สวัสดีค่ะอาจารย์ดร.ประเสริฐ 3 สัปดาห์ผ่านไปแล้วอย่างรวดเร็ว สัปดาห์นี้รู้สึกว่าการเรียนป.เอกเริ่มสนุก และดิฉันสามารถปรับตัวและแบ่งเวลาได้ดีขึ้นกว่าเดิม กอปรทั้งยังสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่การบ้าน มีแต่เพียงการมอบหมายจากอาจารย์ดร.สุเทพ ที่ให้อ่านหนังสือที่ถูกนำมาแปลจากยูเนสโก ก็เลยรู้สึกสบายๆ มากขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้พบบทความเกี่ยวกับผู้สูงวัย จึงมีความต้องการที่จะอ่านศึกษา เพราะขณะนี้พ่อ-แม่ ของดิฉันก็จัดเป็นผู้สูงวัยเช่นกัน จึงอยากที่จะทราบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของตัวท่าน เพื่อจะได้เตรียมการในการดูแล และป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยที่ดิฉันไม่ทราบข้อมูล เนื้อหามีดังนี้
การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุ นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอีกด้วย
- 1. การเปลี่ยนแปลงทางด้านสรีรวิทยาของผู้สูงอายุ
เป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่
1.1 ผิวหนัง จะบาง แห้ง เหี่ยวย่น มักมีอาการคัน ขาดความมันและความยืดหยุ่น มีรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากเส้นเลือดเปราะ
1.2 ต่อมเหงื่อ ลดน้อยลง การขับของเหงื่อน้อยลง ทำให้ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของอากาศไม่ดี เกิดความรู้สึกหนาว ร้อนไม่คงที่
1.3 ผมและขนร่วง เปลี่ยนเป็นสีขาวหรือหงอก ทำให้ผมบางหัวล้าน ขนตามร่างการหลุดร่วงง่าย ที่ชักเจนคือ ขนรักแร้ ทั้งนี้เนื่องจากต่อมรูขุมขนทำงานน้อย
1.4 ระบบประสาทสัมผัส
- ตา สายตาจะเปลี่ยนเป็นสายตายาว เลนซ์หรือกระจกตาขุ่น อาจเกิดต้อกระจก กล้ามเนื้อลูกตาเสื่อม ทำให้เวียนศีรษะง่าย
- หู ประสาทรับเสียงเสื่อม หูตึงต้องพูดดังๆจึงจะได้ยิน
- จมูก ประสาทรับกลิ่นบกพร่อง
- ลิ้น รู้รสน้อยลง
1.5 ระบบทางเดินอาหาร ฟันหักมากขึ้น ทำให้การเคี้ยวอาหารไม่ได้ละเอียด ต่อมน้ำลายขับน้ำลายออกมาน้อย ทำให้มีความชื้นในปากและเมือกหล่อลื่นไม่พอที่จะคลุกเคล้าอาหาร รวมทั้งประสาทกล้ามเนื้อที่ควบคุมการกลืนทำงาน้อยลง ทำให้กลืนอาหารลำบาก นอกจากนี้ปริมาณน้ำย่อยต่างๆ จะลดลง เช่น ปริมาณกรดเหลือในกระเพาะอาหารลดลง ทำให้อาหารย่อยไม่ดี ท้องอืด ตับและตับอ่อนเสื่อม ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ง่าย การขับถ่ายอุจจาระไม่ปกติ ท้องผูกง่ายเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
1.6 ระบบทางเดินหายใจ ปอด เสื่อมลง การขยายและยุบตัวไม่ดี เหนื่อยง่าย กล่องเสียงเสื่อม เสียงแหบแห้ง กล้ามเนื้อทรวงอกเสื่อม
1.7 ระบบหัวใจและหลอดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนกำลัง หลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น ความดันโลหิตจะสูง ไขมันเกาะผนังเลือดหนาขึ้น
1.8 ระบบทางเดินปัสสาวะ ไต ทำหน้าที่เสื่อมลง ขับของเสียได้น้อย แต่ขับน้ำออกมามาก ทำให้ปัสสาวะบ่อย ส่วนกระเพาะปัสสาวะนั้น กล้ามเนื้อหูรูดของท่อปัสสาวะหย่อน จึงกลั้นปัสสาวะได้ไม่ดี ในผู้ชายบางคนต่อมลูกหมากโต ทำให้ปัสสาวะลำบาก
1.9 ระบบประสาทและสมอง สมองเสื่อม ความรู้สึกช้า การเคลื่อนไหวช้า ความสัมพันธ์ระหว่างสมอง กล้ามเนื้อ และข้อเสียไป การทรงตัวไม่ดี มีการสั่นตามร่างกาย บางคนหลงลืมง่าย
1.10 ฮอร์โมน เมื่อมีอายุมากขึ้น ฮอร์โมนเพสเอสโตรเจน แอนโดรเจนลดลง และการเปลี่ยนแปลงของระบบพาราธัยรอยด์ฮอร์โมน ทำการสร้างเซลล์กระดูกน้อยลง การดูดซึมแคลเซียมลดลง และมีการสูญเสียจากกระดูกมากขึ้น ทำให้กระดูกพรุนเปราะหักง่าย โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง สะโพก กระดูกต้นขาและข้อมือ ทำให้เกิดอาการปวดหลังและข้อได้ง่าย
- 2. การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์
เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น ความเจ็บป่วย การเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกาย สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความวิตกกังวล กดดันทางอารมณ์ และการเปลี่ยนแปลงทางด้านบทบาททางสังคม เช่นการเกษียณอายุ การสูญเสียบทบาทมนการเป็นหัวหน้าครอบครัว การเสียชีวิของคู่สมรส ญาติ คนใกล้ชิดหรือเพื่อน เหล่านี้มีผลกระทบต่อจิตใจผู้สูงอายุ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ของผู้สูงอายุ ดังนี้
2.1 อารมณ์ เปลี่ยนแปลงง่าย กลัวถูกทอดทิ้ง ขาดความมั่นใจในตนเอง สูญเสียความคุ้นเคย ไม่สามารถปรับตัวได้เพราะมีปมด้อย
2.2 นิสัย เปลี่ยนไป เฉื่อยชาต่อเหตุการณ์ ไม่เข้าสังคม เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่นึกสนุกสนาน คิดระแวงสงสัย คิดว่าตนไม่มีประโยชน์ เป็นภาระต่อผู้อื่น ซึมเศร้า หงุดหงิด โกรธง่าย ใจน้อย
2.3 ความทุกข์ใจ คิดถึงอดีตด้วยความเสียดาย อาลัยอาวรณ์ คิดถึงปัจจุบัน ด้วยความวิตก เศร้าสลด หวาดระแวง คิดถึงอนาคตด้วยความหวาดกลัว ว้าเหว่ ในรายที่สูญเสียคู่ชีวิต
- การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ได้แก่
3.1 การเปลี่ยนแปลงทางด้านสถานภาพและบทบาททางสังคม เช่น ผู้ที่เคยทำงานเมื่ออายุครบ 60 ปี ต้องออกจากงาน การสูญเสียบทบาทในการเป็นผู้นำครอบครัว จากบทบาทที่เคยเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว กลายเป็นสมาชิกคนหนี่งของครอบครัว เป็นผู้รับมากกว่าผู้ให้ ทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียอำนาจและบทบาททางสังคมที่เคยมี
3.2 การถูกทอดทิ้ง จากสภาพปัจจุบันในสังคมชนบท คนหนุ่มสาวมีการย้ายถิ่นเพื่อมาหางานทำ ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งอยู่ในถิ่นเดิม ส่วนในสังคมเมือง ผู้สูงอายุอยู่กันตามลำพัง เนื่องจากลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีเวลาเอาใจใส่
3.3 การเสื่อมความเคารพ คนส่วนใหญ่มักมองว่าผู้สูงอายุมีสมรรถภาพ ความสามารถน้อยลง และคิดว่าผู้สูงอายุไม่ทันต่อเหตุการณ์ ทำให้ผู้สูงอายุจากการที่เคยได้รับความเคารพนับถือในฐานะที่มีประสบการณ์ เป็นการเสื่อมความเคารพแทน
จากบทความข้างต้น ก็ทำให้ทราบถึงสัจธรรมแห่งชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดาโลก แต่เราก็จะต้องตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ดูแลบุคคลที่เป็นที่รักของเรา โดยเฉพาะบุพการีให้ดีที่สุด ขณะที่ท่านทั้งสองมีชีวิตอยู่ ดีกว่าจะมานั่งเสียดายคิดว่าเราน่าจะทำอย่างนี้อย่างนี้เมื่อวันที่สายเกินไป ดิฉันเป็นบุคคลหนึ่งที่มีปณิธาณแน่วแน่ว่าจะทำให้ที่ลูกให้ดีที่สุด แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะอาจารย์