

| ค่านิยมหลัก (Core Value : UMPHANG) |
อุ้มผาง (UMPHANG)..เป็นอำเภอที่ถูกกล่าวขาน รู้จักกันมากในกลุ่มของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างก็หวังจะเป็นผู้พิชิตการเดินทางผ่าน ๑,๒๑๙ โค้ง เดินป่า ล่องแก่ง สัมผัสความเย็นฉ่ำจากละอองของน้ำตกทีลอซู น้ำตกที่ถูกจัดให้อยู่ในอับที่ ๖ ของโลก นอกจากนักท่องเที่ยวแล้วไม่มีใครคิดที่จะเดินทางไปอยู่ที่อุ้มผาง โดยเฉพาะข้าราชการมักจะมีความเชื่อต่อๆกันมาว่าอุ้มผางคือ..แดนเนรเทศ
หลังจากที่ผมทราบข่าวว่าจังหวัดมีคำสั่งย้ายจากอำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ให้ไปปฏิบัติหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุ้มผาง ในขณะที่ผมกำลังคุยกับผู้ใหญ่ดำ(นายสุทัศน์ มุขพรม)เรื่องการจัดทำแผนชุมชนของบ้านเพชรชมภู ตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า ตอนสายๆของวันเสาร์ เล่นเอาผมน้ำตาร่วง นึกถึงภาพของอุ้มผางจากคำบอกเล่า ทำให้ผมต้องเอ่ยถามขึ้นมาว่า "ผมผิดอะไร" พอตั้งสติหยุดความคิดตรงนั้นได้ผมเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า "อุ้มผางไปทางไหน" เปลี่ยนการสนทนาเรื่องแผนการทำงานเป็นแผนการเดินทางทันที
วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ วันที่ต้องไปรายงานตัวปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง หลังจากกล่าวอำลาต่อที่ประชุมประจำเดือนหัวหน้าส่วนราชการและกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอวังเจ้า บ่ายโมงเศษๆ ผมขับรถจากที่ว่าการอำเภอวังเจ้า มุ่งหน้าสู่อำเภออุ้มผาง โดยเอาระยะทาง ๒๓๐ กิโลเมตร เป็นตัวตั้ง กำหนดเองว่าใช้เวลาขับรถไม่เกิน ๓ ชั่วโมง รายงานตัวทันตามกำหนดแน่นอน วันแรกก็พลาดผิดจากความคาดหมาย ผมใช้เวลาในการเดินทางสู่อุ้มผางครั้งแรกของชีวิตหมดไป ๕ ชั่วโมง ต้องได้รายงานตัวในวันรุ่งขึ้น ระหว่างการเดินทางผมเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำงานเพื่อทดสอบศักยภาพของตัวเอง ถือเป็นสนามรบของ "พัฒนากร" ประมาณนั้น ผมส่งข่าวให้พี่ น้องในครอบครัวทราบ พี่ชายผม (ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์) กลับแสดงความยินดีที่ผมได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบแห่งการเรียนรู้ "ดีจังเลย เขียนบันทึก ถ่ายภาพไว้เยอะนะ พีระทำได้และทำดีอยู่แล้ว" เป็นกำลังใจกระตุ้นต่อมทำงานขึ้นมาทันที สวนทางกับหลายท่านที่พอทราบข่าวแล้วถามกลับว่า "มีความผิดอะไรหรือ?" ผมจำเป็นต้องยิ้มแทนที่จะตอบคำถาม ผมได้บ้านพักอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ ๒๐๐ เมตร ห่างจากตลาดประมาณ ๓๐๐ เมตร น้อยกว่าสมัยที่เดินไปเรียนซะอีก
