กานต์
นาย เสกสรร กานต์ สิงห์ทร

เรื่องเล่าจากอนามัย 3


มีลูกไม่ใช่เรื่องยาก แต่บ่งบอกถึงความรู้สึก

เรื่องเล่า ความหวังที่ไกลเกินเอื้อม

สถานีอนามัยบ้านสันติคีรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

 เจษฎาภรณ์   สิงห์ทร

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

พอรู้ตัวว่าประจำเดือนขาดได้ประมาณ 3 เดือน คิดว่าตัวเองคงตั้งครรภ์แล้ว อยากมีลูกเพราะแต่งงานใหม่กับสามีคนที่สอง สามีเองก็มีความหวังอยากมีลูกกับตนซัก 2-3 คน เพราะหมีจูเองมีลูกติดกับสามีเก่า

4 คน ดังนั้นเธอจึงไม่คุมกำเนิด และจากคำบอกเล่าจากชาวบ้าน เวลามาฝากท้องที่สถานีอนามัยคนที่ไม่มีบัตรทอง เจาะเลือดและฝากท้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 600 บาท แล้วหมออนามัยเขาจะพาไปพบหมอใหญ่ที่โรงพยาบาลแม่จันด้วย หมีจูรู้สึกกังวลใจว่าจะหาเงินจากไหนมา ลำพังก็หาเช้ากินค่ำอยู่แล้ว รายได้ครอบครัววันละ 120 บาท สามีไปรับจ้างเฉพาะบางวันที่มีงาน เธอได้คุยกับสามีว่าจะเก็บเงินก่อน รอท้องโตสัก 5-6 เดือนแล้วค่อยไปฝากทีหลัง ทำแบบนี้หมอคงไม่ว่า

หลายเดือนผ่านไป ท้องเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ และมีเงินเก็บเพียงพอที่จะไปฝากท้อง หมีจูไปถามอาหมี่ซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ที่สถานีอนามัย จึงแนะนำให้เธอไปฝากครรภ์ที่อนามัยวันอังคารที่ 8 มิถุนายน นี้ ก่อนไปอนามัยคุยกับสามีเรื่องที่จะไปฝากท้องที่สถานีอนามัยสามีก็ไม่ว่าอะไร บ้านของหมีจูอาศัยอยู่บ้านสามสูง เป็นหมู่บ้านอาข่าที่ไม่มีไฟฟ้าแบบแม่สลอง ใช้โซล่าเซลล์แทน แต่บ้านหมีจูไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะมาอาศัยอยู่ทีหลัง เช้านี้เธอต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารให้สามีและลูก พอเตรียมเสร็จ แล้วจึงเดินทางไปฝากครรภ์ที่อนามัย หมีจูและสามีออกเดินทางตอน 6 โมงเช้าระหว่างทางเป็นถนนลูกรัง ถนนลื่นและลาดชัน บางที่เป็นโขดหินเดินลำบากหมีจูเดินด้วยความระมัดระวัง ระหว่างทางพบเพื่อนบ้านที่ออกไปทำงานที่ไร่ คุยทักทายกันตลอดทาง เดินผ่านแม่น้ำที่มีสะพานเป็นไม่ซุง 2 ท่อน มีไม้ไผ่สานเป็นทางเดินสำหรับคนและมอเตอร์ไซด์ กว้างประมาณ 1 เมตร ช่วงนี้ฤดูฝน มีน้ำหลาก หมีจูค่อยๆเดินเพราะทางลื่น เดินผ่านบ้านเจียงจาใสป๊อกอ่าข่า ผ่านป๊อกคนจีน เดินผ่านหมู่บ้านสันติคีรี ( ดอยแม่สลอง )ที่มีตึก มีบ้านเรือนที่สวยงาม มีร้านอาหาร รีสอร์ทมากมาย ร้านชาตามรายทางมากมาย มีรถแล่นผ่านไปมา ต่างจากหมู่บ้านของหมี่จูที่เงียบสงบ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ตลอดรายทางเดิน ชาวบ้านพูดทักทายกัน สภาพชุมชนเมืองด้วยความรีบเร่งจึงไม่มีใครทักทายกันเลย เดินเรื่อยๆพร้อมกับสามีมาเป็นเพื่อนเพราะไม่เคยมาแม่สลองเลย พักบ้างเดินบ้างก็มาถึงสถานีอนามัยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ระยะทางที่หมีจูเดินทางจากสามสูงถึงสถานีอนามัยเกือบ 8 กิโลเมตร วันนี้มีคนมาฝากท้องเยอะมากทั้งหมด 16 คน เพราะทุกคนต้องทำตามขั้นตอนของโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อคุณภาพในด้านบริการต้องเตรียมเอกสาร ทำบัตรใหม่ ซักประวัติ ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ตรวจปัสสาวะ แล้วให้นั่งรอคิว ในห้องตรวจมีหมอ 2 คนคนหนึ่งนั่งเขียนเอกสาร ส่วนอีกคนชี้ไปที่เตียงคงบอกให้ไปนอนที่เตียง หมีจูขึ้นไปนอนทที่เตียงหมอเปิดท้อง เอาสายวัดมาวัดท้อง พูดเป็นภาษาไทย หมีจูฟังไม่เข้าใจ แล้วหมอก็เอาเครื่องเล็กๆมาจิ้มที่ท้อง ได้ยินเสียงเหมือนกลองรัวกัน หมอก็พูดกันอีก หมีจูฟังไม่เข้าใจอีกแหละ ต่อมาหมอก็เอาเข็มมาแล้วเอาเชือกมัดแขน ตบเบาๆ 2-3 ครั้ง ดูดเอาเลือดออก เจ็บก็เจ็บ เขาคงเอาไปตรวจ พอดีมีผู้ช่วยเหลือคนไข้เข้ามาจึงถามว่าหมอเขาทำอะไรบ้าง เธอบอกว่า ตรวจว่าท้อง ได้ประมาณกี่เดือนแล้ว หัวใจลูกเต้นปกติดีหรือเปล่า เจาะเลือดหาความผิดปกติว่าแม่ลูกมีความเสี่ยงมากน้อยขนาดไหน เจาะเอาไปส่งที่โรงพยาบาลแม่จัน แล้วนัดมาใหม่อีกครั้งวันที่ 15 มิถุนายน 53 นี้ให้มารอที่สถานีอนามัยก่อน 7 โมงเช้านะ จะพาไปส่งไปกับรถอนามัยให้ห่อข้าวไปด้วยนะ ไปเจอหมอใหญ่ที่โรงพยาบาลฟังผลเลือดที่เจาะในวันนี้ด้วย วันนี้มีเพื่อนที่ตั้งท้องมาฝากท้องใหม่จำนวน 17 คน คุยกันและนัดกันมาพร้อมกัน หมีจูเจาะเลือดเสร็จ ได้ยาบำรุงไปกินที่บ้านและรับนม 1 กล่อง แล้วขึ้นไปตรวจฟันชั้นบน หมอฟันตรวจเสร็จก็ให้คำแนะนำและให้กลับบ้านได้ ประมาณ 10 โมงกว่าๆ หมีจูและสามีเดินกลับบ้าน พอไปถึงบ้านไปทำไร่ต่อ

