ขายหนูตาย แล้วกลายเป็นเศรษฐี

             ได้รับจดหมายจากกัลยาณมิตรในต่างแดนว่า เขาได้รับอีเมลล์นิยายทางพุทธศาสนาจากวัดโปหมิงซือ เป็นเรื่องในพระธรรมบท พูดถึงเรื่องคนมีปัญญา อาศัยต้นทุนเพียงหนูตายตัวหนึ่ง ก็สามารถทำให้กลายเป็นผู้มั่งคั่งได้ แม้ผมเองจะเคยอ่านมานานแล้ว แต่พอได้อ่านอีทีในมุมมองทางเศรษฐกิจก็ให้รู้สึกว่า คำสอนของพระพุทธองค์นั้น ไร้ขีดจำกัดเรื่องกาลเวลาจริงๆ
            กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีมหาเสนาบดีคนหนึ่ง  ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย กำลังเดินทางไปเข้าเฝ้า และประชุมกับคณะองคมนตรี คนอื่น ในระหว่างทางเขาเหลือบไปเห็นหนูตัวหนึ่งนอนตายอยู่ข้างถนน เขาบอกกับผู้ติดตามว่า แม้แต่การเริ่มต้นเล็กๆอย่างหนูที่ตายแล้วตัวนี้ก็สามารถที่จะสร้างความ มั่งคั่งให้กับผู้ที่มีความขยันได้ หากเขาตั้งใจทำงานให้หนักและใช้ปัญญา เขาอาจเริ่มต้นทำธุรกิจและเลี้ยงดูครอบครัวได้
            ชายคน หนึ่งเดินผ่านมาและได้ยินคำพูดของท่านมหาเสนาบดีคนนั้น เขารู้ดีว่าเสนาบดีเป็นถึงที่ปรึกษาของกษัตริย์จึงตัดสนใจทำตาม เขาหยิบหางของหนูตัวนั้นขึ้นแล้วเดินจากไป
            แล้วโชคก็เข้าข้างชายผู้นั้น เมื่อเขาเดินไปได้ไม่ไกลก็มีเจ้าของร้านขายของคนหนึ่งบอกกับเขาว่าอยากขอ ซื้อหนูตัวนั้นให้แมวของเขากิน ด้วยราคา ๒ เหรียญทองแดง  ชายหนุ่มใช้เหรียญทองแดงที่มีซื้อขนมหวานไว้ขายให้กับคนงานเก็บดอกไม้ ในเวลาเลิกงาน  บางคนไม่มีเงินก็ขอแลกขนมหวานกับดอกไม้    ตกเย็นเขานำดอกไม้เหล่านั้นไปขายในเมือง ชายหนุ่มนำเงินทั้งหมดที่ได้ซื้อขนมหวานไปขายให้กับคนเก็บดอกไม้อีกในวันต่อๆมา
           จนวัน หนึ่งได้มีพายุฝนลมแรงครั้งใหญ่ ในขณะที่เดินผ่านอุทยานของพระราชาเขาเห็นกิ่งไม้ถูกพาุยุพัดตกระเกะระกะ เขาขออาสาคนสวนช่วยเก็บกิ่งไม้ไปจากสวนนั้น   คนสวนตอบรับทันทีด้วยความยินดี
           ชายหนุ่ม เห็นเด็กวิ่งเล่นอยู่แถวนั้นเขาก็เลยจ้างเด็กๆ ให้ช่วยเก็บกิ่งไม้ ไปกองไว้ด้วยขนมหวานคนละชิ้น จากนั้นเขาก็นำเศษไม้ทั้งหมดไปขายให้กับช่างปั้นหม้อ เพื่อเป็นเชื้อเพลิง  เงินทองก็เพิ่มพูนขึ้น
            กำไรที่ได้จากการขายดอกไม้และ ฟืนช่วยให้เขาสามารถตั้งร้านขายเครื่องดี่มเล็กๆได้ วันหนึ่งมีกลุ่มคนตัดหญ้ามาแวะพักที่ร้านในระหว่างเดินทางเข้าเมือง ชายหนุ่ม ผูกไมตรีกับคนตัดหญ้าด้วยการเลี้ยงเครื่องดื่มพวกเขาโดยไม่คิดเงิน  ความใจกว้างของเขา ได้รับการตอบสนองจากคนตัดหญ้าว่า "ไมตรีที่ท่านหยิบยื่นแก่วกเราในครั้งนี้ หากมีอะไรให้ช่วยให้รีบบอก"
            หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นเขาได้ยินมาว่าจะมี พ่อค้านำม้า 500 ตัวผ่านมาที่เมืองนั้น เขาขอหญ้าจากคนตัดหญ้าคนละหนึ่งหอบ และขอร้องให้คนตัดหญ้าเหล่านั้นอย่าเพิ่งขายหญ้าให้กับพ่อค้าม้าจนกว่าเขาจะขายหมด ดังนั้นเขาจึงได้กำไรสูง
