I am staying in Singapore
เดินทางจากขอนเเก่นตั้งเเต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 เพื่อเตรียมเข้าร่วมประชุมวิชาการเครือข่าย Palliative Care ในโรงเรียนเเพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เพราะต้องเดินทางต่อมาที่สิงคโปร์ในวันที่ 3 เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมเเล้วฉันกับจิ๋ม เพื่อนพยาบาลหน่วย Palliative care ที่เป็นเพื่อนร่วมทางมาสิงคโปร์ครั้งนี้ ก็รีบออกจากที่พักเพื่อไปรอ Check in ที่เคาเตอร์สายการบินเเอร์เอเชีย จำไม่ผิดจะเป็นเคาเตอร์ E-D เมื่อเรียบร้อยเเล้วทำให้ทราบว่ากระเป๋าที่ load นั้นน้ำหนักเกิน 15 kg จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มกิโลกรัมละ 165 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,025 บาท โอย ! เลยขอจ่ายล่วงหน้าขากลับด้วยเพราะยังไงก็เกิน  เราออกจากกรุงเทพฯ เวลา 16.45 ถึงสนามบินชางกี ประมาณ 20.10 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง (เวลาที่นี่เร็วกว่าบ้านเรา2 ชั่วโมง) พอถึงสนามบิน ก็เดินตรงไปเพื่อไปที่จุดตรวจคนเข้าเมือง โดยเอกสารที่ลืมไม่ได้คือพาสปอร์ต เเละ Immigration form ที่เรากรอกตั้งเเต่อยู่บนเครื่อง โดยเจ้าหน้าที่บนสายการบินเเจกให้  เราสองคนใช้พาสปอร์ตสีเเดงเข้าประเทศ เพราะทำของข้าราชการไม่ทัน เเต่ไม่มีปัญหา
      เมื่อตรวจคนเข้าเมืองเสร็จเเล้วจึงรับกระเป๋าเป็นอันว่าเรียบร้อย เราเดินหา Mr. Zack คนขับรถของ Singapore International Campus ไม่นานก็เจอจึงรู้สึกโล่งใจ Mr. Zack ใช้เวลาไม่นานขับรถพาเรามาถึงที่พัก พร้อมกับเเจ้งเจ้าของหอพัก เเละรับทราบกฎของหอพัก ที่นี่จะเป็นนักเรียนนานาชาติมาพักเป็นส่วนใหญ่ จากบ้านเราก็มี ปลอดภัยมาก วันเเรกเราต่างหลับเป็นตาย เพราะเหนื่อยกับการเดินทางจริงๆ

ที่พักในถนน Lutheran Rd

 

บริเวณหอพักมีที่นั่งใต้ร่มไม้ บ่อยครั้งที่ออกมานั่งคิดถึงบ้าน

บางวันก็ออกมานั่งเขียนเรื่องเล่า

บริเวณที่นั่งอ่านหนังสือ ทำงาน

วันที่สองที่ใช้ชีวิตในสิงคโปร์ ช่วงเช้าต่างก็ทำกิจกรรมส่วนตัวส่วนช่วงบ่ายเราออกสำรวจพื้นที่ หาเส้นทางที่จะไป Singapore General Hospital วันเเรกที่ยังไม่ซื้อ Ezylink card เราใช้วิธีการหยอดเหรียญ โดยถาม Bus driver ว่าเราควรจ่ายกี่เหรียญ เเล้วเราก็เดินทางถึง Singapore General Hospital ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเเละเมื่อมาถึงเราก็ตามไปสำรวจ National Cancer Centre ด้วยซึ่งเดินมาไม่ไกล

 

 Singapore General Hospital

 

 

การจราจรยามเช้าในสิงคโปร์รถติดเหมือนกันเเต่ของเขาเป็นระเบียบดังที่เห็นค่ะ