สุพจน์  นิ่มบ้านควน:  ความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำและแบบการตัดสินใจของผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ (THE RELATIONSHIP BETWEEN LEADERSHIP AND DECISION MAKING STYLES OF HUMAN RESOURCE MANAGER)อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์:     วุฒิชาติ สุนทรสมัย, D.B.A., ทัศนีย์  ทานตวณิช, กศ.ม. 149 หน้า. ปี พ.ศ. 2547. ISBN 974-383-491-5

                    การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำและแบบการตัดสินใจ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาวะผู้นำและแบบการตัดสินใจ และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำและแบบการตัดสินใจของผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ พนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 192 คนได้มาโดยใช้ตารางสุ่มของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) สุ่มโดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบสัดส่วนและแบบอย่างง่ายตามจำนวนพนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์ของแต่ละบริษัทที่มีพนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์เกิน 4 คนขึ้นไป สำหรับบริษัทที่มีพนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปแต่ไม่มากกว่า 4 คน ผู้วิจัยเลือกทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย (t – test) การวิเคราะห์ความแปรปรวน (One-Way ANOVA) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS for Windows Version 10.0

                    ผลการวิจัยพบว่า

                    1.  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีภาวะผู้นำเชิงปฏิรูป และภาวะผู้นำเชิงจัดการ ตามการรับรู้ของพนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์อยู่ในระดับปานกลาง และมีภาวะผู้นำแบบปล่อยตามอิสระอยู่ในระดับต่ำ

                    2.  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตัดสินใจแบบมีเหตุมีผล อยู่ในระดับสูง ตัดสินใจแบบหยั่งรู้ ตัดสินใจแบบพึ่งพาและตัดสินใจแบบหลีกเลี่ยง อยู่ในระดับปานกลาง และตัดสินใจแบบทันทีทันใด อยู่ในระดับต่ำ

                    3.  การเปรียบเทียบภาวะผู้นำของผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทในเขตนิคม  อุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตามการรับรู้ของพนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์ จำแนกตามข้อมูลลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด และระยะเวลาที่ผู้จัดการปฏิบัติงานร่วมกับพนักงาน ปรากฏผลดังนี้

                          3.1  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีเพศต่างกันมีภาวะผู้นำเชิงปฏิรูป ภาวะผู้นำเชิงจัดการ และภาวะผู้นำแบบปล่อยตามอิสระ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยผู้จัดการเพศชายมีภาวะผู้นำเชิงปฏิรูปและภาวะผู้นำเชิงจัดการสูงกว่าผู้จัดการเพศหญิง แต่ผู้จัดการเพศหญิงมีภาวะผู้นำแบบปล่อยตามอิสระสูงกว่าผู้จัดการเพศชาย

                          3.2  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีอายุและระยะเวลาปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานต่างกันมีภาวะผู้นำเชิงปฏิรูป ภาวะผู้นำเชิงจัดการ และภาวะผู้นำแบบปล่อยตามอิสระ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

                          3.3  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีระดับการศึกษาสูงสุดต่างกันมีภาวะผู้นำเชิงปฏิรูปและภาวะผู้นำเชิงจัดการ แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่ไม่พบความแตกต่างของภาวะผู้นำแบบปล่อยตามอิสระ

                    4. การเปรียบเทียบแบบการตัดสินใจของผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตามการรับรู้ของพนักงานแผนกทรัพยากรมนุษย์ จำแนกตามข้อมูลลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษาสูงสุด และระยะเวลาที่ผู้จัดการปฏิบัติงานร่วมกับพนักงาน ปรากฏผลดังนี้

                          4.1  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีเพศต่างกันตัดสินใจแบบมีเหตุมีผล แบบหยั่งรู้ แบบหลีกเลี่ยง และแบบทันทีทันใด แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

                          4.2  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีอายุต่างกันตัดสินใจแบบมีเหตุมีผล แบบหยั่งรู้ แบบพึ่งพา แบบหลีกเลี่ยง และแบบทันทีทันใด แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

                          4.3  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีระดับการศึกษาสูงสุดต่างกันตัดสินใจแบบมีเหตุมีผล แบบหยั่งรู้ แบบพึ่งพา และแบบหลีกเลี่ยง แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) แต่ไม่พบความแตกต่างของการตัดสินใจแบบทันทีทันใด

                          4.4  ผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานต่างกัน  ตัดสินใจแบบมีเหตุมีผล แบบพึ่งพา แบบหลีกเลี่ยง และแบบทันทีทันใด แตกต่างกัน อย่างมี        นัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) แต่ไม่พบความแตกต่างของการตัดสินใจแบบหยั่งรู้

                    5.  ภาวะผู้นำเชิงปฏิรูปและภาวะผู้นำเชิงจัดการของผู้จัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ ของบริษัทในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการตัดสินใจแบบมีเหตุมีผล และการตัดสินใจแบบพึ่งพา และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับการตัดสินใจแบบหยั่งรู้ การตัดสินใจแบบหลีกเลี่ยง และการตัดสินใจแบบทันทีทันใด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)