เค้าโครงร่างการวิจัยในสถานศึกษา

 เรื่อง       การพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน

             โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม(พิบูลสงคราม) สำนักงานเขตสายไหม

              กรุงเทพมหานคร

 

 ผู้วิจัย     นางสาวศศิธร   มิ่งขวัญมา

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 

                จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม  เศรษฐกิจ  การเมือง  วัฒนธรรมและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองทำให้ประชาชนปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองและครอบครัว  แต่ละครอบครัวต้องต่อสู้กับชีวิตและความเป็นอยู่ในครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ทำให้ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพตนเองและ มีพฤติกรรมบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง เช่น การบริโภคอาหารสำเร็จรูป การบริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บริโภคมากเกินไปและรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน   โรคภาวะโภชนาการเกิน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ในขณะเดียวกันในสังคมชนบท กลุ่มประชากรที่ยากจน มีการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายไม่ครบถ้วนทำให้เจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ           ที่สามารถป้องกันได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคขาดสารอาหาร และการได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินไป 

ปัจจุบันเด็กไทยเผชิญปัญหา 2  ด้าน ทั้งขาดสารอาหาร และภาวะโภชนาการเกินในเวลาเดียวกัน สาเหตุสำคัญเกิดจาก ครอบครัวขาดความรู้และทักษะด้านอาหารและโภชนาการโดยขาดการ สร้างแรงจูงใจ และจิตสำนึกให้ผู้เลี้ยงดูเด็ก เห็นความสำคัญและใส่ใจให้อาหารที่ถูกหลักโภชนาการ สิ่งแวดล้อมไม่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมโภชนาการที่พึงประสงค์ และ การบริหารจัดการด้านอาหาร และโภชนาการระดับพื้นที่ยังต้องปรับปรุง แก้ไขโดยเฉพาะกลไกการทำงานของ 3 ภาคส่วนที่เป็นเจ้าภาพหลัก คือ ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ และชุมชนหรือภาคประชาชน พบว่า ท้องถิ่นมีเงินและทรัพยากรแต่ส่วนใหญ่ขาดองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ การดำเนินงานด้านการพัฒนาพฤติกรรมโภชนาการ

                นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกหลายประการที่มีผลกระทบทำให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนได้แก่ กระบวนการเรียนรู้ที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก ระดับความรู้ของนักเรียน กิจกรรมของนักเรียนสิ่งแวดล้อม รายได้ของครอบครัว ระดับการศึกษาของบิดา มารดา อาชีพของบิดามารดา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคทั้งสิ้น   จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งสืบเนื่องจากปัญหาข้างต้นและเป็นปัญหาที่โรงเรียนไม่สามารถมองข้ามผ่านไปได้ เพราะผลที่ตามมายังส่งผลต่อการเรียนการสอนในชั้นเรียน และการประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพอีกด้วย

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน

2. เพื่อพัฒนางานด้านส่งเสริมโภชนาการ และการออกกำลังกายภายในโรงเรียน

 

สมมติฐานของการวิจัย

การทราบข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินจะทำให้สามารถจัดโปรแกรมพัฒนาและส่งเสริมสุขภาพนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินได้

 

ขอบเขตของการวิจัย

                ประชากร   ได้แก่   นักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกินที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม(พิบูลสงคราม)  สำนักงานเขตสายไหม   กรุงเทพมหานคร  จำนวน  61 คน

ระยะเวลาที่ใช้แบบสอบถามสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน สัปดาห์ที่  6  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553

              ระยะเวลาที่ใช้พัฒนาการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน

-   ภาคเรียนที่ 1 เดือนกรกฎาคม-กันยายน

-   ภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

                1. พฤติกรรมการบริโภคอาหารหมายถึง การกระทำ การแสดงออกเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของเด็กนักเรียนทั้งทางด้านความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับประทานอาหารทั้งที่สังเกตได้และสังเกตไม่ได้การประพฤติหรือปฏิบัติเกี่ยวกับอาหารของนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยแบบแผนของการรับประทานอาหาร ความถี่ในการรับประทานอาหารแต่ละชนิดและอาหารที่นิยมบริโภค

                2. ภาวะโภชนาการเกิน หมายถึง สภาพ หรือ สภาวะของร่างกายเด็กวัยเรียน ที่ได้รับสารอาหาร หรืออาหารที่รับประทานเกินต่อความต้องการของร่างกาย  สามารถประเมินได้ จากการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง

               3. ความถี่ในการบริโภคอาหาร หมายถึง จำนวนครั้งที่มีการบริโภคอาหารเกิดขึ้นใน 1 วัน โดยการบริโภคแต่ละครั้งต้องห่างกันอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป

               4. จำนวนมื้ออาหาร หมายถึง ช่วงเวลาที่บริโภคอาหารหลักซึ่งมี 3 ครั้งต่อวัน คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น

                5. การส่งเสริมสุขภาพ หมายถึงกระบวนการส่งเสริมให้นักเรียนได้ความรู้ด้านโภชนาการและพัฒนาสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกาย

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย

  1. ได้สำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน

เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนให้ความรู้ที่ถูกต้องด้านโภชนาการแก่นักเรียน

  2.  เป็นข้อมูลในการวางแผนงานส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียน

 

วิธีดำเนินการวิจัย

1.   ขั้นเตรียมการ

1.1  ศึกษาข้อมูลจากแบบบันทึกการเฝ้าระวังการติดตามภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียน ของโรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม(พิบูลสงคราม) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553

1.2  กำหนดหัวข้อที่จะจัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อสำรวจ

1.3  ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทำการวิจัยในชั้นเรียน

1.4  กำหนดกรอบโครงร่างในการสร้างแบบสอบถาม

2.   ขั้นดำเนินการ

2.1  สร้างแบบสอบถามสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน โดยแบบสอบถามที่สร้างแบ่งออกเป็น 2 ตอนคือ

      ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน

      ตอนที่ 2  การรับประทานอาหารของนักเรียน

2.2  นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความถูกต้องแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง

2.3  นำแบบสอบถามสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้กับนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน จำนวน 65 คน โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม(พิบูลสงคราม) ปีการศึกษา 2553

2.4  นำผลที่ได้จากการสอบถามไปวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ

2.5  จัดตารางให้ความรู้ด้านโภชนาการ และจัดตารางการออกกำลังกายให้นักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน

2.6  บันทึกผลการปฏิบัติ และการเปลี่ยนแปลง(น้ำหนักและส่วนสูง) รายเดือน

-ภาคเรียนที่ 1 เดือนกรกฎาคม-กันยายน

-ภาคเรียนที่ 2 เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

 

3.    ขั้นการสรุปผล

3.1   เขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม(พิบูลสงคราม) สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

3.2   นำผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้เป็นผลการพัฒนางานด้านส่งเสริมโภชนาการภายในโรงเรียน

 

ปฏิทินปฏิบัติงานการวิจัยในสถาบัน  ปีการศึกษา 2553

 ชื่องานวิจัย           การพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน  โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม(พิบูลสงคราม) สำนักงานเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

 

ขั้นตอนดำเนินการ

ระยะเวลา

พฤษภาคม

มิถุนายน

กรกฎาคม

สิงหาคม

กันยายน

1. ตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา

 

 

 

 

 

2. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

3. พัฒนานวัตกรรมเพื่อสำรวจหาปัญหา

 

 

 

 

 

4. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือในการวิจัย

 

 

 

 

 

5. ดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน

 

 

 

 

 

    5.1 ดำเนินการแจกแบบสอบถาม

 

 

 

 

 

    5.2 เก็บรวบรวมข้อมูล

 

 

 

 

 

    5.3 วิเคราะห์ข้อมูล

 

 

 

 

 

    5.4 ให้ความรู้ด้านโภชนาการควบคู่ 

          การออกกำลังกาย

 

 

 

 

 

6. เขียนรายงานผลการวิจัย

 

 

 

 

 

 ลงชื่อ.....................................................

            (    นางสาวศศิธร   มิ่งขวัญมา   )

                ครู   รับเงินเดือนอันดับ คศ.1

    หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา