หลักการทำงาน
เพราะคนเราหลากหลาย ถนัดต่างกัน ชอบต่างกัน แต่ถ้าเกิดชอบเหมือนกัน ขอให้เว้นอย่างเดียวนั้น คือ "แฟน" ซึ่งอาจทำให้ยุ่ง ยิ่งกว่ายุงตีกันครับ แฟนของใคร ก็ของมัน เรื่องแฟนเป็นของร้อน ครับพูดมากไม่ดี มาพูดเรื่องอาชีพกันดีกว่าครับ สบายใจดี ซึ่งผมว่า ทุกอาชีพ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทั้งนั้นขอให้ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดก็แล้วกัน เรื่องของการทำงานในอาชีพต่าง ๆ บางครั้งเราก็อาจได้ยินทั้งคำว่า "อาชีพ" และ "วิชาชีพ" หลายคนก็งง ว่าไปแยกทำไมให้วุ่นวาย เพราะทั้งสองอย่าง ก็ทำให้คนที่ทำงาน มีเงิน มีเกียรติ ศักดิ์ศรีทั้งนั้น แล้วแต่ใครจะประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพอะไร
ส่วนใหญ่แล้วชีวิตคนเรา ก็จะมีอาชีพที่เป็นงานประจำได้ไม่กี่อาชีพครับ บางคนประกอบอาชีพเดียวเกือบตลอดชีวิต และอาจมีอาชีพที่สองคือ อาชีพคนชรา ที่ได้มาตอนเกษียณอายุ บางคนอย่างเก่งก็เปลี่ยนอาชีพ 3-4 อาชีพ เช่น จากครูไปเป็นคนขายประกัน และถ้าคารมดี มีเพื่อนมาก ก็อาจก้าวหน้าไปเป็นนักการเมืองอะไรทำนองนี้ และมีมีน้อยคน ที่อาจเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น เพราะยังอาจหาตัวเองไม่เจอ ว่าเหมาะสมกับอาชีพอะไรกันแน่ เพราะเก่งไปเสียทุกอย่างทำอย่างโน้นก็ดี ทำอย่างนี้ก็เยี่ยม
ในที่ทำงานบางคนที่ผมรู้จักบอกว่า ก่อนที่จะมาทำงานที่นี่ ตัวเองเปลี่ยนอาชีพมาแล้ว 7-8 อาชีพ ฟังแล้วทำเอาผมทึ่งในความสามารถ ว่าคนอะไรจะเก่งกาจ สามารถขนาดนั้น แต่ก็ไม่กล้าถาม ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เปลี่ยนอาชีพได้มาก เหมือนกับเปลี่ยนเสื้อผ้า และไม่รู้ว่าพี่แกจะเปลี่ยนอาชีพต่อไปอีกหรือเปล่า จะได้ขอเคล็ดลับการทำงานบ้าง...แฮ่ม
มาถึงเรื่องการทำงานในอาชีพ หรือวิชาชีพต่างๆ กันบ้างครับ คนเราจะก้าวหน้าในการทำงานได้นั้น ต้องมีผลการทำงานออกมาดี ถึงดีมาก คือ ทำงานได้ตามเป้าหมาย หรือเกินเป้าหมายที่องค์กรนั้นๆ ตั้งไว้ ดังนั้นต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานนั้นๆ เป็นอย่างดี ผลงานจึงออกมาดี เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า “รู้อะไร แม้รู้เพียงอย่างเดียว รู้ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” จะเห็นว่ามีหนังสือเกี่ยวกับ ทำงานอย่างไรให้รุ่ง ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บางเล่มก็ติด Best seller เพราะต่างก็ต้องการความก้าวหน้าในการทำงาน ด้วยกันทั้งนั้น แต่ผมขอสรุปประเด็นที่ทำงานให้ประสบความสำเร็จเลยแล้วกันครับคือ ต้องมีใจรักในงาน มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่จะก้าวหน้า รู้จักวางตัวให้เหมาะสม รวมทั้งมี EQ ดี ก็จะประสบผลสำเร็จในการทำงานนั้นแน่นอน
สำหรับผู้ที่เปลี่ยนงานบ่อยๆ โดยหัวหน้างานเก่าให้เหตุผลว่า ท่านมีความสามารถมากเกินกว่าตำแหน่งที่ทำนั้น หรือ ถ้าได้ไปทำงานที่ใหม่แล้ว ต้องดีกว่าเดิมแน่นอน เพียงแต่ต้องก้าวออกไป อะไรทำนองนี้ ก็นับว่าเป็นเหตุผลที่ดูดีจนยากที่จะแย้งว่าตนเองทำงานไม่ดี ไม่ได้เรื่อง เลยต้องขออยู่ทำงานที่เดิม ก็เล่นยกคำชมมาเป็นเหตุผลนี่ครับ แม้จะเป็นเหตุผลที่ค่อนข้างดีแบบพิกลสักหน่อย แต่ถ้าคิดในแง่บวก ก็อาจเข้าข่าย “เก่งเกินพิกัด” ความสามารถมากล้น เกินจะให้ทำงานที่เดิมได้ แล้วท่านละครับหัวหน้าชมว่าเก่งเกินพิกัดบ้างหรือเปล่า....

สวัสดีครับ
แวะมาอ่านครับ
ขอบพระคุณครับ...
เรื่องที่อยากเขียนมีมากมาย ( ตามประสบการณ์แห่งชีวิต ) แต่บางครั้งก็ขี้เกียจเสียเฉยๆงั้นแหละ
บางครั้งได้อ่านบันทึกคนอื่นก็เอ...เราก็เคยเจอแบบนี้ เราก็เคยมีแบบนี้ เลยเข้าไปแจมกับเขาด้วย ก็ไม่ต้องเขียนบันทึกของเรา
กะว่าสักอาทิตย์ละบันทึกกำลังดี เพราะจะได้เลือกเรื่องที่คิดว่าเข้าท่าเหมาะสมและมีเวลาเรียบเรียงคำพูดให้สละสลวย อีกอย่างคนอ่านจะได้อ่านอย่างทั่วถึง เพราะบางคนก็มีเวลาเข้ามาบ่อย บางคนก็นานๆเข้ามาที
ยินดีจ้าดนักเน้อตี้ได้เข้ามาอ่านเรื่อง...เก่งเกินพิกัด ต๋อนนี่ปี้ก่กะลังเก่งเกินพิกัดอยู่เพราะ.....ว่างงาน แหะ...แหะ
สวัสดีค่ะน้องชำนาญ
อาจารย์ชำนาญก็เก่งเกินพิกัดนะค่ะ มีความสามารถรอบด้าน น่าชื่นชม ทำงานประจำแล้วยังมีเวลา มีความสามารถนิเทศน์นักศึกษามหาวิทยาลัย ทำได้ดีซะด้วย
เรื่องการเขียนblog พี่อุ้มว่างานเขียนไม่เร่งค่ะ อิสระ สบายๆ เขียนได้ก็เขียน นึกไม่ออกก็เว้นวรรคก่อน ถ้าใจรักก็เขียนได้เรื่อยๆตามโอกาสและเวลาจะอำนวย ประมาณสัปดาห์ละเรื่องแบบพี่kruguiว่าก็พอดีค่ะ
พี่อุ้มมองว่าน้องมีพรสวรรค์เรื่องการเขียนนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
จะเดินทางไกลหมื่อหลี่ ต้องเริ่มที่ก้าวแรกเสมอ
เป็นกำลังให้นะครับ
จริงนะคะ
เรียนรู้ในสายงานของเราอย่างเชี่ยวชาญ
ทำงานอย่างมีคุณภาพ..เพียงพอแล้ว
สวัสดีค่ะ
น้องชำนาญ พี่กุ้งไม่เก่งค่ะ เเต่ว่าตั้งใจทำงานที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด สิ่งที่ได้รับก็คือความสุขใจ รางวัลที่ได้ก็เป็นผลลัพท์สุดท้ายที่มันตามมาเอง ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ เเละไม่คิดว่าตัวเองเก่งค่ะ คิดถึงน้องชำนาญนะ ก็เลยเเวะมาเยี่ยม เหมือนอยู่ขอนเเก่นเลยเนาะ เพราะ GOTOKNOW เเท้ๆ ที่ทำให้พี่กุ้งหายเหงาบ้าง เพราะตอนนี้มาไกลบ้านขอบคุณที่เเวะไปทานส้มตาสิงคโปร์ด้วยกัน
สวัสดีค่ะ
ตอนแรกที่Krudala เข้ามาเขียนบันทึก ไม่รู้จะเขียนอะไร ก็ไปเอาตำราที่เพิ่งผ่านการอบรมมาเขียน คิดว่ามันจะอยู่ตรงกลาง อ้าว!...มันไปอยู่ตรงคำอธิบายบล๊อคไป แล้วจะเอาอะไรมาเขียนอีกล่ะ...พอดีว่าอ่านหนังธรรมะแล้วบันทึกย่อๆใส่กระดาษไว้ ก็เอามาเขียนลงไป วันแรกไม่มีใครมาอ่านก็คิดว่า เออ...บันทึกของเราคงไม่เข้าท่า....ต่อมาก็มีคนเข้ามาอ่านและให้ความเห็นต่างๆ อาจาย์ดร.ขจิตนำทีมเข้ามา ก็ดีใจมีกำลังใจ ทั้งๆที่เอารูปลงก็ไม่เป็น ก็ได้กำลังใจจากอาจารย์ ดร.ขจิตจนเอารูปขึ้นได้ และผองเพื่อน gotoknow ที่เข้ามาทักทายให้กำลังใจ ก็พยายามอ่านบันทึกของคนอื่นๆบ้าง เรียนรู้วิธีการเขียนเอามาปรับปรุง ค่อยๆดีขึ้น...(พูดเองหรือเปล่า...อิ..อิ..)
พูดถึงการทำงาน Krudala ไม่เข้าสเปคกับข้อไหนเลย ไม่เชี่ยวชาญ ไม่เก่ง ไม่เด่น ไม่ดัง เลยไม่ได้ถูกเพ่งเล็ง เพราะทำยังไงก็ไม่เคยได้เด่นกับเขาหรอก เงียบเป็นน้ำนิ่งไหลลึกอยู่อย่างนี้ตลอดไปแหละค่ะ การทำงานต้องมีใจรัก มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่จะทำงานสำเร็จ มีการวางตัวเหมาะสม มี EQที่ดี จึงจะทำให้งานประสบผลสำเร็จ
ขอบคุณข้อคิดเตือนสติที่ดีๆค่ะ
จริงๆแล้วจะชอบอ่านมากกว่าค่ะ เพราะทุกๆ เรื่องล้วนมีคุณค่า ขึ้นอยู่กับเราจะคิด มอง ส่วนเขียนนี่จะเขียนตามด้วยความพอใจ สุขใจ ไม่ได้หวังอะไรมากมาย แค่สุขนิยมค่ะ