ก่อนอื่นต้องขอบคุณอาจารย์ณัฐพร สุพอดี ที่ได้กรุณา จัดทำหนังสือเล่มนี้ออกมาให้เราๆท่านๆได้อ่านกัน มีเรื่องราวที่ไม่เคยรู้มากมาย มองเห็นความเหนื่อยยากของงานชุมชน และการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ที่เคยตั้งคำถามกับตัวเองไว้ว่า จะทำให้ดีได้อย่างไร จะทำให้ผู้ป่วยตระหนัก เพื่อชลอภาวะแทรกซ้อนได้อย่างไร คำตอบนี้ดิฉันกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะตอบให้กับตนเอง ขอบคุณผู้เขียนในหนังสือเล่มนี้ทุกท่านที่เป็นดังแสงเทียนจุดประกายความคิดอะไรหลายๆอย่างให้กับดิฉัน
ตอนแรกที่จับ Population นี้ยังนึกลังเลเพราะเป็นปัญหาใหญ่เหลือเกิน แต่ก็คิดไปว่าถ้างานยากเราเกี่ยงแล้วคนไข้ใครจะดูแล น่าสงสารนะ นึกถึงภาพนายหลวงท่านทำงานไม่นึกเหน็ดเหนื่อย นึกถึงคำว่า ข้าราชการที่สลักหลังก็เกิดพลังขึ้น
ก่อนอื่นต้องปรับมุมมองก่อน ทุกอย่างขึ้นอยู่ก็ A Atitude ตัวเดียว มุมมองนี้ต้องเปลี่ยนใครบ้าง ก็เริ่มที่ตัวเอง ทีมสุขภาพ จนสุดท้าย ผู้รับบริการของเรา มุมมองที่ว่าที่ไ้ด้จากหนังสือเล่มนี้ก็คือ เบาหวานคืออะไร อาจารย์บอกว่า ถ้าเรายังมองแบบ medical model เราก็จะเห็นว่ามันเป็นความผิดปกติของร่างกาย ของการใช้/การผลิต อินซูลิน อยู่อย่างนั้น แก้กันที่การใช้น้ำตาลอยู่ไม่จบสิ้นเหมือนไล่จับ โจรกระจอก แต่ถ้าเรามองใหม่ว่า เบาหวานคือ ภาวะที่เกิดจากการเสียสมดุลของวิถึชีวิต เราก็จะเกิดแนวคิดในการดูแลไปที่วิถีชีวิต ไปดูว่าอะไรทำให้เสียสมดุล มุมมองเปลี่ยนการดูแลเปลี่ยน เริ่มต้นก็น่าสนใจใช่ไหมค่ะ แล้วถ้ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงหรือสนุกๆจะเอามาเล่าให้ฟังใหม่นะค่ะ ^______^
นิสิตป.โทปี1 ม.บูรพาค่ะ
..สวัสดีค่ะคุณ..Hathaikan Hongkajok..ยายธีสนใจอยู่ค่ะ..เมื่อไรมีต่อคะ..ยายธีกำลังสงสัยอยู่หลายๆข้อของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม..กับอินซูลิน...การดูแลตนเอง (เบาหวานประเภท สอง)....ยายธีค่ะจะคอยติดตาม..เจ้าค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ที่มาให้กำลังใจ มีตอนต่อไปเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมตามมาตรฐานของ ADA ค่ะ