"สวัสดีครับ..สวัสดีค่ะ" คำทักทายของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปยังที่ว่าการอำเภอ เป็นเช่นนี้ทุกวัน จนผมปฏิบัติตามจนกลายเป็นเรื่องปกติที่ยกมือไหว้สวัสดี ทุกคนที่เป็นพี่แม้กระทั่งภารโรง เป็นภาพบรรยากาศที่น่าชื่นชมจริงๆ ผมทำโครงการ "เยือนถิ่น กิน นอน งาน" และโครงการ "ตำบลน่าอยู่ หมู่บ้านละหนึ่งเด่น" เป็นโครงการริเริ่มนำเสนอในการสัมมนาระดับจังหวัด ผลตอบรับคือไม่ได้รับความสนใจ กลับถูกกล่าวถึงเป็นว่าโครงการกินกับเที่ยว แต่ก็ไม่ล้มเลิก กลับมุ่งมั่นที่จะทำตามความตั้งใจ(จะหาโอกาสเขียนนำเสนอรายละเอียดและผลให้ช่วยพิจารณาเสนอแนะ)จนกระทั่งปลายปีเดียวกันนั้น กรมการพัฒนาชุมชน มีคำสั่งย้ายและบรรจุแต่งตั้งพัฒนาการอำเภอคนใหม่ (นายประทวน ศรีรัตนพันธ์) ซึ่งก็มีความคุ้นเคยในฐานะรุ่นพี่ เคยเห็นขึ้นเวทีทางวิชาการอยู่บ่อย และชื่นชมในความเป็น "นักคิด" และ "ผู้กล้าแสดงออก" หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แนวคิดการทำงาน โครงการที่เก็บไว้ถูกนำมาใช้ในการทำงานของ "ทีม" ทั้งหมด ๓๖ หมู่บ้านทั้งใกล้และแสนไกลทีมงานของเรา "เข้าถึง" และ "เข้าใจ" ได้ข้อมูล ได้ภาคีร่วม ได้ประสบการณ์อย่างมากมาย ผมได้พูดถึงสิ่งดีของอำเภออุ้มผาง สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครกล่าวถึง ให้กับท่านพัฒนาการอำเภอฟัง นั่นคือ การไหว้แล้วกล่าวทักทายว่าสวัสดี ไม่ว่าจะในที่ทำงาน ในหมู่บ้าน แม้กระทั่งข้างถนน กลางตลาด จนเกิดภาพติดตา "นี่แหละอัตลักษณ์ของอุ้มผาง เราต้องทำให้เป็นแบบอย่างกับสังคมอื่น" ความเป็นนักวิชาการ เป็นนักคิดของพัฒนาการอำเภอ ผุดขึ้นมาทันที พร้อมกับเสนอ "ค่านิยมหลักอุ้มผาง" (Core Value : UMPHANG) มาอุ้มผาง นอกจากจะได้ชมธรรมชาติแล้ว ยังจะได้ยลคนที่อยู่ในอุ้มผาง เขามีค่านิยมหลัก ดังนี้
Unity เป็นหนึ่งเดียวกัน
Morality มุ่งมั่นทำดี
Participatory ภาคีร่วมใจ
Hardy ไม่หวั่นไหวอุปสรรค
Accountability ตระหนักในส่วนรวม
Naturalist ร่วมอนุรักษ์พงไพร
Generosity เบิกบานแจ่มใสเมื่อทำงาน
ไม่ผิดหวังเลยครับ ที่ได้ผู้นำที่เป็นต้นแบบ เพียงแค่การเรียนรู้ความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของสมาชิกในสังคม ก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการคิดวิเคราะห์เป็น "ค่านิยมหลัก" ออกมาได้ เป็นการคิดนอกกรอบ (Out of box) กลายเป็นนวัตกรรม (Innovation) ที่จะทำให้หลายคนสมัครใจที่จะไปอยู่อุ้มผาง หรือก้าวออกไปสู่สังคมเมืองได้อย่างภาคภูมิ
ชอบมากอยากมีผู้นำต้นแบบอย่างนี้มั่ง
เยี่ยมมาก อย่าลืมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ชายขอบที่คุณทับใจเพิ่มด้วยนะ