วันที่ 15 มิถุนายน 2553 ตอนตี 5 วันนี้สามีออกมาส่งหมีจูเพื่อมาที่สถานีอนามัย เดินมาเรื่อยๆจนถึงน้ำห้วยเล็กๆ ก่อนทางขึ้นบ้านเจียงจาใสสามีบอกว่า “ จะมารอรับตอนเย็น “ หมีจูค่อยเดินมาถึงอนามัยเวลา 6 โมงกว่า ด้วยระยะทางที่ไกล ทางลูกรัง สูงชัน เดินมาพร้อมลูกน้อยซึ่งอยู่ในท้อง พอถึงอนามัยพบคนขับรถอนามัยซึ่งเป็นอาข่าบอกว่า “ ให้ไปตรวจท้องกับเจ้าหน้าที่ก่อนไปโรงพยาบาลจะได้เร็วขึ้น แล้วรอหมอใหญ่เลยไม่ต้องรอตรวจซ้ำอีก ถ้าไปมีปัญหาคุยกับใครไม่ได้ ก็มี หมี่กับอาเมียว ไปด้วย ให้ตามเขาไปนะ วันนี้หมอที่อนามัยไม่ได้ไปด้วย หมออยู่คนเดียว หมออีก 2 คนติดประชุม จะไปดูเป็นช่วงๆ 

หมีจูรู้สึกอุ่นใจ ที่มีเจ้าหน้าที่ไปด้วย เพื่อนตั้งครรภ์ที่ไปด้วยก็ไม่เคยไปโรงพยาบาลแม่จันเหมือนกัน ไม่รู้จักว่าอยู่ที่ไหน เขาพาไปไหนก็ตามเขาไป จะไปไหนไปด้วยกัน ครั้งนี้ไปโรงพยาบาลกับรถอนามัยทั้งหมด 14 คน ไม่รวมน้องเสมียนอีก 2 คน รถของอนามัยไม่พอ เพราะต้องไปรับคนตั้งครรภ์รายใหม่ที่อนามัยบ้านธาตุอีก 3 คน รวมทั้งหมด 19 คน จึงต้องเอารถยนต์ส่วนตัวของหมอนก ( จพง.ปฏิบัติงาน )ไปอีก 1 คันไปส่งที่โรงพยาบาล บางคนก็เมารถ ระยะทางจากสถานีอนามัยถึงโรงพยาบาลแม่จัน 46 กิโลเมตร หมีจูมีอาการเมารถมาก ปวดหัวด้วย พอลงจากรถก็เดินตามเจ้าหน้าที่เขาไป พบคนตั้งครรภ์นั่งรออยู่หลายคน เมียวบอกให้นั่งรออยู่หน้าห้อง สักพักใหญ่พอหมอใหญ่มา หมี่กับเมียวบอกให้มานั่งรอคิวตรวจ หมอใหญ่ตรวจเพื่อนที่ตั้งครรภ์ด้วยกันคนหนึ่ง หมี่บอกว่าเธอแท้งลูกแล้ว เด็กคนนั้นร้องไห้มาก ท้องได้ 2 เดือนกว่าเพิ่งแต่งงานใหม่ ย้ายมาจากพม่าได้ 3 เดือน อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านที่หมีจูเดินผ่านมา หมี่กับอาเมียวออกไปดูแลคนที่แท้งซึ่งได้นอนพักบนตึกหญิง และบอกให้พวกเรานั่งรอ น่าสงสารเขาจัง หมีจูคิดในใจ วันนี้สมมติว่าหมี่กับเมียวไม่มาด้วย พวกเขาจะทำอย่างไรดี พูดก็ไม่รู้เรื่องไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง สักพักพอถึงคิวของหมีจูตรวจ หมีจูเดินเข้าพบหมอใหญ่ หมี่เข้าเป็นล่ามแปลให้ หมอเอาเครื่องอะไรไม่รู้ จิ้มที่ท้อง อันนี้ใหญ่กว่าของอนามัยอีก ที่จอมีรูปด้วย หมีจูมองแล้วไม่เข้าใจว่าคืออะไร คงดูลูกในท้องมั้ง สักพักหมอใหญ่คุยกับหมี่ท่าทางเครียด หลังจากนั้นหมี่หันมามองหมีจูด้วยสีหน้าอึดอัด และค่อยๆบอกกับหมี่จูบอกว่า “ ลูกในท้องไม่ปกตินะ หมี่จูทำหน้างงและถามว่าไม่ปกติอะไร หมี่บอกว่าเด็กในท้องหัวโตมากผิดปกติ ต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อเอาลูกออก ตอนนี้ท้องได้ 7 เดือนกว่าแล้ว หมีจูฟังด้วยความเสียใจ ในหัวตอนนี้คิดอะไรออก บอกไม่ถูก เหมือนมีดาวมากมาย หมุนรอบๆ วันพฤหัสบดีนี้หมอให้ไปพบอีกครั้ง หมีจูไม่อยากไป สามีอยากมีลูก บอกหมี่ว่าลูกก็ดิ้นดีอยู่ คงไม่เป็นอะไร หมี่ของคำอธิบายจากหมอใหญ่เพื่ออธิบายให้หมี่จูอีกครั้ง หมีจูเงียบและซึมไป หมอนัดให้ไปวันที่ 29 มิถุนายนนี้ หมีจูบอกว่ากลับบ้านแล้วไปคุยกับสามีก่อน หมีจูไม่อยากไปโรงพยาบาลเชียงรายฯ แล้วจะไปกับใคร ไปอย่างไรไม่รู้จักทางอีก พูดกันรู้เรื่องหรือเปล่า ค่าใช้จ่ายอีกหละเท่าไหร่ก็ไม่รู้ วันนี้เสียเงินอีก 550 บาท แล้วจะเสียอีกเท่าไหร่ หมีจูยังวิตกกังวลเรื่องเงินในกระเป๋าซึ่งมีไม่ถึง 500 บาทเลย หมีจูสงสารเพื่อนที่มาด้วยกันแท้ง แต่ยังโชคดีกว่าหมีจูนะที่จะต้องเอาลูกออกทั้งๆที่ยังดิ้นอยู่เลย ทั้งๆที่สามีใหม่อยากมีลูก จะทำอย่างไรดี หมีจูคิด ใครช่วยได้ตอบที หมีจูซึมและไม่พูดตลอดทั้งวัน รอเพื่อนๆ ตรวจท้องหมดก่อนถึงกลับบ้านพร้อมกัน วันนี้หมี่บอกว่ากลับค่ำหน่อยนะ เพราะน้องที่แท้งลูกต้องขูดมดลูกและนอนรออาการสักพักใหญ่ ค่ำๆคงกลับบ้านได้ วันนี้เอ็มเหนื่อยเป็นพิเศษ ช่วงเช้ามาส่งคนท้อง บ่ายๆ ช่วงที่กลุ่มคนท้อง ฝากครรภ์อยู่นั้น เอ็มจะไปเบิกของ วัสดุ ยาและเอกสารเยอะแยะมาก ต้องไปส่งยาให้ สอ. 1 เที่ยวก่อน และวันนี้คงต้องวิ่งรถ 2 เที่ยวเพราะรถไม่พอ เอ็มบอกว่า “บ้านเราไกลมาทั้งทีมารับของให้คุ้ม” ตอนเย็นวันนี้เอ็มมารับกลับกลับค่ำมาก เอ็มแวะส่งเพื่อนๆท้องตามปากทางเข้าหมู่บ้านเป็นจุดๆ สามีแต่ละคนมารอรับที่สถานีอนามัย บางคนมารอรับ 3-4 รอบ หมอที่อยู่อนามัยบอกว่ายังไม่ขึ้นมา ถ้ามาค่ำจะส่งที่บ้าน สามีคนท้องทั้งหลายจึงกลับบ้าน ด้วยความเป็นห่วงภรรยาของตนเอง กว่าจะส่งหญิงตั้งครรภ์ที่บ้านหมดประมาณสองทุ่ม รายสุดท้ายที่ติดรถเข้ามาที่สถานีอนามัยคือหมีจู เพราะไม่มีใครมารับ สามีคงรอที่น้ำห้วยท้ายหมู่บ้าน คงจะเป็นห่วงมีจูไม่น้อย รถมาถึงสถานีอนามัยเวลาสองทุ่มกว่าๆ ทุกคนกลับถึงบ้านด้วยท่าทางที่อิดโรยจากภาระงานตลอดทั้งวัน น้องเจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า เวลาเดินไปห้องตรวจครรภ์ มีคนตั้งท้องเดินตามเป็นแถวๆ เดินไปห้องยาเดินเป็นแถว เหมือนนักเรียนเดินตามคุณครูเลย บางคนก็เดินจับมือกันไป บางคนก็ดึงชายเสื้อเจ้าหน้าที่กลัวพลัดหลงกัน เกิดหลงแล้วไม่รู้จะไปที่ไหนดี ขากลับน้องเจ้าหน้าที่แวะซื้อกับข้าวขึ้นมาด้วย นั่งกินข้าวที่อนามัย วันนี้เวรหมอเจษที่เป็นพยาบาลวิชาชีพ หมี่ อาเมียวที่เป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ เอ็ม และหมอกานต์หัวหน้าสถานีอนามัยบ้านธาตุ และยังมีคนตั้งท้องรายสุดท้ายของเราอีกคน นั่งกินข้าวด้วยกัน วางแผนว่าจะไปส่งหมีจูอย่างไร ถ้าเอารถอนามัย ไป แต่กลับรถที่สะพานก็ไม่ได้ ต้องใช้มอเตอร์ไซด์ส่ง ไปสองคนกลับหนึ่งคนก็อันตราย สรุปว่าหมอกานต์ขับรถมอเตอร์ไซด์เบรกดังๆของอนามัยไป เอาหมีจูและหมี่ซ้อนสามไปด้วยกัน หมอกานต์ไปหยิบอาวุธคู่ใจไปเป็นเพื่อนเพื่ออุ่นใจไปด้วย ส่วนหมี่เอาไฟฉายอันเล็กไปอีกอัน ไม่ใช่ไปส่องทางหรอก แต่ส่องเผื่อจำหน้าคนร้ายไม่ได้ก็เท่านั้นเอง หมี่โทรไปบอกให้ชาวบ้านที่อยู่บ้านสามสูงไปบอกสามีมารับที่สะพาน แต่สามีไม่มีรถออกมารับซึ่งเวลาดึกมากลงมาก็ลำบาก จึงขอให้เด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านออกมารับที่หัวสะพานแทน อาเมียวกับหมอเจษรออยู่ที่สถานีอนามัย เมียวบอกว่า “ สงสารคนไข้วันนี้จังเลย ไปส่งพบแพทย์ ทั้งหมด 17 คน มีรายที่ผิดปกติ 3 ราย แท้งลูก, ศีรษะโตไม่สมบูรณ์ต้องไปเอาออกที่เชียงรายฯ และร้ายสุดมีอีกรายที่ติดเชื้อเอชไอวีทั้งๆที่ท้องที่ 10 แล้ว