ค่ำวันอาทิตย์ที่ ๓ ก.ค. ๕๓ ผมไปร่วมงานเลี้ยงเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ ศ. ท่านผู้หญิง พญ. เพ็ญศรี ภู่ตระกูล ได้รับพระราชทานปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และรางวัลมหิดลทยากร ประจำปี ๒๕๕๒
ศ. นพ. ประเวศ วะสี ขึ้นกล่าวอวยพร มีความตอนหนึ่งว่า ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี ได้รับการยกย่อง และเกียรติยศต่างๆ มากมาย รวมทั้งอายุก็เข้าสู่วัยที่ไม่ต้องการผลงาน หรือการยกย่องใดๆ แก่ตนเองแล้ว ที่คนจีนเรียกว่าเป็นวัย “แจกของ ส่องตะเกียง” คือมีของก็แจกแก่ญาติมิตร และช่วยเป็นประทีปทางปัญญาให้แก่ผู้อื่น จึงขอให้ได้เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องๆ และลูกศิษย์ การทำตัวเช่นนี้จะทำให้จิตใจปลอดโปร่งโล่งสบาย
ทำให้ผมได้เข้าใจว่า ที่ผมตั้งใจไว้เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ว่าผมจะหยุด ไม่รับงานบริหาร แต่จะรับเฉพาะงานกำกับดูแล เท่ากับบอกตัวเองให้เข้าสู่วัย “แจกของ ส่องตะเกียง” นั่นเอง และทำให้ผมมีจิตใจปลอดโปร่งโล่งสบายจริงๆ
คนแก่ก็ยังมีประโยชน์ หากรู้จักทำหน้าที่ที่เหมาะสม คือหน้าที่ “แจกของ ส่องตะเกียง” ตัวหน้าที่ส่องตะเกียงในบริบทของผมคือการเป็นกรรมการต่างๆ นั่นเอง เป็นการ “ส่องตะเกียง” ผ่านหน้าที่ Governance ซึ่งต้องมีความเข้าใจเรื่องต่างๆ ลึก ต้องรู้บทบาท ว่าจะไม่เข้าไปสั่งการ หรือ micro management
วิจารณ์ พานิช
๔ ก.ค. ๕๓

ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี
กำลังกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน
วิจารณ์ พานิช
๔ ก.ค. ๕๓
ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี
กำลังกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน