ผู้เขียนบทความ สอนภาษาอังกฤษที่คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และจากการสำรวจโดยงานทะเบียนวัดผลของวิทยาลัยพบว่า ผลการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของผู้เรียนอยู่ในระดับปานกลางถึงระดับต่ำ สาเหตุเนื่องมาจาก ในการเรียนการสอนนั้น ผู้สอนมักจะสอนเฉพาะกฎเกณฑ์ของภาษา จึงทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการฝึกการใช้ภาษา และการเรียน การสอนยังยึดตัวครูผู้สอนเป็นศูนย์กลาง ไม่มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาในสถานการณ์ต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง จึงทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจในการเรียน และจากการที่ผู้เขียนได้สัมภาษณ์นักศึกษาที่สอนในโปรแกรมวิชาที่ไม่ใช่เอกภาษาอังกฤษ ปรากฏว่า นักศึกษาส่วนมากมีความเห็นตรงกันว่า พวกตนรู้สึกไม่อยากเรียนภาษาอังกฤษ หรืออาจกล่าวได้ว่า พวกเขาเหล่านั้นขาดแรงจูงใจในการเรียน นอกจากนั้น จากการที่นักศึกษาเหล่านี้เบื่อหน่าย และขาดแรงจูงใจจึงมักจะเข้าห้องเรียนสายหรือหนีเรียนไม่เข้าห้องเรียน จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีผลทำให้ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เรา(ครู-อาจารย์)ต้องสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน เพราะแรงจูงใจนั้นเป็นกลไกสำคัญในการเรียน การสอน ถ้าขาดกลไกนี้ฟันเฟืองของการเรียนก็จะหยุดลงทันที สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษซึ่งจัดขึ้นในเฉพาะห้องเรียนนั้น คงไม่เพียงพอต่อการเสริมสร้างประสบการณ์ทางภาษาให้แก่ผู้เรียนดังนั้นผู้สอนจึงจำเป็นต้องจัดเตรียมประสบการณ์อื่นๆ นอกชั้นเรียนให้เกิดแก่ผู้เรียนด้วย เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ และความรู้ใหม่ๆซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสทำกิจกรรมที่หลากหลายน่าสนใจ และทำให้เกิดความรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียน อันจะส่งให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น กิจกรรมที่จะสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดแก่ผู้เรียนได้กิจกรรมหนึ่งก็คือ กิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ
การจัดค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) เป็นการจัดประสบการณ์การเรียนการสอน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง และในขณะเดียวกันก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นนอกห้องเรียน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาในบรรยากาศที่สนุกสนาน เช่น การใช้เกมต่างๆ เพลง หรือ บทบาทสมมติ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้สามารถจูงใจให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ภาษาโดยไม่รู้ตัว
ในบทความนี้ผู้เขียนได้รวบรวมประสบการณ์ที่ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการจัดค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) ทั้งในและนอกสถานที่ ทั้งกับชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้ตัวของผู้เขียนได้รับประสบการณ์ที่ดีและหลากหลายจากการเข้าร่วมกิจกรรมและสามารถนำกิจกรรมต่าง ๆ จากการจัดค่ายภาษาอังกฤษมาประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
การจัดค่ายภาษาอังกฤษเป็นการจัดประสบการณ์การเรียนการสอนแก่ผู้เรียน และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง และในขณะเดียวกันก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นนอกห้องเรียน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาในบรรยากาศที่สนุกสนาน เช่น การใช้เกมต่างๆ เพลง หรือ บทบาทสมมติ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้สามารถจูงใจให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ภาษาโดยไม่รู้ตัว ในลำดับต่อไปผู้เขียนขอแนะนำเทคนิคและกระบวนการในการจัดค่ายภาษาอังกฤษดังนี้
การจัดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ มีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ได้รับประสบการณ์ตรงจากการสื่อสารกับเจ้าของภาษา มีการเรียนรู้จากการสังเกต สำรวจข้อมูล เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จากสภาพจริง
2. ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาที่ท้าทาย สนุก น่าสนใจ แปลกใหม่ และตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ภาษา
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการคิด ได้แก่ การคิดแก้ปัญหา คิดวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความสามารถในการตัดสินใจ
4. ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการสืบเสาะความรู้ และกระบวนการทางภาษา ด้วยการทำกิจกรรมหลากหลาย อิสระ โดยอยู่บนพื้นฐานของหลักการและแนวความคิดหลักการทางการเรียนภาษา
5. ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการสื่อสาร มีปฎิสัมพันธ์ที่ดี และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์และมีความสุข
6. ส่งเสริมความเป็นผู้นำ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติต่อสังคม
ค่ายภาษาอังกฤษจัดได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการจัดค่ายแต่ละครั้ง อาจจัดค่ายที่บูรณการหลายวิชาโดยใช้กิจกรรมภาษาอังกฤษเป็นแกนหลัก เช่น ค่ายเรียนรู้จากธรรมชาติ ค่ายสิ่งแวดล้อม ฯลฯ หรือการจัดค่ายภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เป็นการจัดให้มีการสนทนากับเจ้าของภาษาโดยการแบ่งเป็นฐานปฏิบัติการคล้ายกับฐานการเรียนรู้ของกิจกรรมลูกเสือเนตรนารี
การกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนแต่ละช่วงชั้น และจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับเวลา อาจจัดได้หลากหลาย ในกรณีเด็กเล็ก อาจจัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษในระยะเวลา สั้น ๆ อย่างน้อย 1 วัน ส่วนค่ายภาษาอังกฤษสำหรับเด็กโต ควรจัดค่ายอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน ผู้เรียนจะมีโอกาสได้ทำกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวันได้ เช่นการสนทนาในยามเช้า การรับประทานอาหาร การทักทาย การกล่าวลา มีโอกาสในการออกกำลังกายตอนเช้า ใช้ชีวิตรวมกันในสังคม แลได้มีการเรียนรู้ในกิจกรรมวิชาการและนันทนาการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้อีก
ในการจัดค่ายภาษาอังกฤษ แต่ละครั้งมีภารกิจที่ต้องจัดทำเป็นรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องมีการวางแผนดำเนินการอย่างดีและรอบคอบ จะทำให้การจัดกิจกรรมค่ายประสบความสำเร็จ
1. สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจัดค่าย
1.1 ระดมความคิดเพื่อวางแผนจัดค่าย ค่ายภาษาอังกฤษเป็นกิจกรรมที่ต้องร่วมกันหลายฝ่าย ก่อนจัดค่ายจึงควรประชุมปรึกษากับผู้ร่วมงานทั้งจากโรงเรียนคือ ผู้บริหาร ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษาอื่น เพื่อวางแผน กำหนดรูปแบบ เนื้อหาและวัตถุประสงค์ของ การจัดค่าย ช่วงเวลาและสถานที่จัดค่าย
1.2 การกำหนดหัวข้อของค่าย จำเป็นที่จะต้องวางแผนล่วงหน้า เพื่อเป็น แนวทางในการเลือกสถานที่จัดค่าย เลือกกิจกรรมให้สอดคล้องกับหัวข้อรวมถึงการจัดหาวิทยากรเพิ่มเติม
1.3 สถานที่จัดค่ายภาษาอังกฤษ ควรเลือกสถานที่ที่มีการคมนาคมสะดวก ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก มีความปลอดภัย ถ้าเป็นค่ายค้างคืนต้องเลือกสถานที่ที่มีที่พักเพียงพอและสะอาด ที่สำคัญสถานที่จัดค่ายควรสอดคล้องกับหัวข้อเรื่องของค่าย ควรจัดในแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ อาจเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ชายทะเล อุทยานแห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์ อาจจัดค่ายให้ใกล้แหล่งศึกษาดูงานที่จะใช้เป็นแนวคิดในการทำกิจกรรม
1.4 ช่วงเวลาและระยะเวลาในการจัดค่าย ต้องสอดคล้องกับหัวข้อกิจกรรมค่ายและจัดให้ถูกฤดูกาล ช่วงที่เหมาะสมคือ ฤดูร้อน และฤดูหนาว ที่ไม่ใช่ในช่วงร้อนจัดหรือหนาวจัด และควรจัดในช่วงวันหยุด หรือระหว่างปิดภาคเรียน
2. เตรียมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยกิจกรรมวิชาการ กิจกรรมนันทนาการ หรืออาจมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยถ้ามีโอกาสทำได้
2.1 กิจกรรมวิชาการ
จัดได้หลากหลาย แต่ควรเป็นกิจกรรม ที่แตกต่างจากการเรียนตามหลักสูตรปกติ กล่าวคือ กิจกรรมมีความน่าสนใจ สนุก ท้าทาย มีความอิสระทางความคิดพอสมควร เปิด โอกาสให้ผู้เรียนปฏิบัติมากที่สุด และให้ผู้เรียนทุกคนได้แสดงออกถึงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ กิจกรรมวิชาการที่จัดให้ค่ายภาษาอังกฤษ แบ่งเป็นกิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่
2.1.1 กิจกรรมสำรวจภาคสนาม ผู้เรียนจะมีโอกาสสัมผัสแหล่งเรียนรู้ในสถานการณ์จริง ได้สำรวจและรวบรวมข้อมูลจากเจ้าของภาษา
2.1.2 กิจกรรมแก้ปัญหา ผู้เรียนจะระบุคำถามหรือปัญหาตามความสนใจโดยใช้ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ หรือสถานการณ์จริง ซึ่งแตกต่างจากคำถามหรือปัญหาที่เรียนในชั้นเรียน
2.1.3 กิจกรรมคิดสร้างสรรค์ ผู้เรียนจะแสดงออกอย่างอิสระถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผลผลิตของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จะออกมาในชิ้นงานที่อาจเป็นสิ่งประดิษฐ์ ต่าง ๆ เช่น การวาดภาพ การฝึกใช้ภาษา การแสดงละครเป็นต้น
2.1.4 กิจกรรมการสื่อสาร
เป็นกิจกรรมท้าทายที่ผู้เรียนจะมีโอกาสทำปฏิบัติที่ไม่สามารถทำได้ในเวลาเรียนปกติเนื่องจากข้อจำกัดเรื่อง
บุคคล สถานการณ์ สถานที่ ฯลฯ
2.1.5 กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านภาษาอังกฤษ
ได้แก่ การศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ในท้องถิ่น
การได้พบปะสนทนากับเจ้าของภาษา
2.2 กิจกรรมนันทนาการ
กิจกรรมนันทนาการสามารถจัดได้หลากหลาย กิจกรรมนันทนาการมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมความสามัคคี สร้างความเป็นกลุ่ม สร้างความเป็นผู้นำ เพื่อการผ่อนคลาย กิจกรรมนันทนาการจัดแรกกิจกรรมวิชาการเป็นระยะ ๆ หรือจัดเป็นการนันทนาการโดยเฉพาะในภาคเช้าก่อนกิจกรรมค่ายหรือค่ำ ได้แก่
2.2.1 การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
2.2.2 เกมส์ต่าง ๆ และการแข่งขันที่มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาภาษาอังกฤษ เช่น เกมทายคำ walk Rally
2.2.3 การร้องเพลง
2.2.4 เล่นละคร
2.2.5 กิจกรรมชมภาพยนตร์ วีดิทัศน์สารคดีต่าง ๆ ที่มีเรื่องเกี่ยวกับภาษา วัฒนธรรม
2.2.6 กีฬาและการละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ
2.2.7 การแสดงรอบกองไฟ
2.3 กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
ผู้เรียนอาจทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่สัมพันธ์กับสถานที่จัดค่าย เช่น ในกรณีจัดค่ายใกล้ชายทะเล สวนรุกขชาติ สวนสาธารณะ อาจจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ปรับปรุงสภาพแวดล้อม
3. จัดทำโครงการค่ายภาษาอังกฤษ การจัดกิจกรรมค่ายจะต้องเสนอโครงการเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา โครงการค่ายประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ๆ คือ หลักการเหตุผล และความสำคัญของการจัดค่าย วัตถุประสงค์ สถานที่ กิจกรรมวิชาการและกิจกรรมนันทนาการ จำนวนผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่าย วิทยากร งบประมาณ ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดค่าย และกำหนดการจัดกิจกรรมค่ายที่แสดงรายละเอียดของแต่ละวัน
4. เตรียมบุคลากรฝ่ายต่าง ๆ การจัดค่ายแต่ละครั้ง ควรระดมความร่วมมือจากครู ผู้บริหารบุคลากรต่าง ๆ ทำงานร่วมกันในค่ายโดยแบ่งความรับผิดชอบงานแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการค่ายภาษาอังกฤษ คณะกรรมการแต่ละฝ่ายอาจมีผู้แทนผู้เรียนเป็นผู้ช่วย จำนวนของคณะกรรมการแต่ละฝ่ายควรพิจารณาตามความเหมาะสมกับงานและจำนวนผู้เรียนที่เข้าค่าย กรรมการฝ่ายต่าง ๆในค่ายได้แก่
4.1 ประธานและรองประธาน มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดค่ายภาษาอังกฤษให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของทุกฝ่ายให้เป็นไปอย่างราบรื่น
4.2 กรรมการฝ่ายวิชาการ มีหน้าที่เลือกสรรกิจกรรมวิชาการ จัดทำเอกสารกิจกรรมค่าย เอกสารคู่มือที่เสริมการทำกิจกรรม จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับกิจกรรม สำรวจสถานที่จัดค่าย ประสานกับสถานที่ศึกษาดูงาน จัดเตรียมแบบประเมินผลค่าย จัดหาวิทยากร และจัดหาพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม ซึ่งอาจเป็นครูหรือผู้แทนผู้เรียน
4.3 กรรมการฝ่ายนันทนาการ มีหน้าที่คิดและเลือกกิจกรรมนันทนาการที่เหมาะสม จัดหาวิทยาการที่เชี่ยวชาญด้านนันทนาการ เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง วัสดุอุปกรณ์ และของรางวัลสำหรับกิจกรรมนันทนาการ
4.4 กรรมการฝ่ายบริการ มีหน้าที่จัดหารสถานที่พัก (สำหรับค่ายค้างคืน) อาหาร น้ำดื่ม ห้องน้ำ –ห้องส้วม ยา และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ยานพาหนะ จัดบุคคลดูแลความปลอดภัยและการเจ็บป่วยของผู้เรียนในค่าย เรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องดูแลตั้งแต่เมื่อเดินทางไปเข้าค่าย ช่วงเวลาที่อยู่ค่ายและเดินทางกลับ
4.5 กรรมการฝ่ายธุรการ มีหน้าที่ทำจดหมายติดต่อขออนุญาตผู้ปกครอง จดหมายประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำประกันอุบัติภัย ประชาสัมพันธ์กิจกรรมค่าย จัดทำเรื่องงบประมาณ จัดเตรียมวุฒิบัตร ประกาศนียบัตร เตรียมของที่ระลึกสำหรับหน่วยงานหรือวิทยากรพิเศษ จัดบุคคลบันทึกภาพนิ่ง และ/หรือวีดิทัศน์
5. เตรียมวัสดุอุปกรณ์เมื่อกำหนดสถานที่ตั้งค่ายภาษาอังกฤษและกิจกรรมที่จะจัดในระหว่างอยู่ค่ายแล้ว แต่ละฝ่ายต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมตามที่จะต้องใช้ในกิจกรรม และจำนวนของอุปกรณ์ ควรมีเพียงพอกับจำนวนผู้เรียนที่เข้าค่าย วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมได้แก่
5.1 วัสดุอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมวิชาการ
5.2 วัสดุอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมนันทนาการ
5.3 วัสดุอุปกรณ์สำหรับการบริการ เช่น น้ำดื่ม ภาชนะบรรลุอาหาร และอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการปฐมพยาบาล
6. เตรียมวางแผนเรื่องการแต่งกาย การเข้าค่ายภาษาอังกฤษแตกต่างจากการเรียนในเวลาปกติ เนื่องจากผู้เรียนต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดเวลา ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงเวลาค่ำ ควรแต่งกาย ให้เหมาะสมและสะดวกต่อการทำกิจกรรม ในกรณี ที่เป็นค่ายค้างคืน ผู้เรียนต้องเตรียมของใช้ส่วนตัวด้วย สิ่งที่ควรให้ผู้เรียนเตรียมการก่อนเข้าค่าย
เช่น
- หมวก - ผ้าเช็ดตัว
- รองเท้าผ้าใบ - ยาประจำตัว
- เสื้อยืด - ของใช้ส่วนตัว
- กางเกงขายาว - สมุดบันทึก
- ชุดพลศึกษาและชุดนอน - ดินสอ ปากกา
7. ช่วงกิจกรรมค่าย ควรดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้
7.1 จัดกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ในโครงการ
7.2 กระตุ้นให้ผู้เรียนที่เข้าค่ายทุกคนมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม
7.3 ดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยของผู้เรียนในค่าย
7.4 แก้ปัญหาเฉพาะหน้าและตัดสินใจในกรณีที่มีเหตุต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
8. ประชุมกรรมการทุกฝ่ายร่วมกับผู้แทนผู้เรียนเป็นระยะ ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขตามความจำเป็นและเหมาะสม
9. การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมค่าย ควรมีการประเมินผลการจัดกิจกรรมค่ายดังนี้
9.1 ประเมินผลจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน โดยครูและผู้เรียน
9.2 ประเมินผลการจัดกิจกรรมทั้งด้านวิชาการ นันทนาการ โดยใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ จัดให้มีการประชุม และสังเกตขณะผู้เรียนทำกิจกรรม
9.3 ประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการทุกฝ่าย โดยใช้ข้อมูลจากความเห็นของผู้เรียนและกรรมการ เพื่อพิจารณาข้อดี ข้อบกพร่อง และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข
9.4 การประเมินการจัดแสดงผลงานรวมของผู้เรียนที่เข้าค่ายในวันปิดค่าย ซึ่งประเมินโดยครู ผู้เรียน และเชิญบุคลากรในชุมชนมาร่วมประเมินด้วย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจ
จากรายละเอียดที่ได้เรียบเรียงขึ้นมาในข้างต้น ผู้เขียนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดจุดประกายความคิดในการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนไม่มากก็น้อย
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน และผู้ที่จะนำไปใช้มากเลยค่ะ