ถ้าไม่มีโครงการโรงเรียนพ่อแม่ เราไม่ไปส่งที่โรงพยาบาล ชาวบ้านจะไปถูกไหม พูดกับหมอที่โรงพยาบาลรู้เรื่องไหม ใครเป็นคนแปลให้ ค่าใช้จ่ายอีกจะขออนุเคราะห์ค่าใช้จ่ายได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ กลับบ้านถูกหรือเปล่า ไหนจะค่ารถที่เหมาลงก็แพง 800 บาทต่อวัน วันนี้ดีที่หมอกานต์กับหมอวิชัย ( หัวหน้าสถานีอนามัยสันติคีรีที่ย้ายมาทำงานใหม่ได้ไม่ถึงเดือน )ไปดูเรื่องค่าใช้จ่ายของหญิงตั้งครรภ์ให้ สงสารน้องที่เขาแท้งลูก นั่งร้องไห้ตลอดทั้งวัน ที่รู้ว่าตนเองแท้ง เสียเงินค่ารักษาพยาบาล ตั้งหลายพันบาท จ่ายให้แปดร้อยบาท ที่เหลือหมอวิชัยเป็นคนค้ำประกันให้ น้องที่แท้งถึงได้กลับบ้านพร้อมกัน เป็นหนูคงช่วยได้ไม่มาก หมีจูอีกคนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร บอกปรึกษาสามีก่อน ถ้าไปเอาลูกออก ไม่รู้ทางไปโรงพยาบาลเชียงราย ฯ เหมารถก็ 2,000 บาทแล้ว ค่ารักษาพยาบาลอีก เหนื่อยแทนเลย หมอเจษบอกว่า เราดูแลคนไม่ใช้เฉพาะหญิงตั้งครรภ์หรือภาวะสุขภาพแม่และลูกหรือสามีอย่างเดียวแต่เราดูทั้งองค์รวมจริง ๆ กาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ถ้าเขาไปโรงพยาบาลเองจะรู้สึกอ้างว้าง หรือเลือกที่ไม่ไปโรงพยาบาลดีกว่าเพราะไปไม่ถูก พูดกับเจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจ เราก็จะไม่ได้งานอนามัยแม่และเด็ก ที่ถูกบีบจากงานคุณภาพข้างบน เราทำให้อีกชีวิตเกิดมามีคุณภาพ แม่คลอดปลอดภัย สามีมีลูกสมใจและมีส่วนร่วมในการดูและลูกและภรรยาด้วย สุดท้ายเราได้ใจชุมชน เราก็มีความสุขและภูมิใจที่สุดแล้วที่ได้ทำงานนี้ จะสังเกตจากกลุ่มที่ผ่านการอบบรมและเข้าโครงการโรงเรียนพ่อแม่ ตำบลแม่สลองนอก ส่วนมากสามี จะเป็นคนดูแลลูกเองและพามาฉีดวัคซีนทุกครั้ง คุยกันพักใหญ่หมอกานต์กับหมี่กลับมาราวๆ สามทุ่มเกือบสี่ทุ่มแล้ว วันนี้ภารกิจเสร็จสิ้นจริงๆ หมีจูกลับบ้านด้วยความปลอดภัย ทุกคนยิ้มแย้ม หมี่บอกว่า วันนี้ภูมิใจที่สุด ที่ได้ดูแลหญิงตั้งครรภ์ ไปเป็นเพื่อนยามที่เขามีความทุกข์ทั้งที่ช่วยได้ไม่มากนัก ถึงจะเหนื่อยกาย วันนี้อิ่มใจสุดๆ เลย ผ่านไปอีกวันของเราทีมงานสุขภาพดอยแม่สลอง แต่เรื่องของหมีจู...... ผ่านวันนี้ไปอีกวัน แล้ววันที่ 29 มิถุนายน 2553 จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอและสมาชิกในครอบครัวอีก...............................

 

คำสำคัญ (Tags): #น้องๆฝากมา
หมายเลขบันทึก: 375863เขียนเมื่อ 16 กรกฎาคม 2010 19:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 22:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)
  • ทำดีที่สุดแล้ว..
  • ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของโชคชะตา
  • เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี