โรงเรียนวัดจุฬามณี(ชุณหะจันทประชาสรรค์) อำเภอบางบาล lสพท.พระนครศรีอยุธยา เขต 2

โครงการขับเคลื่อนกระบวนการคิดสู่ห้องเรียน
 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2   ปีงบประมาณ
2552
                   โรงเรียนวัดจุฬามณี(ชุณหะจันทประชาสรรค์) อำเภอบางบาล   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
                           โครงสร้างการพัฒนากลวิธีการสอนคิดให้แก่ครูผู้สอน  ใช้วิธีการ  ครูผู้สอนศึกษา  เรียนรู้และนำไปใช้
                   1. ทำความเข้าใจ  เป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์  ว่าต้องการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างไร  ถ้าต้องการให้นักเรียนรู้จักทักษะการคิด   สามารถดำเนินการสอนด้วยวิธีใดก็ได้เพื่อให้ตอบ  และอธิบายได้ว่าทักษะการคิด  หมายความว่าอย่างไร  มีประโยชน์อย่างไร   มีอะไรบ้าง
                           1.1 ถ้าต้องการให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิด  มีวิธีคิดที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล หมายความว่ามีความรู้  และปฏิบัติได้  นำไปใช้ได้  อาจดำเนินการสอนด้วยการให้ความรู้และฝึกปฏิบัติกระบวนการคิด  ขั้นตอนการคิด  เทคนิคการคิดแต่ละแบบหรืออาจดำเนินการโดยให้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  โดยนำขั้นตอนกระบวนการหรือเทคนิควิธีมาให้ปฏิบัติที่ละขั้นตอน จนเกิดความรู้  ความเข้าใจในทุกขั้นตอนด้วยตนเอง
                           1.2  ถ้าต้องการส่งเสริมและพัฒนาทักษะการคิดที่นำไปสู่นักคิด  คิดเป็น  ตัดสินใจเป็น  แก้ปัญหาเป็น  และมีความคิดสร้างสรรค์  จำเป็นต้องมีการบูรณาการ  การสอนให้คิดเป็น  และฝึกทักษะการคิดทุกๆประเภทในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่นักเรียนต้องเรียนรู้ทุกระดับชั้นและต่อเนื่องสม่ำเสมอหมายความว่า  ครูต้องรู้จักทักษะการคิดลักษณะการคิดในแต่ละแระเภท  รู้จักเทคนิคพัฒนาทักษะการคิด  วิธีการและกิจกรรมการฝึกคิดต่างๆที่จะนำมาส่งเสริมและพัฒนาทักษะการคิดให้แก่ผู้เรียนรวมทั้งที่คิดเป็นกระบวนการ  คิดเป็นระบบ  ซึ่งจะต้องสมบูรณาการทักษะการคิดแบบต่างๆ  มาใช้เพื่อจะได้สามารถคิดหาคำตอบ  หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ  ได้
                   2.  การใช้คำถามในการสอนคิด และพัฒนาทักษะการคิด 
                           2.1  เทคนิคการใช้คำถาม  เพื่อปรับปรุงทักษะการคิดของเด็กเล็กได้แก่
                                   1. ความรู้.............ความคิดที่เป็นรูปธรรม   
                                   2. ความเข้าใจ......... ความคิดที่เป็นรูปธรรม   
                                   3. การนำไปใช้............... ความคิดที่เป็นรูปธรรม    
                                   4. การวิเคราะห์.วามคิดที่เป็นนามธรรม หรือทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ     
                                   5. การสังเคราะห์........ความคิดที่เป็นนามธรรม หรือทักษะการคิดอย่างมี
                                       วิจารณญาณ     
                                   6. การประเมินผล.........ความคิดที่เป็นนามธรรม หรือทักษะการคิดอย่างมี
                                       วิจารณญาณ       
                           2.2  คำถามที่ส่งเสริมทักษะการคิดระดับสูง  ได้แก่
                                  1.  คำถามเพื่อความชัดเจนครอบคลุม
                                  2.  คำถามเพื่อข้อสันนิษฐาน( ต้องอาศัยการคาดคะเนตามความคิด  ความเชื่อ 
                                       หลักฐาน)
                                  3.  คำถามที่เกี่ยวกับความคิดเห็นและมุมมอง
                                  4. คำถามเกี่ยวกับการนำไปใช้และผลที่เกิดขึ้น
                                  5. คำถามที่ต้องการเหตุผลและหลักฐาน
                               คำถามเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการคิดระดับสูงต่อไป ดังนั้นนักเรียนจะมีทักษะการคิดหรือไม่ ระดับใดขึ้นอยู่กับการจัดการเรียนรู้ของครูเป็นสำคัญ
                   3. ประเภทของการคิดระดับสูง จัดลำดับ จำแนก จัดกลุ่ม จัดประเภท เปรียบเทียบความเหมือน ความต่าง ตั้งสมมติฐาน ลงข้อสรุป อธิบายให้เหตุผลในการสรุป จำแนกความจริงจากความคิดเห็น ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ระบุเหตุและผล สร้างแนวคิดใหม่ ตัดสินใจ สืบเสาะหาความรู้ วางแผน ระบุ จัดระบบ
                   4. รูปแบบการสอนทักษะการคิด
                           4.1 คิดแบบแนวนอน หรือคิดนอกกรอบ ( Lateral thinking ) ตามแนวคิดของ De Bono’s Six Hats
             หมวกสีขาว แทน เหตุ – ผล ข้อเท็จจริงของข้อมูล วัตถุประสงค์ของหมวกสีขาวเพื่อตรวจสอบความจริง ข้อมูล                                         
             หมวกสีแดง แทนความรู้สึก วัตถุประสงค์ของหมวกสีแดง เพื่อให้พูดแสดงความรู้สึกจากความคิดเห็น ตามสัญชาติญาณ ประสบการณ์
             หมวกสีดำ แทน เหตุ – ผลในทางลบ วัตถุประสงค์ของหมวกสีดำ เพื่อเตือนให้ระวัง เป็นหมวกที่ใช้มากที่สุด มีค่ามากที่สุด
             หมวกสีเหลือง แทนเหตุ ผลทางบวกมองในแง่ดี วัตถุประสงค์ของหมวกสีเหลืองเพื่อยืดหยุ่นมองหาผลกำไร บนฐานของเหตุ- ผล
             หมวกสีเขียว แทนความคิดสร้างสรรค์ วัตถุประสงค์ของหมวกสีเขียวเพื่อให้คิดหาทางเลือกใหม่ๆมาเพิ่มเติมคิดหลากหลายแนวทาง
             หมวกสีน้ำเงิน แทนการคิดทบทวนหรือกระบวนการควบคุมการใช้หมวกทุกใบ วัตถุประสงค์ของหมวกสีน้ำเงิน เพื่อให้ผู้นำกลุ่มใช้กำหนดวาระสำหรับคิด สรุปความและตัดสินใจ
                           ถ้าเป็นเรื่องใหม่ๆ   หรือปัญหาใหม่ๆ   จัดลำดับหมวกดังนี้
                                1. สีขาว     2 สีเขียว    3. สีเหลือง   4. สีดำ       5. สีแดง    6. สีน้ำเงิน
                           ถ้าเป็นเรื่องคุ้นเคย รู้มาก่อน จัดลำดับหมวกดังนี้
                                1. สีแดง   2. สีเหลือง     3. สีดำ    4. สีเขียว    5. สีขาว    6. สีน้ำเงิน
                           หรือจะจับคู่  หมวกสีขาว     คู่กับ    หมวกสีแดง
                                               หมวกสีดำ      คู่กับ    หมวกสีเหลือง 
                                               หมวกสีเขียว   คู่กับ    หมวกสีน้ำเงิน
                           4.2 ยุทธวิธีการสอนคิดอย่างมีวิจารณญาณ
                                           จำแนก จัดกลุ่มหรือประเภท   ค้นหาปัญหา   ส่งเสริมสภาพแวดล้อม
                           4.3 ยุทธวิธีการสอนคิดสร้างสรรค์
                                           การสื่อความหมาย การวางแผน   การตัดสินใจ การคาดคะเน
                   5. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ นักเรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
                           5.1 การระดมสมอง
                           5.2 แผนผังความคิดแบบต่าง ๆ แผนที่ความคิด หรือ   Mind Map   แผนภูมิรูปดาว 
                                 เป็นแผนผังมโนทัศน์ประเภทใยแมงมุม
แผนภูมิแบบใยแมงมุม  แผนภูมิแบบลูกโซ่ 
                                 แผนภูมิต้นไม้     

                                             5.3    การเรียนรู้แบบ 4 MAT
           5.4    การเรียนรู้ด้วยการทำโครงงาน
           5.5    การเรียนรู้แบบร่วมมือ
           5.6    การสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ด้วยเทคนิคต่าง ๆ
                   วิธีการสอนที่โรงเรียนวัดจุฬามณีใช้ในการขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียน
                           ระดับปฐมวัย ใช้การสอนเน้นการฝึกทักษะการเตรียมความพร้อม
                           ระดับช่วงชั้นที่ 1- 2   ใช้การสอนด้วยเทคนิคผักกราฟิก ชนิดแผนผังใยแมงมุม
 
 
 
                    
 
                    ระดับช่วงชั้นที่ 3   ใช้การสอนด้วยเทคนิคฝังกราฟิก ชนิดแผนที่ความคิด Mind Map
  
 
 
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เป็นการสอนทักษะการคิดโดยตรง ได้แก่
                   - คณิตศาสตร์ เช่น   ทักษะการคิดเลขเร็ว การแก้โจทย์ปัญหา
                   - วิทยาศาสตร์ เช่นการทดลอง
                   - ภาษาไทย เช่น การแต่งคำประพันธ์ งานเขียนเชิงสร้างสรรค์
                   - โครงงาน หรือ โครง ในทุกสาระการเรียนรู้
การสอนคิดแบบต่าง ๆ เช่น คิดนอกกรอบ คิดคล่อง คิดสร้างสรรค์ ฯลฯ
                   - ใช้แบบฝึกที่มาจากหน่วยงานต้นสังกัด
                   -   ใช้แบบฝึกหัดจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ
                   ผลการจัดการเรียนการสอนของครูที่สามารถส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการจากการประเมินของครู เมื่อสอนด้วยกระบวนการคิดในช่วง 2  ปีการศึกษานี้ครูแนะนำนักเรียนเพียงเล็กน้อย หรือแทบไม่ต้องช่วยเหลือนักเรียนเลย นักเรียนสามารถเข้าร่วมแข่งขัน และมีความสามารถถึงระดับการได้รับรางวัล 
                   ผลที่เกิดขึ้นแก่นักเรียนในโครงการขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียน โคลเบอร์ก จัดเหตุผลเชิงจริยธรรมตามแนวคิดของความไม่เห็นแก่ตัว เป็น 6 ระดับ คือ
                   ระดับที่ 1 เชื่อฟังผู้ใหญ่ หรือหลีกเลี่ยงการลงโทษ
                   ระดับที่ 2 แลกเปลี่ยน หมูไปไก่มา
                   ระดับที่ 3  เด็กดี ต้องการคำคม ความรัก ความยินดีจากผู้อื่น
                   ระดับที่ 4 ทำเพื่อผลดีของกลุ่ม สังคมยึดระเบียบ กฎ กติกา
                   ระดับที่ 5  ทำเพื่อผลดี และพัฒนาสังคม ดีกว่าระเบียบ ต้องการนำสู่ผลดีความเจริญของสังคม
                   ระดับที่ 6 เสมอภาคต่อทุกคนทุกระดับมีค่าเท่ากันเป็นสุขอย่างทั่วถึงทุกคนรับผลดีถ้วนทั่วหน้า
การแสดงออกด้าน การมีค่านิยมและจริยธรรม
ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2550 ตามแนวคิดของ โคลเบอร์ก 

            ได้แก่
                   ระดับที่ 1   นักเรียนกลุ่มนี้   งานการใดๆ ต้องตามบอกแล้วยังไม่ทำ ต้องบังคับจึงจะปฏิบัติ  อ้างเหตุ ลืม มีเกเร
                   ระดับที่ 2 นักเรียนกลุ่มนี้   ทำ ปฏิบัติตามเพราะกลัวถูกลงโทษและต้องการได้คะแนน 
บางครั้งมีลืมตัวบาง
                   ระดับที่ 3   นักเรียนกลุ่มนี้   งานการใดๆ บอกเตือนบางครั้ง ทำส่งปกติ ต้องการคะแนนดีๆ  ไม่เกเร           
                   ระดับที่ 4   นักเรียนกลุ่มนี้   งานใดๆไม่ต้องบอก ทำส่งปกติ ต้องการคะแนนดีๆ ทำไม
ต้องถามทุกครั้ง
                   ระดับที่ 5  นักเรียนกลุ่มนี้   ทำเพื่อผลดี และพัฒนาสังคม ดีกว่าระเบียบ ต้องการนำสู่ผลดีความเจริญของสังคม
                  ระดับที่ 6  นักเรียนกลุ่มนี้   เสมอภาคต่อทุกคน ทุกระดับ ทุกคนมีค่าเท่ากัน เป็นสุข
อย่างทั่วถึง ทุกคนรับผลดีถ้วนทั่วหน้า
                   ผลที่เกิดขึ้นแก่คณะครูในโรงเรียนโครงการขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียน 
                   ระดับที่ 1 บรรยายครบตามเนื้อหา สิ่งที่สอนไม่สัมพันธ์กัน ขาดความคิดรวบยอด ไม่เชื่อมโยงกับมาตรฐานประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน งานที่มอบหมายเน้นแบบฝึกหัดทบทวน การตรวจงานเพื่อรู้คำตอบ ถูก ผิด เท่านั้น
                   ระดับที่ 2 สอนครบเนื้อหาตามมาตรฐาน นักเรียนรวบรวมข้อมูล ฟัง อ่าน สังเกต บันทึกสิ่งที่เรียนสัมพันธ์กันเล็กน้อย ใบงาน ใบความรู้ ไม่ลึกซึ้ง ครูบอกความคิดรวบยอด งานที่มอบหมายเปิดโอกาสให้ตอบหลากหลาย การตรวจงานมีหลักเกณฑ์คร่าวๆ
                   ระดับที่ 3 ใช้คำถามช่วยให้นักเรียนค้นพบความสัมพันธ์ของเนื้อหา ทักษะ ความคิดรวบยอดในมาตรฐานของสาระการเรียนรู้ ช่วยให้นักเรียนจำนำไปใช้ได้ดี งานที่มอบหมายท้าทาย ซับซ้อนการประเมินมีเกณฑ์ที่ชัดเจน นักเรียนใช้เป็นแนวพัฒนางานได้ เปิดรับสิ่งที่แตกต่าง
                   ระดับ 4 ใช้คำถามหลากหลายให้วิเคราะห์ สังเคราะห์ หาทางเลือก สร้างความคิดรวบยอด สรุปหลักการได้เอง งานที่มอบหมายเชื่อมโยงกับชีวิตจริง กระตุ้นให้ไตร่ตรองวิธีคิด เข้าใจมุมมองที่หลากหลาย ใช้มิติคุณภาพประเมินงาน/ การแสดงออกท้าทายให้คิดทำต่อยอด
                   ระดับที่ 5 ช่วยให้นักเรียนวางแผน ลงมือปฏิบัติ สร้างองค์ความรู้จากการปฏิบัติ เข้าใจวิธีการคิดการเรียนรู้ของตน และนำวิธีการเรียนรู้นั้นไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ครูและนักเรียนใช้มิติคุณภาพร่วมกันประเมินงาน / การแสดงออก ครูค้นพบลีลา เห็นช่องทางพัฒนาการสอนคิด เผยแพร่ พาเพื่อนครูพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
 

 

ภาพกิจกรรมการนิเทศติดตามโครงการการขับเคลื่อนกระบวนการคิดสู่ห้องเรียน