            วันหนึ่งเขาได้ยินลูกค้าคุยกันที่ร้านของเขาว่าจะมีเรือสินค้าจากต่างประเทศมาเทียบท่าในเมืองนั้น เขาจึงวางแผนการทำธุรกิจแบบใหม่ เขาซื้อแหวนทองคำกับทับทิมวงหนึ่งไปเป็นของกำนัลให้กัปตันเรือลำนั้น เพราะเขารู้ว่าเรือนั้นมาจากประเทศที่ไม่มีทับทิมและทองคำราคาแพง เขาขอให้กัปตันนำลูกค้าไปซื้อเครื่องประดับจากร้านที่เขาเป็นนายหน้า และเขาก็ต่อรองค่านายหน้าจากร้านขายเครื่องประดับในเมือง
            อาชีพ ใหม่นี้สร้างเงินให้กับชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย จนเขากลายเป็นเศรษฐีย่อยๆคนหนึ่ง ในขณะที่เขาชื่นชมกับความสำเร็จของตน เขาก็ไม่เคยลืมท่านมหาเสนาบดีคนนั้น ที่ให้คำแนะนำในการเริ่มต้นของเขา
            วันหนึ่งท่านมหาเสนาบดีเดินทางผ่านมาทางนั้น เขาจึงนำเหรียญทองคำ 10,000 มามอบเป็นของขวัญให้กับท่านมหาเสนาบดี เพื่อเป็นการตอบแทน  เสนาบดีแปลกใจยิ่งนัก จึงเอ่ยถามชายหนุ่มว่า "เจ้านำเงินมากมายมาจากไหน ทำไมจึงมอบให้ข้า"  เขาตอบอย่างถ่อมตนว่าทรัพย์เหล่านี้ล้วนได้มาจากคำแนะนำของท่านมหาเสนาบดีเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมเล่าเรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากเพียงหนูตายตัวหนึ่งไปถึงโชคอันมหาศาลดังกล่าว
           เมื่อ ได้ยินดังนั้นท่านมหาเสนาบดี จึงชวนเขามาช่วยงาน พร้อมตัดสินใจยกลูกสาวคนเดียวให้เป็นศรีภรรยาของชายหนุ่ม และมอบให้เขาดูแลทั้งทรัพย์สินและลูกสาวอันเป็นที่รัก และหลังจากที่องคมนตรีเสียชีวิตลง ชายผู้นั้นจึงกลายเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนั้น และไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าเขาได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาของพระราชาแทนท่านมหาเสนาบดีในเมือง นั้น และใช้ชีวิตด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นเรื่อยมา...
         นิทานธรรมบทเรื่องนี้ บอกเล่าเส้นทางเดินของเศรษฐี ที่มิเพียงมีความขยัน มีความรู้ความสามารถ  ที่สำคัญเขาไม่เคยปล่อยให้โอกาสที่ดี ๆ ในชีวิตผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์  หากเปลี่ยนสิ่งที่มีค่าน้อยนิดให้เป็นทรัพย์อันมหาศาลได้  ที่สำคัญยังมีใจ กตัญญูรู้คุณคนที่แนะช่องทางให้แก่เขา
          เส้นทางเศรษฐีมีอยู่เสมอขอเพียงมีปัญญา ขยัน อดทน เรียนรู้ มีกตัญญูเป็นฐานเสริมย่อมประสบความสำเร็จในไไม่ช้าแน่นอน
         ขอบคุณกัลยาณมิตรที่ส่งเรื่องราวดี ๆ มาให้ เพื่อน ๆ อ่านแล้วหากจะติหรือท้วงติงให้ยิงมาที่ผม(อาตมา) หากเป็นคำชมขอยกให้ผู้ส่งสารครับ
อ่านจบแล้วพอมองเห็นช่องทางเป็นเศรษฐีอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล