น...
ถ้าชาวพุทธ
หรือประชาชนโดยทั่วไปทั้งหลายเชื่อในธรรมะ คือ พระธรรมคำสั่งสอน
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างสนิทบริสุทธิ์ใจ
แต่ชาวพุทธ
และประชาชนโดยทั่วไปทั้งหลายไม่เข้าใจ ในธรรมะ คือ พระธรรมคำสั่งสอน
ขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถามว่า ? ...ชาวพุทธ
และประชาชนโดยทั่วไปทั้งหลายจะสามารถพึ่งพาธรรมะ
อาศัยธรรมะเป็นที่พึ่ง จนสามารถทำให้หลุดพ้นจาก
ความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ และก็มีแต่ ความบริสุทธิ์ สะอาด
สงบร่มเย็น อยู่ในจิตใจ ( ซึ่งมีอยู่หลายระดับ เช่น เป็นสาธุชนคนดี ,
เป็นมนุษย์ผู้มีใจสูง , เป็นอริยบุคคล ตั้งแต่ โสดาบัน , สกิทาคามี
,
อนาคามี ไปจนถึงระดับสูงที่สุด คือ พระอรหันต์ ) กันได้ไหม ? ...
ตอบได้คำเดียวว่า ไม่มีทาง !
พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เชิญท่านให้มาดู มารู้ มาเข้าใจ แต่ไม่ใช่ให้มาเชื่อ!
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กานต์ · 16 ก.ค. 2553
นาง บัวสวรรค์ บัว นามบุญลา · 16 ก.ค. 2553
พีระพรรณ · 16 ก.ค. 2553
วิโรจน์ · 16 ก.ค. 2553
นิดา อิหะโละ · 16 ก.ค. 2553
ถาวร 0895728249 มูลมะณี · 16 ก.ค. 2553
ดีมากคะได้ความรู้มาก
และขอขอบคุณมากที่ให้คามรู้