การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ด้อยโอกาส

บทความ  เรื่อง การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ด้อยโอกาส  

                การจัดการศึกษาของประเทศไทย ที่แตกต่างจากการจัดการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศต่างๆอย่างสิ้นเชิง โดยรัฐบาลแต่ละยุคสมัย จะมีนโยบายด้านการศึกษาอย่างสวยหรู แต่การนำนโยบายมาสู่การปฏิบัติกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ส่วนใหญ่จะเป็นไปในแนวทางของการหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องมากกว่าจะคิดถึงอนาคตของชาติ  กระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช  2542 ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  2540  กำหนดให้การจัดการศึกษามีรูปแบบที่เป็นกระบวนการมีผู้รับผิดชอบในรูปของคณะกรรมการ และมุ่งสนองตอบให้ประชากรได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งนี้ดำเนินการจัดการศึกษาภายใต้นโยบายของรัฐบาลแต่ละสมัย แต่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดก็ตามเท่าที่ปรากฏและดำเนินการมาอย่างยั่งยืน คือ ความไม่เท่าเทียมและไม่เสมอภาคของระบบการศึกษาไทยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา  โดยในหมวด  8  ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พุทธศักราช  2545  มาตรา  60 (1) การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะ  แก่ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐาน (5) จัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล และสถานศึกษาในกำกับของรัฐ จากข้อความที่ยกมาอ้างถึงนั้น จะเห็นว่าแม้แต่การจัดสรรงบประมาณก็มองออกแล้วว่าความเท่าเทียมและเสมอภาคคงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างแน่นอน กล่าวคือ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นระดับการศึกษาที่มีความสำคัญที่สุด  เพราะการศึกษาในระดับนี้จะเป็นพื้นฐานการศึกษาในระดับสูงต่อไป ถ้าระดับพื้นฐานจัดการศึกษาดีมีคุณภาพ ระดับสูงขึ้นก็จะมีคุณภาพ แต่การให้ความสำคัญและการจัดสรรงบประมาณจากผู้บริหารระดับสูง กลับไปให้ความสำคัญในระดับอุดมศึกษา เช่น โรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียน  70 คน มีครู 5 คน ได้รับเงินรายหัวนักเรียนระดับประถมศึกษาได้รับหัวละ 1900 บาท/คน/ปี ลองคิดดูเล่นๆ ครู 5 คน จะดำเนินการสอนอย่างไรในเมื่อหนึ่งโรงเรียนจะต้องจัดการศึกษา 8 ห้องเรียน งบบริหารการศึกษา 133,000 บาท ใช้จ่ายยังไงถึงจะตลอดปีการศึกษา ด้านอาคารเรียนมีอายุอย่างต่ำ 30 ปี  ถ้าผู้บริหารต้องการพัฒนาจำเป็นจะต้องสวมวิญญาณขอทานกิติมศักดิ์ หาผ้าป่าเป็นอาชีพอย่างน่าอาย ต่างจากต่างประเทศที่เขาทุ่มงบประมาณให้กับการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานอย่างมากมาย ครูเขาจัดให้ห้องละ 2 คน ส่วนของประเทศไทย  5 คน รวมผู้บริหารสอน 8  ห้องเรียน อนิจาประเทศไทยแต่คุณภาพจะต้องเยี่ยมและได้มาตรฐานเท่าเทียมและเสมอภาคกับโรงเรียนขนาดใหญ่และระดับอุดมศึกษาอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนมหาวิทยาลัย มีการสร้างอาคารอย่างมากมายจนใช้ไม่หมดบางแห่งทิ้งร้างอย่างน่าเสียดาย ส่วนบุคลากรและคณาจารย์แต่ละคณะสอนร่วมกันไม่ได้ มีมากจนล้นงานแต่ละวัมสอนไม่กี่ชั่วโมง ต่างจากระดับขั้นพื้นฐานที่ครูหนึ่งคนจะต้องสอนทุกวิชาและสอนตลอดวัน โรงเรียนขนาดเล็กครูหนึ่งคนสอนสอนชั้นเรียนอัศจรรย์ครูไทย  นี่คือความเสมอภาคเท่าเทียมของการศึกษาไทย  รัฐบาลน่าจะคิดได้ว่าการศึกษาจะดีมีคุณภาพนั้นมันจะต้องเริ่มต้นที่พื้นฐานดี ถ้าพื้นฐานไม่ดีระดับต่อไปคงจะไม่ดีด้วย อายประเทศเวียตนามเขาบ้างนะ ท่านรัฐมนตรีทั้งหลาย