ประชุมเสร็จแล้วครับ ต้องกลับไปเริ่มต้น
ประชุมโรงเรียนวิถีพุทธฉือจี้เสร็จแล้วครับ สำหรับผมคราวนี้ มาประชุมก็มาประชุมจริงๆครับ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่โดด ไม่หนี ไม่เที่ยว ออกจากที่ประชุม มาดูเน็ท เข้าห้องนอน ตืนเช้า กินข้าว เข้าประชุม สติ สตางค์ อยู่ครบ ครับ ได้อย่าง เสียอย่าง ได้ประชุม แต่อดเที่ยว
ผมว่าอยู่ในที่ประชุมตลอดนี่ก็ดีครับ ได้เก็บทุกรายละเอียด เก็บทุกวิธีคิด ทั้งความคิดจากฉือจี้ และ ความคิดจากผู้เข้าร่วมประชุม ดูรายละเอียดผลการประชุมได้ ที่นี่ ครับ
กลับไปนี่ แต่ละเขตพื้นที่คงต้องนำไปขยายผล ได้มีการประชุมกลุ่มย่อยว่าจะมีวิธีการนำไปขยายผลอย่างไร ก็ได้ทราบแนวคิดของหลายๆท่านครับ ถึงวิธีขยายผล
ในกลุ่มย่อย แนวคิดของผมไม่ค่อยเหมือนใครครับ ทุกคนต่างก็นึกว่าผมเป็นศึกษานิเทศก์ เพราะไม่มีใครรู้จักผมเลยครับ และ ผมก็ไม่รู้จักใครเลย ทั้งห้องประชุม
เวลาผมเสนอแนวคิด สมาชิกก็ทำหน้าแปลกๆครับว่าทำไมคิดอย่างนี้ หลังจากที่ผมเสนอแนวคิดของผมออกไป ก็ได้มีท่านศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่ง มาขอคุยกับผมนอกรอบ ถึงเบื้องหลังวิธีคิดของผมว่าทำไมคิดอย่างนี้ ผมก็ได้เล่าให้ฟังครับถึงวิธีคิด หลังจากนั้นก็มีท่านศึกษานิเทศก์อีกสองสามท่าน มาขอชื่อ และ เบอร์โทรของผม
แนวคิดที่ผมเสนอไปที่ไม่เหมือนใคร คือ การนำโรงเรียนวิถีพุทธฉือจี้ เข้าไปในโรงเรียน และ จะเลือกโรงเรียนใด ผมจะเน้นไปที่คุณลักษณะของผู้บริหารก่อนเป็นอันดับแรกครับ นั่นคือ ผู้บริหารจะต้องบริหารด้วยความรัก และ มีความเสมอภาค ถ้าผู้บริหารมีคุณลักษณะสองอย่างนี้ก็โอเค (ประเด็นที่ผมเสนอนี้ พอให้สมาชิกนำไปเสนอในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกไม่ได้นำเสนอให้ครับ น่าเสียดาย)
ประเด็นนี้แหละครับ ที่ไม่มีใครพูดถึงกัน และไม่เหมือนใครหลายๆท่าน มักจะพูดถึงภาพรวมของโรงเรียนคุณธรรม ประมาณว่าให้โรงเรียนรับไปทำ แล้วผู้บริหารก็มอบให้ครูไปทำ ผู้บริหารไม่ต้องทำเอง เพราะมีมือทำอยู่แล้ว
หลายๆคน คิดแบบนี้จริงๆครับ คิดภาพรวมของโรงเรียน ไม่เจาะลึกไปที่ตัวผู้บริหาร ว่ามีคุณลักษณะที่เหมาะกับฉือจี้หรือไม่
ขออนุญาตขยายผลประเด็นนี้เพิ่มเติมครับ
มีศัพท์อยู่ 2 คำ เกี่ยวกับ เครื่องมือการบริหาร คือ hard side และ soft side
hard side ว่าด้วยหลักการต่าง ๆ ซึ่งไม่ยากครับ
soft side ว่าด้วยความละเอียดอ่อนทางจิตใจ ยากครับ
ที่เราถนัด คือ ใช้ hard side ลงไปดื้อๆ ตามระบบ ขาด soft side จากเจ้าของความคิด และ จากผู้บริหาร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญครับ สำหรับการบริหาร ในทุกๆเรื่อง
มีอยู่โจทย์หนึ่ง ถามว่ากลับไปแล้วจะเปลี่ยนตัวเองอย่างไร ที่ประชุมส่วนใหญ่บอกว่าจะกลับไปทานมังสวิรัติอาทิตย์ละ 1 วัน บางท่านก็บอกว่าจะปรับปรุงบุคลิกของตัวเองให้ดีขึ้น ผมเองก็ไม่เหมือนใคร บอกในที่ประชุมกลุ่มย่อยว่าผมเองจะทำตัวให้ต่ำลง ที่ประชุมกลุ่มย่อยก็หัวเราะ บอกว่าจะไปตัดขาหรืออย่างไร ผมก็ได้แต่ยิ้มๆครับ
ศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่งมาคุยกับผม ว่าจะเริ่มอย่างไร ผมก็บอกว่าต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนครับ ท่านศึกษานิเทศก์ก็ทำหน้างงๆ
1. เริ่มที่ตัวเองก่อนครับ ถามใจตัวเองดูว่า "ศรัทธา" จริงไหม และคิดว่าสิ่งที่ทำนั้น "ถูกต้อง" หรืไม่
2. ในภาพรวม ผมเสนอหลักการของโรงเรียนวิถีพุทธฉือจี้ แล้วให้โรงเรียนทุกโรงเรียนสามารถสมัครเข้าโครงการได้ตามความสมัครใจ
3. การกำหนดโรงเรียนในใจ ผมกำหนดไว้ 3 โรงเรียน ประชุมเสร็จผมก็โทรศัพท์ไปหาเลย ทั้ง 3 โรงเรียนก็โอเคครับ ที่ผมเลือก 3 โรงเรียนนี้ ผมเลือกจากคุณลักษณะของผู้บริหารด้าน soft sideครับ ไม่เลือกจากโรงเรียน hard side และวิธีการเข้าไปโรงเรียนของผม ก็ต้องเข้าไปด้วย soft side ครับ
ครับ ก็เก็บตกสาระเล็กๆน้อยๆที่เป็น "วิธีคิด" มาฝากกันครับ
ตอนนี้ รอรถออกห้าโมงเย็นจากฝาง
สวัสดีครับท่าน..."การเริ่มต้น ต้นเริ่มที่ตนเองก่อน และทำตัวให้ต่ำลง ผมก็เชื่อเช่นนั้นครับ"
ตอนนี้ผมมีโรงเรียนที่ต้องดูแลอยู่ 2 แห่ง..กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ๑ อีก ๑ เตรียมกลบหลุม คงเป็นโรงเรียนที่ไม่อยู่ในใจของท่านจริง ๆ เพราะไม่ได้รับโทรศัพย์สายตรง..ฮา !! 555
แต่ไม่เป็นไรครับ..."ชีวิตไม่สิ้น..ความหวังยังมี"
ขอเชิญร่วมทำบุญกันด้วยนะครับท่าน...ที่เปี่ยมเมธีสโมสร
ชีวิตไม่สิ้น..ความหวังยังมี
เป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณครับ
ท่านรองครับ ถ้าผู้บริหารไม่เอาด้วย ครูไม่ทำ โครงการอะไรก็ไม่สามารถทำได้ครับ เดินทางปลอดภัยครับ
ครับ ถ้าผู้บริหารไม่ทำ ครูไม่เอา ก็ไปลำบากครับ จะใช้วืธี "สั่งให้ทำ" ก็ได้อยู่ครับ แต่ได้ "รูปแบบ"
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านรองที่เคารพ
ก่อนอื่นหนูขอชื่นชม และยกนิ้วให้ท่านรองค่ะ ไม่ได้แกล้งยอหรือประจบเอาใจนะคะ... คือจากประสบการณ์ของหนู เวลาประชุมอบรม ท่านผู้บริหาร & รอง ชอบแว๊บเที่ยวค่ะ เบรคปุ๊มหายปั๊บ... บางทีเซ้นต์ชื่อแล้วสั่งลูกน้อง ผมไปธุระ...เดี๋ยวมานะ คนทำไปเลย.... ยิ่งไปประชุมต่างจังหวัดด้วยละก้อ.... ออกสำรวจพื้นที่กันยาว ทิ้งให้ลูกน้องรับฟังและทำการบ้านคนเดียว.... แป่วๆๆๆๆๆ นี่ท่านรองวิชชาอยู่ตลอด ขอคารวะค่ะ
* การนำโรงเรียนวิถีพุทธฉือจี้ ไปใช้ในโรงเรียน ต้องเริ่มจากตัวผู้บริหาร หนูเห็นด้วยค่ะ งานอะไรก็ตามหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก.... ผู้บริหารที่มีความศรัทธา และต้องการให้เกิดผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ย่อมจะต้องมีการสร้างความเข้าใจในวิธีการทำงาน กำกับติดตามให้กำลังใจผู้ที่ทำงาน ต้องให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ครูก็จะมีขวัญกำลังใจและกระตือรือร้นที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนะคะ
* ขอให้ท่านรองเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะคะ ป่านนี้แม่บ้านของท่านรองและลูกสาวคงคิดถึงคุณพ่อแย่แล้ว
* ด้วยความเคารพและระลึกถึงค่ะ
ที่หาดใหญ่มีค่ะ ชื่อโรงเรียนคุณธรรมวิทยา การเรียนการสอนเป็นระบบ 3 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ
มีมูลนิธิ (ของจีน) ให้การสนับสนุน ค่าเรียนถูก สามารถไปเรียนต่อที่ มาเลเซียได้ (ชื่อโรงเรียนหานเจียง)
ยังคิดเล่นๆเลยค่ะว่า น่าจะใจเด็ดกว่านี้ ที่จะยอมตัดใจให้ลูกเข้าเรียน เพราะดูแล้ว เส้นทางการค้า การลงทุน คงต้องใช้ภาษาจีนมากขึ้น ถนนหนทางเชื่อมต่อกันไปมาหากันสะดวก โอกาสในการค้า การลงทุนมีลู่ทางสดใส
แต่ที่ไม่กล้าไปเพราะ ครอบครัวไทยไม่ได้มีพื้นฐานความเป็นอยู่แบบครอบครัวจีน ที่เน้นตนเป็นสำคัญ เรายังอยากเห็นลูกมาคลอเคลีย บีบนวด กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน อยู่ใกล้กัน ถามหากันว่ามีสุขดีอยูไหม คิดว่าทำใจลำบากหากเห็นลูกเปลี่ยนเป็นอื่น
ถ้าผู้บริหารโรงเรียน อยากรับแนวทางใหม่ๆ นอกจากต้องเริ่มคิดเริ่มทำแล้ว นำเสนอผู้ปกครอกด้วยนะคะ
ท่านรองฯคะ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเยี่ยมและมาให้กำลังใจ
ตอนนี้ผมเดินสายหาโรงเรียนนำร่องฉือจี้อยู่ครับ
ขอบคุณครับ