สวัสดีค่ะอาจารย์ดร.ประเสริฐ  1 เดือนผ่านไปแล้วอย่างรวดเร็ว สัปดาห์นี้รู้สึกว่าเรียนสนุกเกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาสถิติขั้นสูงที่มีงานและการบ้านที่ดิฉันไม่เข้าใจและทำไม่ได้ จึงเกิดความรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที ดิฉันเป็นนักเรียนที่เรียนสายศิลป์-ภาษามา ดังนั้นเรื่องตัวเลขจึงเป็นคู่อหริกับดิฉันเป็นอย่างยิ่ง การบ้านของสัปดาห์ยังไม่ทราบว่าจะหาทางออกอย่างไรดี ก็คงต้องรอเพื่อนๆสอนให้อีกเช่นเคย วันนี้ดิฉันได้อ่านบทความเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ดิฉันมีความสนใจไปศึกษาต่อ โดยเนื้อหามีดังนี้

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะ อยู่ทางตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย มีประชากรประมาณ 3 ล้าน 6 แสนคน พลเมืองมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ ชนพื้นเมืองเรียกว่า เมารีและชนผิวขาวซึ่งเป็นผู้อพยพมาจากยุโรป

การจัดการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์ก่อนปี ค.ศ. 1989 เป็นการจัดการศึกษาที่อยู่ในลักษณะของการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง (Centralization) มีระดับของการจัดการการศึกษาหลายระดับหลายขั้นตอน มีความหลากหลายขององค์กรและหน่วยงานที่รับภาระในการจัดการศึกษา นับตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการส่วนภูมิภาค คณะกรรมการบริหารการศึกษาประเภทต่าง ๆ และสภาการศึกษา เป็นต้น เป็นผู้รับภาระบริหารการศึกษาและสถานศึกษารับภาระในการให้การศึกษา อำนาจการตัดสินใจทั้งการบริหารแผนงาน โครงการงบประมาณ บุคลากร อยู่ที่ส่วนกลางจากสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำ ให้รัฐมีความคิดในการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ บนพื้นฐานปรัชญา “การศึกษาเพื่อชีวิต” ภายใตัหลักการ “การกระจายอำนาจทางการศึกษา (Decentralization of Education) การมีส่วนร่วมของประชาชน (A Charity Communication) และการตรวจสอบและถ่วงดุลย์ (Check and Balance)” ในเรื่องของการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษา มีการลดขั้นตอนทางการบริหาร เหลือเพียง 2 ระดับ คือ

1. ระดับกระทรวง มีสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยบริหารงานกลางของกระทรวง มีหน้าที่เกี่ยวกับการเสนอแนะรัฐบาลในการกำหนดนโยบายทางการศึกษาทุกระดับ จัดสรรงบประมาณ สนับสนุน ส่งเสริมและประสานงานให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพและเกิดประสิทธิผล

2. ระดับสถานศึกษา สถานศึกษาทุกระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนกระทั่งถึงมหาวิทยาลัย จะมีความเป็นอิสระในการจัดการศึกษาของตนเองในระดับประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษา มีคณะกรรมการบริหารโรงเรียน (Board of Trustees) เป็นองค์กรบริหารและมีอาจารย์ใหญ่ (Principal) เป็นผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งมาจากการจ้างโดยการสรรหาและแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารโรงเรียน

ในส่วนของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน/สถานศึกษาเป็นคณะกรรมการ ซึ่งได้รับการสรรหาและแต่งตั้งจากชุมชน ผู้ปกครอง อาจารย์ใหญ่ ครูและนักเรียน (เฉพาะระดับมัธยมศึกษา) เพื่อทำ หน้าที่รับนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการมาปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมายทางการศึกษาของชาติ หลักสูตร ธรรมนูญของโรงเรียน ตลอดจนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการทางการศึกษาของชุมชน โดยยึดหลักการบริหารแบบใช้คุณค่าร่วมกัน (A Community of Share Values) และการตัดสินใจโดยองค์คณะบุคคล สำหรับการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา รัฐจัดสรรโดยตรงให้แก่โรงเรียนเป็นเงินก้อน (Block grant) เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือนครู งบดำเนินการและเงินสนับสนุน ทั้งนี้การจัดสรรงบประมาณของรัฐจะให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียน ซึ่งหากโรงเรียนที่อยู่ในระดับยากจน หรือโรงเรียนที่มีนักเรียนชาวเมารีจะได้รับเงินเพิ่มเป็นพิเศษ นอกจากนี้รัฐจะจัดสรรให้ตามที่คณะกรรมการบริหารโรงเรียนจัดทำ แผนงาน/โครงการเสนอ และหากคณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นว่าโรงเรียนมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างอื่น ก็อาจนำไปดำเนินงานในกิจการเร่งด่วนนั้นได้

ระบบบริหารการศึกษาของนิวซีแลนด์หลังการปฏิรูปการศึกษา อาจเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้หลักการ School Based Management นอกจากนี้วิธีการแก้ปัญหาบางอย่างของนิวซีแลนด์ก็อาจนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้ เช่น การจัดให้มีโรงเรียนที่สอนไม่ครบชั้น เป็นต้น

จากบทความข้างต้น ก็ทำให้เรา (ประเทศไทย) น่าที่จะมาทบทวนถึงระบบการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก – เขียนไม่ได้ก็ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก กระบวนการขั้นตอนของระบบการศึกษาไทยก็ดูยุ่งยากและซับซ้อน มีการทุจริต คอรัปชั่นเงินงบประมาณที่นักเรียนควรมี ควรได้ ทำให้ระบบการศึกษาไทยไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น ปัญหานี้เราจะแก้ไขอย่างไร และจะเริ่มจากจุดไหน เราคนไทย (โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา)คงต้องร่วมมือกันแล้วหละค่ะ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะอาจารย์