การศึกษาคืออะไร
“การศึกษาคืออะไร” ได้ยินคำนี้มานานมาก แต่ก็ไม่เคยได้สนใจหาความหมายหรือคำจำกัดความอย่างแน่ชัด เนื่องจากเป็นคำที่คุ้นเคยตั้งแต่เป็นเด็กและเรียนหนังสือมาตลอด ทำให้ละเลยในการหาความหมาย ทั้งๆที่นั่นคือความสำคัญหลัก เพราะจะทำให้เราเข้าใจ และสามารถนำไปใช้อย่างเหมาะสมในการปฏิบัติงานในฐานะที่เราเป็นคนในวงการนี้ ซึ่งคิดว่านักเรียนในปัจจุบันก็เป็นเช่นกันเพราะครูไม่เคยสอนหรือบอกในเรื่องนี้
จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้จุดประกายคำนี้ “การศึกษาคืออะไร” ขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากการที่อยากจะเข้ามาหาความรู้ทางด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองรวมทั้งเป็นความต้องการของหน่วยงานด้วยนั้น ทำให้มีผู้ชี้แนะว่าควรจะอ่านหนังสือทางการศึกษาให้มากเนื่องจากไม่มีพื้นฐานวิชาทางด้านการศึกษามา จึงทำให้ได้รู้จักกับหนังสือ “การศึกษาคืออะไร” หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมคำบรรยายของท่านพุทธทาส ที่บรรยายอบรมนักศึกษาที่บวชภาคฤดูร้อน ณ สวนโมกขพลาราม ซึ่งเป็นชื่อหนังสือที่ไม่เคยได้รู้จัก แต่ในฐานะที่อยากจะมาเรียนทางด้านการศึกษาและทำงานอยู่ในแวดวงการศึกษา (ในระดับผู้ปฏิบัติชั้นล่าง) จึงได้ไปหามาอ่าน ในหนังสือมีหลายเรื่องแต่ละเรื่องอ่านแล้วทำให้ได้หยุดคิดว่าเราในฐานะครูสอนหนังสือนั้น ได้สอนสิ่งที่ท่านพุทธทาสสอนไว้บ้างหรือไม่ และเรื่องที่อ่านแล้วสนใจมากคือ การศึกษาของโลกปัจจุบัน ซึ่งเนื้อหาโดยสรุป คือ “คนในโลกไม่สนใจต่อบรมธรรม จึงจัดทำสิ่งต่างๆ ไปในลักษณะที่ไม่ตรงต่อความมุ่งหมายของสิ่งที่เรียกว่า บรมธรรม อันเป็นของจำเป็นที่สุดสำหรับมนุษย์นั่นเอง.”
และขออ้างในตอนหนึ่งในคำบรรยายที่ว่า
“การศึกษาแผนปัจจุบันของโลก, ในทีนี้ก็อยากจะระบุของพวกฝรั่ง, เพราะการศึกษาส่วนใหญ่ของโลกนั้นเดินตามแผนของพวกฝรั่ง พูดว่าการศึกษาของพวกฝรั่งจะถูกกว่า. พวกนี้เอาเรื่องศีลธรรม เอาเรื่องศาสนาออกไปจากปทานุกรม ยิ่งขึ้นทุกที เอนไซโคลปิเดียชุดใหม่ ชุดละ ๑๒ เล่มใหญ่ๆสำหรับเด็ก ของบริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดของอังกฤษ ในการที่เขาทำเอนไซโคลปิเดีย คุณไปค้นดูเถอะไม่มีคำว่า Moral, morality, Religion ในปทานุกรมชุดนั้น. นี่ก็เป็นสิ่งที่ ควรจะสังเกตดูสังเกตเห็นว่ามันเป็นอย่างไรกัน. มองดูด้วยเจตนาดีที่สุดแล้ว ก็มองเห็นว่าเขากำลังแยกออกจากกัน ถ้าใครจะสนใจเรื่องศาสนา เรื่องศีลธรรม ก็ให้ไปค้นคว้าเอาเอง เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก จากส่วนพื้นฐานหรือส่วนใหญ่. แต่ที่เขามีไว้นั้นเป็นเรื่องวัตถุทั้งนั้น แล้วแถมยังมีคำว่า Communism อะไรอย่างละเอียดหลายหน้า นี่ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่ส่วนที่มันจะเป็นที่พึ่งได้ คือ เรื่องศาสนา เรื่องพระเจ้า เรื่องศีลธรรม กลับไม่มีในปทานุกรม นี้ก็แปลว่าเด็กๆ ไม่ต้องรู้จักสิ่งเล่านี้กัน หรือยุวชนนั้นไม่มีโอกาสที่จะรู้จักสิ่งเหล่านี้ รู้จักแต่สิ่งที่เป็นวัตถุสิ่งยั่วยวนให้หลงใหลในวัตถุ นี้มันกันละเอียดละออ มากมายเต็มไปทั้งนั้น; พร้อมทั้งสิ่งที่เขากลัว คือคอมมูนิสม ซึ่งก็เป็นเรื่องทางวัตถุ เป็นเรื่องแย่งชิงวัตถุ ต่อสู้กันทางวัตถุ.”
คัดลอกจากหนังสือ : การศึกษาคืออะไร? ชีวิตต้องเทียมด้วยควายสองตัว จัดพิมพ์โดย :ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม (หน้า 39-40)
จากบทความข้างต้นนั้นจะเห็นภาพรวมของหลักสูตรการศึกษาของไทยที่ผ่านมา ผลผลิตทางการศึกษาที่ได้จึงเน้นแต่วัตถุมากกว่าเรื่องของจิตใจ เน้นวิชาการที่จะสามารถสอบเข้าในคณะวิชาที่จบออกไปทำงานได้เงินมากได้ชื่อเสียง ส่งผลคือได้สิ่งของวัตถุดั่งใจทำให้ลืมนึกถึงคุณธรรม จริยธรรม ในสังคมที่ต้องอาศัยร่วมกัน ซึ่งมันหมายความรวมถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศเนื่องจากกลุ่มคนที่เข้าไปบริหารประเทศคือผลผลิตทางการศึกษาที่มองเห็นตัววัตถุเป็นสำคัญ ทำให้ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมรวมทั้งการศึกษาที่ดำรงอยู่ ขาดความสำนึกในธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นคือความวุ่นวายและเสียหาย
ในปัจจุบัน ศตวรรตที่ 21 ได้มีความพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาและการเรียนการสอนขึ้นอีกครั้ง โดยให้มีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เข้าไปในเนื้อหา แต่คงยากเพราะครูผู้สอนยังคงค่านิยมเดิมๆ ในวัตถุอยู่นั้น จะสอนนักเรียนให้เข้าใจในคุณธรรม จริยธรรม ได้อย่างไร
ดังนั้นควรทำสิ่งใด? อย่างใด? กับใคร? ที่จะสามารถทำให้การศึกษาไทยต่อไปในภายภาคหน้านั้นเน้นความคิดและจิตใจมากขึ้น ไม่ใช่ “คุณธรรม = คุณ-นะ-ทำ” ดังเช่นที่เป็นอยู่นี้
สวัสดีค่ะ
ขออนุญาต
นำไปใช้ที่ทำงานด้วยนะคะ
“คุณธรรม = คุณ-นะ-ทำ”
โดนจริง จริง
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีดีนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